เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
พระราชินี ทรงเปิดเรือนจำแห่งที่ 29 โครงการกำลังใจในพระดำริ
ข่าวในพระราชสำนัก พระราชินี ทรงเปิดเรือนจำแห่งที่ 29 โครงการกำลังใจในพระดำริ
‘สายการบิน’ เดือดโค้งท้าย อัดเพิ่มความถี่ไฟลต์บินชิงไฮซีซั่น
Business ‘สายการบิน’ เดือดโค้งท้าย อัดเพิ่มความถี่ไฟลต์บินชิงไฮซีซั่น
ทุบสถิติใหม่ มหกรรมหนังสือฯ ยอดขายนิวไฮทะลุ 500 ล้านบาท
Biz Movement ทุบสถิติใหม่ มหกรรมหนังสือฯ ยอดขายนิวไฮทะลุ 500 ล้านบาท
มูลนิธิร่วมน้ำใจต้านภัยเอดส์ เตรียมจัดโบว์ลิ่งการกุศล ส่งต่อมื้ออาหารให้เด็ก
Biz Movement มูลนิธิร่วมน้ำใจต้านภัยเอดส์ เตรียมจัดโบว์ลิ่งการกุศล ส่งต่อมื้ออาหารให้เด็ก
พลิกโฉม All for Education ‘โลกเปลี่ยน การศึกษาต้องเปลี่ยน’
Biz Movement พลิกโฉม All for Education ‘โลกเปลี่ยน การศึกษาต้องเปลี่ยน’
ทิศทางเงินบริจาค Next Step ศุภนิมิตฯงานเพื่อเด็กในสังคมเปราะบาง
SD ทิศทางเงินบริจาค Next Step ศุภนิมิตฯงานเพื่อเด็กในสังคมเปราะบาง
Makro ขยายลูกค้า HORECA ลุ้นปี’69 ยอดขายออนไลน์ทะลุแสนล้าน
Business Makro ขยายลูกค้า HORECA ลุ้นปี’69 ยอดขายออนไลน์ทะลุแสนล้าน
SOAR โอเชี่ยนคลับ หนุนท่องเที่ยวไทยสู่คุณภาพ
Business SOAR โอเชี่ยนคลับ หนุนท่องเที่ยวไทยสู่คุณภาพ
ตรวจหวยวันนี้ ผลสลากกินแบ่งรัฐบาล งวด 1 พ.ย. 2569
News ตรวจหวยวันนี้ ผลสลากกินแบ่งรัฐบาล งวด 1 พ.ย. 2569
DKSH ชวนผู้หญิงใส่ใจสุขภาพ รู้ทัน 3 โรคใกล้ตัว ตรวจเร็ว ป้องกันได้ ลดภาระสาธารณสุข
Biz Movement DKSH ชวนผู้หญิงใส่ใจสุขภาพ รู้ทัน 3 โรคใกล้ตัว ตรวจเร็ว ป้องกันได้ ลดภาระสาธารณสุข
ดูทั้งหมด

“โกง-หลอก” เงินดิจิทัล นับวันปูดขึ้นเรื่อย ๆ

30 ส.ค. 2561 | 14:39น.

คอลัมน์ ชั้น 5 ประชาชาติ

โดย วิไล อักขระสมชีพ

 

และแล้วประเทศไทยก็ดังอื้อฉาวใน “คดีโกงเงินบิตคอยน์” มูลค่า 797 ล้านบาท ซึ่งเกี่ยวเรื่องเงินสกุลดิจิทัลที่หลาย ๆ ฝ่ายออกมาเตือนกันตลอดในช่วงที่ผ่านมาว่า มีความเสี่ยงสูง แต่ความโลภอยากได้กำไรสูง ๆ ก็บังตา

