Skip to content

สงครามการค้าสหรัฐ-จีน ซ้ำเติม! “อุตฯของเล่น”หนีตาย”มาตรการทางภาษี”ระลอกใหม่

09 ต.ค. 2561 | 17:15น.
สงครามการค้าสหรัฐ-จีน ซ้ำเติม! “อุตฯของเล่น”หนีตาย”มาตรการทางภาษี”ระลอกใหม่

ซีเอ็นเอ็น รายงาน อุตสาหกรรมของเล่นในสหรัฐอเมริกาพยายามฟื้นตัวอย่างหนัก ภายหลังร้านขายของเล่นชื่อดัง “ทอยส์ อาร์ อัส” ปิดกิจการ และเป็นช่วงเวลาแห่งความยากลำบากของบรรดาผู้ผลิตของเล่น ที่ต่างกังวลว่าผลิตภัณฑ์จะต้องปรับราคาสูงขึ้น ตามมาตรการภาษีที่เป็นผลจากสงครามการค้าระหว่างสหรัฐฯกับจีน ซึ่งมีแนวโน้มดำเนินต่อเนื่องถึงปีหน้า

สมาคมอุตสาหกรรมของเล่นสหรัฐฯ ระบุว่า 85% ของของเล่นที่ขายในสหรัฐฯ ผลิตขึ้นในจีน แม้บรรดาผู้ผลิตจะพยายามเลี่ยงผลกระทบที่เกิดขึ้นจากสงครามการค้าระหว่างสหรัฐฯกับจีน แต่มาตรการทางภาษีที่จะมีขึ้นในรอบหน้าก็อาจส่งผลกระทบได้อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ เนื่องจากจะมีการปรับขึ้นภาษีสินค้าทุกประเภทที่นำเข้าจากประเทศจีนโดยไม่มีข้อยกเว้น
“สิ่งนี้ไม่ควรประดังเข้ามาในช่วงเวลาที่อุตสาหกรรมเราเองก็ยังไม่พร้อมรับมือ เรายังคงตกใจและตั้งตัวไม่ถูกกับการล้มละลายของทอยส์ อาร์ อัส” รีเบคกา มอนด์ รองประธานฝ่ายกิจการรัฐบาลกล่าวต่อสมาคมอุตสาหกรรมของเล่นสหรัฐฯ กล่าว
ทั้งนี้ยังระบุถึงการแก้ปัญหามาตรการทางภาษีว่า ไม่ใช่แนวความคิดที่ดีที่จะดึงผู้ผลิตของเล่นกลับสู่สหรัฐฯ “อุตสาหกรรมของเล่นจำเป็นต้องใช้แรงงานฝีมือ ไม่ง่ายที่จะเปลี่ยนมาใช้เครื่องจักรในการผลิตนี้”
แม้ว่าการผลิตของเล่นจำนวนมาก เมื่อกลับคืนมาอยู่ในมือผู้เล่นสหรัฐอเมริกาและมีการเปลี่ยนวิธีการผลิตไปสู่ระบบสายพานเครื่องจักร แต่เนื่องจากตลาดของเล่นเป็นตลาดที่อิงกับฤดูกาลการขาย เช่น วันหยุดยาว รองประธานฝ่ายกิจการรัฐบาลกล่าวต่อสมาคมอุตสาหกรรมของเล่นสหรัฐฯ จึงมองว่า “การผลิตของเล่นโดยใช้เครื่องจักรเป็นเรื่องไม่ถูกต้อง”
ด้าน ไบรอัน โกลด์เนอร์ ซีอีโอบริษัทผู้ผลิตของเล่นสัญชาติสหรัฐฯ Hasbro กล่าวถึงการย้ายฐานการผลิตออกจากจีน ไปยังประเทศที่มีค่าแรงต่ำกว่า พร้อมทั้งยืนยันว่าไม่ใช่สหรัฐฯ อย่างแน่นอน
“ไม่มีทางที่บริษัท Hasbro กับ Mattel จะย้ายฐานการผลิตจากจีนในระยะเวลาสั้นๆ เนื่องจากพวกเขายังไม่มีซัพพลายเชนส์หรืออินฟราสตรัคเจอร์รองรับ” ลัทซ์ มิวเลอร์ ซีอีโอแห่ง Klosters กล่าว
บรรดาผู้ผลิตของเล่นชั้นนำปฏิเสธให้ความเห็นต่อการจัดการมาตรการทางภาษีดังกล่าว อย่างไรก็ตาม เก้าอี้สูงและเปลเป็นสินค้าประเภทแรกๆ ในลิสต์ที่ถูกกระทบจากมาตรการทางภาษี ทำให้บรรดาผู้ประกอบการหลายรายเรียกร้องไปยังเจ้าหน้าที่การค้าสหรัฐฯ ว่า การขึ้นภาษีมีผลต่อการจ้างงานสหรัฐฯ ซึ่ง Mattel ระบุว่า มีแรงงานชาวอเมริกัน 5,000 คนที่จะได้รับผลกระทบนี้

ความเห็นดังกล่าวได้รับการตอบรับ มีผลให้สินค้าเด็กหลายรายการได้รับการเว้นมาตรการทางภาษีในรอบที่ผ่านมาจนกระทั่งปัจจุบัน

ลัทซ์ ระบุว่า ผู้ผลิตของเล่นรายเล็กอาจจะไม่รอดหากมาตรการทางภาษีถูกบังคับใช้ เนื่องจากบรรดาผู้ผลิตหลายรายเพิ่งเริ่มฟื้นตัวจากการล้มละลายของบริษัทผลิตของเล่นชื่อดังอย่าง ทอยส์ อาร์ อัส เช่นเดียวกับบริษัทผลิตของเล่นยักษ์ใหญ่อย่าง Mattel ก็ได้รับผลกระทบ ส่วนแบ่งตลาดเมื่อเดือนมิถุนายนหายไป 20% และประกาศลดตำแหน่งงานประมาณ 2,200 ตำแหน่งเพื่อควบคุมต้นทุนการผลิต