เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
คลังผนึก ธปท.ขยายฐานภาษีเล็งให้เงินกู้ดอกเบี้ยถูก-จูงใจเข้าระบบ
Finance คลังผนึก ธปท.ขยายฐานภาษีเล็งให้เงินกู้ดอกเบี้ยถูก-จูงใจเข้าระบบ
เลิกรัฐอุ้ยอ้าย ‘อ.ทีปกร’ จี้ผ่าตัดใหญ่ ใช้ AI ลดข้าราชการ 15% เปลี่ยนเป็น ‘รัฐขนาดเล็กแต่ทรงพลัง’
Politics เลิกรัฐอุ้ยอ้าย ‘อ.ทีปกร’ จี้ผ่าตัดใหญ่ ใช้ AI ลดข้าราชการ 15% เปลี่ยนเป็น ‘รัฐขนาดเล็กแต่ทรงพลัง’
เช็กสภาพอากาศวันนี้! กทม. ฝนถล่ม 60% อีสานตอนบนเสี่ยงน้ำท่วมฉับพลัน
News เช็กสภาพอากาศวันนี้! กทม. ฝนถล่ม 60% อีสานตอนบนเสี่ยงน้ำท่วมฉับพลัน
จุดสมดุล ‘ดาต้า เซ็นเตอร์’
Columns จุดสมดุล ‘ดาต้า เซ็นเตอร์’
บดินทร์ บุญวิสุทธิ์ เมโทร กรุ๊ป คือ ‘แพลตฟอร์ม’ 
Automotive บดินทร์ บุญวิสุทธิ์ เมโทร กรุ๊ป คือ ‘แพลตฟอร์ม’ 
ตลาดหุ้นไทย ก.ย. ผันผวน เลือกหุ้นได้ประโยชน์มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจภาครัฐ
Finance ตลาดหุ้นไทย ก.ย. ผันผวน เลือกหุ้นได้ประโยชน์มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจภาครัฐ
มาตรการใหม่ “ฟรีวีซ่า 30 วัน” เพื่อการท่องเที่ยว 60 ประเทศ ดีเดย์ 15 กันยาฯนี้
Business มาตรการใหม่ “ฟรีวีซ่า 30 วัน” เพื่อการท่องเที่ยว 60 ประเทศ ดีเดย์ 15 กันยาฯนี้
ราคาน้ำมันวันนี้ (6 ก.ย. 69) เช็กราคาดีเซล-แก๊สโซฮอล์ล่าสุด
Economic ราคาน้ำมันวันนี้ (6 ก.ย. 69) เช็กราคาดีเซล-แก๊สโซฮอล์ล่าสุด
ราคาบิตคอยน์วันนี้ (6 ก.ย. 69) ขยับขึ้น 0.31% อยู่ที่ 79,908 เหรียญสหรัฐ
Uncategorized ราคาบิตคอยน์วันนี้ (6 ก.ย. 69) ขยับขึ้น 0.31% อยู่ที่ 79,908 เหรียญสหรัฐ
สาวงามจาก “โดมินิกัน” คว้า Miss World 2026 ‘น้ำผึ้ง กานต์ธีรา’ ทำดีที่สุดแล้วไม่ผ่านเข้ารอบ
Biz Movement สาวงามจาก “โดมินิกัน” คว้า Miss World 2026 ‘น้ำผึ้ง กานต์ธีรา’ ทำดีที่สุดแล้วไม่ผ่านเข้ารอบ
ดูทั้งหมด

สัมปทานดิวตี้ฟรีกับเงินแสนล้าน

20 ก.ย. 2561 | 14:03น.

เดือนเด่น นิคมบริรักษ์
สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย

ในขณะที่เศรษฐกิจไทยและเศรษฐกิจโลกยังลุ่มๆ ดอนๆ อยู่ด้วยปัญหารุมเร้านานับประการ สาขาการท่องเที่ยวเป็นดาวเด่นที่ช่วยฉุดให้เศรษฐกิจไทยยังขยายตัวต่อไปได้ ในปี พ.ศ. 2559 ประเทศไทยมีนักท่องเที่ยวจากต่างประเทศ 32.6 ล้านคน ที่สร้างรายได้สูงถึง 1.63 ล้านล้านบาท หรือประมาณ 5 หมื่นบาทต่อหัว เงินจำนวนนี้กระจายไปสู่ภาคส่วนต่างๆ ทั้งโรงแรม ร้านอาหาร ทัวร์ โชว์และสถานที่ท่องเที่ยวตลาด ฯลฯ ทั้งที่เป็นผู้ประกอบการรายใหญ่ เช่น โรงแรมหรูระดับ 5 ดาว ตลอดจนเกสท์เฮ้าส์เล็กๆ แถวถนนข้าวสาร หรือ ภัตตาคารขนาดใหญ่จนถึงร้านส้มตำข้างถนน