คดีโกงบิตคอยน์นี้ ทำเป็นขบวนการเกิดขึ้นเมื่อปี 2560 ก่อนที่ประเทศไทยจะมีกฎหมายสินทรัพย์ดิจิทัล ออกมาบังคับใช้เมื่อกลางเดือนพฤษภาคม 2561 ที่ผ่านมา นอกจากฟ้องร้องฉ้อโกงเงินแล้ว ยังเข้าข่ายการฟอกเงินด้วย และพัวพันถึงปั่นหุ้น DNA อีกด้วย ขณะนี้ทั้งตำรวจกองปราบปราม และสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ก็กำลังดำเนินการหาหลักฐานเอกสารและสอบปากคำผู้ที่เกี่ยวข้องอยู่นั้นส่วนขั้นตอนดำเนินคดี ในเบื้องต้นตำรวจได้ออกหมายเรียกผู้ที่เข้าข่ายกระทำความผิดทั้ง 8 คน แบ่งเป็น 2 กลุ่ม

โดยกลุ่มแรกเป็นกลุ่มที่มีพยานหลักฐานชัดเจน และแจ้งข้อหาร่วมกันฉ้อโกงทรัพย์ ทั้งหมด 5 คน ได้แก่ นายจิรัชพิสิษฐ์ จารวิจิต, นายปริญญา จารวิจิต, นายธนสิทธิ์ จารวิจิต, นายชาคริส อาห์มัด และ นายประสิทธิ์ ศรีสุวรรณ นักเล่นหุ้นชื่อดังในตลาดหุ้นไทย และกลุ่มที่สองที่เข้าข่ายกระทำความผิดในการฟอกเงิน ทั้งหมด 3 คน นางเลิศฉัตรกมล จารวิจิต, นายสุวิทย์ จารวิจิต (พ่อและแม่) นายธรรมนัส พรหมเผ่า อดีตนายทหาร โดยกำหนดให้เข้าสอบปากคำระหว่างวันที่ 27-29 ส.ค.นี้

ทางฝั่งผู้ถูกหมายเรียกต่างก็ออกมาให้ข่าวข้อมูลต่าง ๆ เพื่อให้ดิ้นหลุดจากที่ถูกกล่าวหาว่าฉ้อโกง ทำให้ตอนนี้แตกเป็น 2 ฝั่ง คือ ฝั่ง “นายประสิทธิ์” ที่ดึงนายธรรมนัสมาอ้างอิง กับฝั่ง “นายปริญญา”

ส่วนผู้เสียหายที่ถูกฉ้อโกง คือ นายเออาร์นี โมตาวา ซาริมา ชาวฟินแลนด์ ซึ่งมีแฟนสาว “น.ส.ชนนิกานต์ แก้วกาสี” ช่วยเหลือเรื่องคดีนี้

ขณะที่เรื่องคดีโกงบิตคอยน์ยังอยู่ระหว่างดำเนินการนั้น ล่าสุด ก.ล.ต.ก็ออกมาเตือนให้ประชาชนอย่าหลงเชื่อ หากถูกชักชวนให้เข้าลงทุนโทเค็นดิจิทัล DB Hold ที่อาจเข้าข่ายผิดกฎหมาย เนื่องจาก ก.ล.ต.ได้รับแจ้งจากนักลงทุนในการเสนอขายลักษณะดังกล่าว จึงได้ตรวจสอบเพิ่มเติม โดยพบว่า บริษัท ดีบี โฮลด์ จำกัด (มหาชน) หรือ DB Hold มีการชักชวนประชาชนผ่านสื่อสังคมออนไลน์เพื่อให้เข้าร่วมลงทุน โดยเสนอขายหุ้นที่ออกใหม่ต่อประชาชน พร้อมกับเสนอขายโทเค็นดิจิทัล รวมมูลค่าประมาณ 500 ล้านบาท เพื่อนำไปลงทุนในโครงการต่าง ๆ อาทิ แพลตฟอร์ม เพื่อการซื้อขายแลกเปลี่ยนสินค้าและบริการด้วยคริปโทเคอร์เรนซีสกุลดีบีคอยน์ หรือดีบีโทเค็น การลงทุนในระบบบล็อกเชน และลงทุนในธุรกิจอื่น ๆ การกระทำข้างต้นอาจเข้าข่ายเป็นการชักชวนและเสนอขายหลักทรัพย์ที่ออกใหม่และโทเค็นดิจิทัลต่อประชาชนเป็นการทั่วไป โดยยังไม่ได้รับอนุญาตจาก ก.ล.ต.

