บูรณาการ “ครู” ภูมิภาค สอนอังกฤษผ่านโครงการ “RETC”-
จากข้อมูลระบุว่าครูภาษาอังกฤษระดับประถม และมัธยมศึกษาทั่วประเทศกว่า 75 เปอร์เซ็นต์ มีทักษะตามกรอบมาตรฐานการประเมินความสามารถทางภาษา (CEFR-Common European Framework of Reference for Languages) อยู่ในระดับ A2 หรือต่ำกว่า ซึ่งถือเป็นทักษะภาษาอังกฤษระดับพื้นฐาน หากเทียบกับระดับภาษาอังกฤษจากการสอบไอเอลส์ (IELTS) จะอยู่ที่ประมาณระดับ 3.5-4 จาก 9 ระดับ
ที่สำคัญ ครูภาษาอังกฤษเกือบทั้งหมดใช้วิธีการสอนแบบท่องจำ เน้นหลักความถูกต้องของภาษามากกว่าการใช้ภาษาเพื่อการสื่อสารจริง นอกจากจะทำให้เด็กนักเรียนไม่สามารถใช้ภาษาเพื่อการสื่อสารได้แล้ว ยังส่งผลต่อทัศนคติแง่ลบของผู้เรียน
จากปัญหาดังกล่าว บริติช เคานซิล จึงร่วมกับกระทรวงศึกษาธิการยกระดับการสอนภาษาอังกฤษของครูภาษาอังกฤษในระดับประถม และมัธยมศึกษากว่า 17,000 คนทั่วประเทศ ผ่านโครงการจัดตั้งศูนย์พัฒนาครูภาษาอังกฤษระดับภูมิภาค (RETC-Regional English Training Centre) ในปี 2559 ผ่านมา
ทั้งนี้ ภายหลังจากเสร็จสิ้นโครงการพบว่าครูภาษาอังกฤษกว่า 90% ที่เข้าร่วมโครงการมีความมั่นใจในการสอนภาษาอังกฤษรูปแบบใหม่ ทั้งยังใช้ภาษาอังกฤษในห้องเรียนมากขึ้น อีกทั้งวิทยากรชาวไทย หรือที่เรียกว่า “ไทยมาสเตอร์เทรนเนอร์” จำนวน 30 คน ที่ถูกคัดเลือกจากครูที่มีศักยภาพที่เข้าร่วมโครงการตั้งต้นได้ร่วมกันขยายผลการอบรม ส่งต่อองค์ความรู้ให้กับครูอื่น ๆ จนสร้างเป็นชุมชนการเรียนรู้ทางวิชาชีพในเขตพื้นที่การศึกษาทั่วประเทศ รวมทั้งยังทำงานใกล้ชิดกับศึกษานิเทศก์ในการเข้าติดตามการสอนอีกด้วย
“นพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์” รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ กล่าวว่า การพัฒนาทักษะภาษาอังกฤษ และการเรียนการสอนภาษาอังกฤษในประเทศไทย ถือเป็นหนึ่งในปัญหาระยะยาวที่ต้องได้รับการแก้ไขปรับปรุงอย่างจริงจัง เนื่องจากการที่เด็กนักเรียนไทยเรียนเยอะ แต่ไม่สามารถใช้ภาษาอังกฤษในการสื่อสารได้ จึงเป็นอุปสรรคสำคัญที่ทำให้บุคลากรของไทยไม่สามารถแข่งขันในเวทีวัดระดับความสามารถต่าง ๆ ในระดับโลกได้
“เมื่อพิจารณาข้อมูลต่าง ๆ จะพบว่ามีหลากหลายปัจจัยที่ทำให้เกิดปัญหาดังกล่าว ไม่ว่าจะเป็นการที่ครูภาษาอังกฤษระดับประถม และมัธยมศึกษาทั่วประเทศไทย มีทักษะตามมาตรฐาน CEFR อยู่ในระดับ A2 หรือต่ำกว่า และเมื่อเปรียบเทียบกับสอบ IELTS จะอยู่ที่ประมาณระดับ 3.5-4 เท่านั้น อีกทั้งครูภาษาอังกฤษเกือบทั้งหมดจะใช้การสอนแบบท่องจำ เน้นหลักความถูกต้องของภาษามากกว่าการใช้ภาษาเพื่อการสื่อสารจริง ซึ่งทำให้เด็กไม่สามารถสื่อสารได้แล้ว ยังทำให้มองภาพลบกับการเรียนภาษาอังกฤษอีกด้วย”
“จากปัญหาดังกล่าวจึงเกิดเป็นความร่วมมือในการดำเนินโครงการจัดตั้งศูนย์พัฒนาครูภาษาอังกฤษระดับภูมิภาคในเดือนมีนาคม ปี 2554 ที่ผ่านมา เพื่อยกระดับการสอนภาษาอังกฤษของครูระดับประถมและมัธยมศึกษาทั่วประเทศ ด้วยการปฏิวัติการเรียนการสอนภาษาอังกฤษ จากที่เน้นหลักความถูกต้องของภาษา ไม่ว่าจะเป็นหลักไวยากรณ์ โครงสร้าง และคำศัพท์ มาสู่การมุ่งเน้นทักษะในการสื่อสาร ทำให้นักเรียนสามารถฟัง พูด อ่าน และเขียน ด้วยภาษาอังกฤษได้จริง”