การขยายตัวของธุรกิจท่องเที่ยวทั่วโลกส่วนมากมาจากนักท่องเที่ยวจีนที่เพิ่มจำนวนขึ้นอย่างรวดเร็ว ในปัจจุบัน นักท่องเที่ยวจีนมีสัดส่วนเป็นกว่า 1 ใน 4 ของนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เดินทางเข้ามาในประเทศไทยทั้งหมด นักท่องเที่ยวจีนขึ้นชื่อว่าเป็น “ขาช็อป” เนื่องจากมีพฤติกรรมในการ “ซื้อดะ” เห็นอะไรที่ถูกใจซื้อไม่อั้น ไม่ว่าจะเป็นสินค้าฟุ่มเฟือย เช่น กระเป๋าแบรนด์ดัง ราคาสูงลิบลิ่ว หรือ สินค้าพื้นเมืองที่วางขายข้างถนน ข้อมูลจาก Alipay แสดงให้เห็นว่าแหล่งช็อปปิ้งที่คนจีนชื่นชอบมากที่สุด คือ ร้านค้าปลอดภาษีและร้านสะดวกซื้อ

แต่เป็นที่น่าเสียดายว่า ประเทศไทยเสียโอกาสในการสร้างรายได้จากนักท่องเที่ยวจีน รายงานของ Euromonitor แสดงว่าในปี พ.ศ. 2559 นักท่องเที่ยวต่างชาติที่เดินทางเข้ามาในประเทศไทยใช้จ่ายกับการซื้อสินค้าปลอดภาษีเฉลี่ยเพียงหัวละ 47 ดอลลาร์สหรัฐ หรือ 1,550 บาทเท่านั้น เทียบกับเกาหลีใต้ที่สูงถึงหัวละ 260 ดอลลาร์สหรัฐ หรือ 8,580 บาท มากกว่าไทยถึงกว่า 5 เท่า ทำให้เกาหลีใต้มีรายได้จากการจำหน่ายสินค้าปลอดภาษีถึงกว่า 3 แสนล้านบาท ในขณะที่ประเทศไทยมีรายได้เพียง 6 หมื่นกว่าล้านบาทเท่านั้น

เกาหลีใต้ได้รับความสำเร็จอย่างยิ่งในการสร้างรายได้จากธุรกิจจำหน่ายสินค้าปลอดภาษี เนื่องจากรัฐบาลมีนโยบายในการส่งเสริมการแข่งขันกันในธุรกิจร้านค้าสินค้าปลอดภาษีที่ชัดเจน โดยแบ่งสัมปทานร้านค้าปลอดภาษีในสนามบินอินชอน ซึ่งมีจำนวนผู้โดยสารใกล้เคียงกับสนามบินสุวรรณภูมิคือประมาณ 60 ล้านคนต่อปี เป็น 12 สัมปทาน โดยในอาคาร 1 แบ่งสัญญาสัมปทานตามพื้นที่ (area concession) 6 สัญญา และ อาคาร 2 แบ่งตามกลุ่มสินค้า (category concession) เช่น เครื่องสำอาง แฟชั่น หนังสือ ฯลฯ อีก 6 สัญญา นอกจากนี้แล้วยังส่งเสริมให้มีการแข่งขันในการจำหน่ายสินค้าปลอดภาษีในตัวเมืองอีกด้วย โดยมีการให้สัมปทานร้านค้าปลอดภาษีในกรุงโซลกว่า 10 แห่งโดยมีทั้งร้านขนาดใหญ่ เช่น Lotte Shilla Shinsegae Galleria Duty Free Doot Duty Free และขนาดย่อมเช่น Entras SM Duty Free หรือ Ulsan เป็นต้น กระจายอยู่ทุกย่านของตัวเมืองเพื่อที่จะอำนวยความสะดวกและดึงดูดนักท่องเที่ยวในทุกพื้นที่ หันมามองประเทศไทยแล้วเหมือนหน้ามือกับหลังมือ ธุรกิจร้านค้าปลอดภาษีในประเทศไทยไม่ว่าจะในสนามบินหรือในเมืองเป็นของผู้ประกอบการรายเดียวทั่วประเทศ ทำให้ตลาดสินค้าปลอดภาษีเป็นตลาดที่ผูกขาดอย่างสมบูรณ์ จึงไม่น่าแปลกใจว่าทำไมรายได้จากการจำหน่ายสินค้าปลอดภาษีเราจึงน้อยนัก แต่ข่าวดีก็คือ สัมปทานร้านค้าปลอดภาษีในสนามบินสุวรรณภูมิ และท่าอากาศยานภูมิภาคอีก 3 แห่งจะหมดอายุลงในอีก 2 ปีข้างหน้า ผู้เขียนเห็นว่า รัฐบาลควรมีนโยบายที่ชัดเจนในการส่งเสริมให้มีการแข่งขันในธุรกิจร้านค้าปลอดภาษีโดยการ