พร้อมกันนี้ ก.ล.ต.ได้สั่งการให้ DB Hold ยุติการชักชวนผู้ลงทุนในลักษณะดังกล่าวแล้ว และยืนยันว่า ขณะนี้ยังไม่มีผู้ออกโทเคนดิจิทัลรายใดได้รับการอนุญาตจาก ก.ล.ต. หากผู้ใดหรือนักลงทุนใดที่ยังถูกชักชวนให้ลงทุนในโทเค็นดิจิทัล หรือมีเบาะแสที่น่าสงสัยเข้าข่ายผิดกฎหมาย ก็สามารถตรวจสอบว่าผู้ที่เสนอขายหลักทรัพย์ได้รับอนุญาตจาก ก.ล.ต.หรือไม่ทางเว็บไซด์ www.sec.or.th และสามารถแจ้งมายัง Help Center โทร. 1207 ของ ก.ล.ต.ได้ตลอดเวลา

อย่างไรก็ตาม ล่าสุด ก.ล.ต. เปิดเผยว่า มีผู้ยื่นขออนุญาต “ศูนย์ซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัล” แล้ว 5 ราย และผู้ค้าสินทรัพย์ดิจิทัล (Dealer) 2 ราย ส่วนอีก 2 รายที่ยื่นขอประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัล ยังอยู่ระหว่างสอบทานข้อมูล

ส่วนเงินดิจิทัลไทยตัวแรก “เจฟินคอยน์” ของบริษัท เจ เวนเจอร์ส (เครือเจมาร์ท) ล่าสุด 15 สิงหาคม ราคาซื้อขายกันอยู่ที่ 1.70 บาท/1 โทเค็น ต่ำกว่าราคาจองที่อยู่ 6.60 บาท ผู้ถือเจฟินคอยน์ ขาดทุนกันไป

จากนี้ไปจะเห็นเรื่องเงินดิจิทัล อื้อฉาวค่อย ๆ ปูดขึ้นมาเรื่อย ๆ และคนที่เกี่ยวข้องก็หนีไม่พ้นเหล่าพวกโจรใส่สูทที่มีทั้งวิญญาณผีปั่นหุ้น-หลอกต้มตุ๋นที่อาศัยอีโคซิสเต็มใหม่ “โลกการเงินดิจิทัล” และที่สำคัญ สมรภูมินี้ไม่มีใครแน่จริง วันนี้หลอกคนอื่นได้ วันหน้าก็มีสิทธิ์ถูกหลอกกลับได้

คำเตือน “อย่าโลภจนหน้ามืดตามัว” มองคนอื่นโง่เลยคิดแต่จะอยากได้เงินคนอื่นง่าย ๆ เพราะถึงวันหนึ่งที่คนเสียหายเงินมหาศาล เช่น คดีโกง 797 ล้านบาท เรื่องนี้ก็ต้องถึงหูตำรวจ ถึงมือกฎหมาย ยิ่งตอนนี้ประเทศไทยมีพระราชกำหนดการประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัล พ.ศ. 2561 ออกมาบังคับใช้แล้ว เมื่อกลางเดือนพฤษภาคม 2561 และยังมีกฎหมายอีกหลาย

ฉบับที่สามารถเอาผิดได้ ไม่ว่าจะเป็นความผิดฐานฉ้อโกง ฟอกเงิน จนไปถึงกฎหมายการปั่นหุ้นก็ตาม หากพบว่าเกี่ยวข้อง หากว่าตำรวจเข้มแข็งดำเนินคดีถึงที่สุด