“แอนดรูว์ กลาส” ผู้อำนวยการบริติช เคานซิล ประเทศไทย กล่าวเสริมว่า ตลอดระยะเวลากว่า 2 ปีของการดำเนินโครงการ มีการจัดตั้งศูนย์การอบรมพัฒนาครูภาษาอังกฤษในระดับภูมิภาค จำนวน 15 ศูนย์ทั่วประเทศ ทำให้ครูภาษาอังกฤษกว่า 17,000 คน จากครูภาษาอังกฤษทั่วประเทศที่มีอยู่กว่า 40,000 คน ได้ผ่านการอบรมเพื่อเรียนรู้เทคนิคการสอนภาษาอังกฤษเพื่อการสื่อสารแล้ว
“ทางโครงการยังมีการพัฒนาศักยภาพไทยมาสเตอร์เทรนเนอร์ ที่คัดเลือกจากผู้เข้าอบรมที่มีศักยภาพโดดเด่น จำนวน 30 คน ให้ทำหน้าที่เป็นวิทยากรร่วมกับวิทยากรของบริติช เคานซิล ในตลอดระยะเวลาโครงการ นอกจากจะช่วยขยายผลการอบรม และส่งต่อองค์ความรู้ให้กับครู ผู้อำนวยการโรงเรียน จนสร้างเป็นชุมชนการเรียนรู้ทางวิชาชีพ เรายังร่วมกับศึกษานิเทศก์ในการเข้าติดตามการนำเทคนิคการสอนไปประยุกต์ใช้ในรูปแบบต่าง ๆ เพื่อพัฒนาการสอนภาษาอังกฤษต่อไป”
“จากผลสำรวจและประเมินผลภายหลังจากการดำเนินโครงการพบว่า ครูภาษาอังกฤษกว่า 90% ที่เข้าร่วมโครงการ หรือคิดเป็น 15,300 คน มีความมั่นใจในการสอน และการใช้ภาษาอังกฤษมากขึ้น ส่วนครูอีกกว่า 72% พัฒนาการวางแผนการสอน ขณะที่ครูอีก 94% พัฒนาการจัดการบทเรียน ไม่เพียงเท่านี้ ครูอีกกว่า 93% ได้พัฒนาทักษะความรู้วิชาภาษาอังกฤษ และครูภาษาอังกฤษอีกกว่า 72% พัฒนาการให้โจทย์ และการตรวจเช็กความเข้าใจ”
“แอนดรูว์ กลาส” กล่าวเพิ่มเติมว่า ความสำเร็จของโครงการพัฒนาครูภาษาอังกฤษระดับภูมิภาคถือว่าเกิดจากความร่วมมือหลายภาคส่วน ตั้งแต่ผู้วางนโยบาย ทั้งเขตพื้นที่การศึกษาทั่วประเทศ มหาวิทยาลัยราชภัฏ ศึกษานิเทศก์ ครูแกนนำ และอีกหลายส่วนงาน ที่ต่างช่วยกันผลักดันให้เกิดการพัฒนาด้านการสอนภาษาอังกฤษอย่างเป็นรูปธรรม
“อย่างไรก็ตาม ทางโครงการยังมองถึงการยกระดับการเรียนการสอนภาษาอังกฤษในประเทศไทยในระดับต่อไป โดยเฉพาะการพิจารณาและปรับเปลี่ยนด้านการวัดผล ที่ในปัจจุบันจะมุ่งเน้นด้านความถูกต้องของภาษา ทำให้แม้จะมีการเปลี่ยนรูปแบบการสอนภาษาอังกฤษในห้องเรียน แต่หากระบบการวัดผลยังไม่เปลี่ยนแปลงเพื่อให้สอดคล้องกัน ปัญหาต่าง ๆ จะยังคงอยู่เหมือนเดิมต่อไป”
อันไปสอดคล้องกับ “สุทธิวัฒน์ สุทธิประภา” ไทยมาสเตอร์เทรนเนอร์ และครูสอนภาษาอังกฤษระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 โรงเรียนค้อวิทยาคม จ.นครพนม ที่กล่าวว่า การนำความรู้ที่ได้จากโครงการอบรมครูภาษาอังกฤษระดับภูมิภาคไปประยุกต์ใช้ ด้วยการปรับเปลี่ยนวิธีการสอน ผ่านเคล็ดลับที่เป็นกิจกรรมต่าง ๆ ในห้องเรียนเพื่อให้นักเรียนสื่อสารได้จริง จนทำให้เด็กกลับมามีทัศนคติที่ดีต่อวิชาภาษาอังกฤษ มีความกระตือรือร้นในการเข้าเรียน และให้ความร่วมมือกับกิจกรรมในห้องเรียน
“หากการสอนภาษาอังกฤษในประเทศไทยได้รับการปรับเปลี่ยนเป็นรูปแบบดังกล่าว ผมเชื่อว่าจะสามารถพัฒนาทักษะภาษาอังกฤษ และการใช้สื่อสารจริงได้อย่างแน่นอน”
นับเป็นการพัฒนาศักยภาพการสอนภาษาอังกฤษให้กับครูไทยที่เกิดผลอย่างเป็นรูปธรรม ทั้งยังเตรียมปรับรูปแบบการวัดผลภาษาอังกฤษ เพื่อให้สอดคล้องกับการวัดระดับการใช้ภาษาเพื่อการสื่อสารต่อไป
รับข่าวสาร ผ่านแฟนเพจเฟซบุ๊ก ประชาชาติธุรกิจออนไลน์ อย่าลืมกดติดตาม
และกดปุ่ม See first (เห็นโพสต์ก่อน)
www.facebook.com/PrachachatOnline
ทวิตเตอร์ @prachachat
ติดตามอ่านข่าวสารจากประชาชาติออนไลน์ ทันสมัย-ทันใจ
ดาวน์โหลดผ่านแอปพลิเคชั่น >> Prachachat << ได้แล้ววันนี้
ทั้งระบบ ios และ android
อ่านประชาชาติธุรกิจ ทั้งฉบับผ่าน e-Newspaper
ได้ที่แอปพลิเคชั่น Ookbee เลือก “ประชาชาติ”