(1) เปิดให้มีการประมูลสัมปทานร้านค้าปลอดภาษีในพื้นที่สนามบินแต่ละแห่งโดยการแบ่งสัมปทานตามประเภทของสินค้า (category concession) เพื่อที่จะได้สินค้าที่หลากหลายและมีคุณภาพและเพื่อที่จะเพิ่มรายได้จากสัมปทาน เนื่องจากมาร์จิ้นของธุรกิจค้าปลีกสินค้าแต่ละประเภทไม่เท่ากัน เช่น สินค้าประเภทเครื่องสำอางจะมาร์จิ้นสูงกว่าสินค้าเครื่องเขียน เป็นต้น ทำให้การ “เหมารวม” สินค้าเหล่านี้ในสัมปทานเดียวกันไม่ได้รับค่าตอบแทนสูงเท่าที่ควร เหมือนกับการ เหมาขายหนี้ดีและหนี้เสียโดยไม่แยกแยะทำให้รัฐมีรายได้จากการขายทรัพย์สินน้อยกว่าที่ควร การที่ค่าธรรมเนียมสัมปทานของ ทอท. ต่ำกว่าสนามบินอื่นอย่างมีนัยสำคัญ คือ ร้อยละ 17 ของรายได้จากการจำหน่ายสินค้า เมื่อเทียบกับร้อยละ 40 สำหรับสนามบินอินชอนของเกาหลีใต้ และร้อยละ 46 ของสนามบิน ชางงี ของสิงคโปร์ตามข้อมูลของ Goldman Sachs ที่มีการนำเสนอข้อมูลก่อนหน้านี้โดย Thai Publica

(2) เปิดให้มีการแข่งขันในการจำหน่ายสินค้าปลอดภาษีในเมืองโดยมีการให้สัมปทานแก่ผู้ประกอบการหลายรายในหลายพื้นที่ แต่ทั้งนี้จะต้องมีจุดมอบสินค้ากลาง (หมายถึงจุดมอบสินค้าที่นักท่องเที่ยวซื้อจากร้านค้าปลอดภาษีในเมือง หรือที่เรียกว่า pick up counter) ที่สนามบินนานาชาติเพื่อให้ลูกค้าสามารถรับสินค้าที่ซื้อมาก่อนเดินทางกลับได้

ซึ่งตรงนี้ก็เป็นประเด็นอีก เพราะที่ผ่านมา บมจ. ท่าอากาศยานแห่งประเทศไทย ไม่ได้มีการกำหนดให้มีจุดมอบสินค้ากลางที่ร้านดิวตี้ฟรีทุกรายสามารถใช้ร่วมกันได้ ทำให้แม้จะมีการเปิดให้มีร้านค้าปลอดภาษีในตัวเมืองหลายราย แต่ก็ไม่สามารถจำหน่ายสินค้าให้แก่นักท่องเที่ยวได้เพราะไม่มีจุดที่จะให้ลูกค้าไปรับสินค้าที่สนามบิน ยกเว้นจะใช้ระบบ sealed bag ที่จะต้องแสดงสินค้าที่บรรจุในถุงพิเศษที่ยังไม่เปิดต่อศุลกากรก่อนที่จะออกเดินทางออกจากประเทศ

อนึ่ง ที่ผ่านมาได้มีความพยายามที่จะแก้ปัญหาดังกล่าวโดยในกรณีของสนามบินภูเก็ตกำหนดให้ผู้ที่ได้รับสัมปทานดิวตี้ฟรีที่สนามบินต้องจัดจุดมอบสินค้าให้แก่ผู้ประกอบการดิวตี้ฟรีในเมืองทุกราย (ในอนาคต) แต่ผู้เขียนเห็นว่าวิธีการดังกล่าวไม่น่าจะเหมาะสม เพราะจะมีคู่แข่งรายไหนที่อยากจะให้ข้อมูลเกี่ยวกับประเภทและราคาของสินค้าที่ตนจำหน่ายให้แก่คู่แข่ง อันที่จริงแล้ว จุดส่งมอบสินค้าควรดำเนินการโดยผู้ที่ไม่มีส่วนได้เสียโดยตรงกับร้านค้าปลอดภาษีรายใดรายหนึ่ง ในบางประเทศ กฎหมายกำหนดให้ท่าอากาศยานต้องเป็นผู้ให้บริการจุดรับมอบสินค้าหรือ pick up counter เอง หากท่านผู้อ่านลองไปเปิดดูเว็บกี่ยวกับ pick up counter ของสนามบิน Haneda หรือ Narita จะพบว่าเป็นเว็บของสนามบิน ไม่ใช่ของร้านค้าดิวตี้ฟรีเอกชนรายใดรายหนึ่ง

ที่ผ่านมามีข่าวออกมาเป็นระยะว่า บมจ.ท่าอากาศยานไทยมีแนวโน้มว่าจะเลือกระบบสัมปทานแบบเดิม คือ Master concession เพราะ “บริหารง่าย” แต่ถ้าความง่ายในการบริหารนั้นมีต้นทุนต่อประเทศอย่างมหาศาลทั้งในรูปแบบของรายได้ของประเทศและรายได้ของ ทอท. หากคิดง่ายๆ ว่าหากเราสามารถเพิ่มรายได้จากการซื้อสินค้าปลอดภาษี 5 เท่า จากประมาณ 7 หมื่นล้านบาท เป็น 3.3 แสนล้านบาทเท่ากับเกาหลีใต้ ประเทศจะมีรายได้จากการท่องเที่ยวเพิ่มขึ้น 2.6 แสนล้านบาท และค่าธรรมเนียมสัมปทานเพิ่มจากร้อยละ 17 เป็น ร้อยละ 40 รายได้ของ ทอท. ก็จะเพิ่มขึ้นอีกถึงแสนกว่าล้านบาทต่อปี ซึ่งหมายถึงเงินนำส่งรัฐที่สามารถใช้ในการพัฒนาประเทศที่มากขึ้น ในปีงบประมาณ 2561 ทอท. นำส่งรายได้เข้ารัฐเป็นวงเงิน 8,600 ล้านบาท

ทอท.แจ้งว่ากำลังให้บริษัทที่ปรึกษาศึกษารูปแบบสัมปทานที่เหมาะสม ผู้เขียนเห็นว่า การตัดสินใจเลือกรูปแบบสัมปทานไม่ว่าจะรูปแบบเดิมหรือแบบใหม่ควรอยู่บนพื้นฐานของข้อมูลและการวิเคราะห์ที่รอบคอบและรอบด้าน ซึ่งหมายความว่า ทอท. ควรเปิดเผยชื่อของบริษัทที่ปรึกษาและรายงานผลการศึกษาของที่ปรึกษาทั้งฉบับให้สาธารณชนได้รับทราบเนื่องจาก ทอท. เป็น “หน่วยงานของรัฐ” ตามกฎหมายว่าด้วยข้อมูลข่าวสารของราชการ

ผู้เขียนเห็นว่า ถ้ารายงานของที่ปรึกษามีข้อมูลและเหตุผลที่สามารถแสดงให้เห็นว่าการมีสัมปทานเดียวที่เรียกว่า master concession จะสร้างรายได้ให้แก่ประเทศและแก่ ทอท. ได้ทัดเทียมกับการมีสัมปทานหลายสัญญาแบบในเกาหลีใต้ได้ก็คงเป็นสิ่งที่ประชาชนยอมรับได้ และหากมีการยึดโยงผลการประเมิน ทอท. และโบนัสของผู้บริหารองค์กรเข้ากับผลการดำเนินงานในส่วนนี้ก็ยิ่งจะทำให้ประชาชนอุ่นใจมากขึ้นว่าการตัดสินใจดังกล่าวได้มีการประเมินอย่างรอบคอบแล้ว แต่การตัดสินใจที่ขัดกับแนวปฏิบัติที่เป็นสากลโดยไม่มีการเปิดเผยข้อมูลและเหตุผลประกอบการตัดสินใจในรายละเอียดไม่น่าจะเป็นสิ่งที่ประชาชนยอมรับได้

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ดิวตี้ฟรี