เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ในหลวง พระราชินี ทอดพระเนตรคอนเสิร์ต “โอเปรา โกส์ ทู ฮอลลีวูด”
ข่าวในพระราชสำนัก ในหลวง พระราชินี ทอดพระเนตรคอนเสิร์ต “โอเปรา โกส์ ทู ฮอลลีวูด”
บินตรง “คุนหมิง-อุดรฯ” ล่ม ทัวร์เร่งคืนเงินเต็มจำนวนหวั่นกระทบภาพลักษณ์
เศรษฐกิจภูมิภาค บินตรง “คุนหมิง-อุดรฯ” ล่ม ทัวร์เร่งคืนเงินเต็มจำนวนหวั่นกระทบภาพลักษณ์
“โอปอล สุชาตา” เตรียมอำลาตำแหน่ง Miss World 2026
Biz Movement “โอปอล สุชาตา” เตรียมอำลาตำแหน่ง Miss World 2026
“ชัชชาติ” สำรวจ ดาต้าเซ็นเตอร์ พระราม9 หลังชาวบ้าน-ร้านค้าร้องกลิ่นน้ำมันคลุ้ง
News “ชัชชาติ” สำรวจ ดาต้าเซ็นเตอร์ พระราม9 หลังชาวบ้าน-ร้านค้าร้องกลิ่นน้ำมันคลุ้ง
‘เอสซี-เสนา’ ฝ่าวิกฤตกู้ยาก ผนึก ‘แบงก์ใหญ่’ ช่วยคนซื้อบ้าน 
Real Estate ‘เอสซี-เสนา’ ฝ่าวิกฤตกู้ยาก ผนึก ‘แบงก์ใหญ่’ ช่วยคนซื้อบ้าน 
ยศชนัน-ศูนย์กันก่อนท่วม ชู Localize Technology ปั้นน้ำเป็นทุนเศรษฐกิจ
การศึกษา ยศชนัน-ศูนย์กันก่อนท่วม ชู Localize Technology ปั้นน้ำเป็นทุนเศรษฐกิจ
WOODY เจ้าตลาดคอนเทนต์สู่ Well-being Ecosystem
Biz Movement WOODY เจ้าตลาดคอนเทนต์สู่ Well-being Ecosystem
เปิดหลังบ้านความยั่งยืน NCC ‘Carbon Neutral Event’ เรื่องที่ไม่เคยถูกเล่ามาก่อน
SD เปิดหลังบ้านความยั่งยืน NCC ‘Carbon Neutral Event’ เรื่องที่ไม่เคยถูกเล่ามาก่อน
ไทยเบฟร่วม Bangkok Business Summit 2026 ชู SEP สร้างการเติบโตยั่งยืน
SD ไทยเบฟร่วม Bangkok Business Summit 2026 ชู SEP สร้างการเติบโตยั่งยืน
เชียงใหม่-ลำพูน ปลุกอีเวนต์โคมลอย “Moonlight Sky Lantern 2026” ดันห้องพักยี่เป็งเต็ม 100%
เศรษฐกิจภูมิภาค เชียงใหม่-ลำพูน ปลุกอีเวนต์โคมลอย “Moonlight Sky Lantern 2026” ดันห้องพักยี่เป็งเต็ม 100%
ดูทั้งหมด

ศาลตัดสินจำคุก “สับ วาปี” 2ปี 10 เดือน พยานเท็จคดีครูจอมทรัพย์

09 ต.ค. 2561 | 20:19น.

เมื่อวันที่ 9 ตุลาคม ผู้สื่อข่าวรายงานว่าความคืบหน้าคดีนางจอมทรัพย์ แสนเมืองโคตร หรือศรีบุญหอม อายุ 55 ปี อดีตข้าราชการครูใน จ.สกลนคร ที่ถูกพนักงานอัยการจังหวัดนครพนมเป็นโจทก์ฟ้องในคดีอาญาเลขที่ 295/60 ข้อหาซ่องโจร และความผิดเกี่ยวกับเอกสาร ฯลฯ มีจำเลยร่วม 9 คน ประกอบด้วย 1.นายสุริยา นวนเจริญ หรือครูอ๋อง เพื่อนคนสนิท 2.นางทัศนีย์ หาญพยัคฆ์ พยานที่อ้างว่าเห็นเหตุการณ์ 3.นางทองเรศ วงศ์ศรีชา พยานที่นั่งซ้อนท้าย จยย.มากับนางทัศนีย์ 4.นายนิรันดร์ แสนเมืองโคตร อดีตสามีของนางจอมทรัพย์ 5.นายเสน่ห์ สุพรรณ เพื่อนสนิทอีกคนของนางจอมทรัพย์ 6.นางรจนา จันทรัตน์ เจ้าของฉายานักสืบโซเซียล 7.น.ส.วาสนา เพ็ชรทอง หลานสาวผู้วิ่งเต้นด้านเอกสารระหว่างนางจอมทรัพย์ต้องโทษ 8.นายสับ วาปี ผู้อ้างว่าเป็นคนขับรถ และ 9.นางจันทร์ วาปี   โดยนายสับกับนางจันทร์สองผัวเมีย รับสภาพในข้อหาเบิกความเท็จ และแจ้งความเท็จ ศาลฯจึงแยกสำนวนออกมาเป็นคดีหมายเลขดำที่ 290/2561 และคดีหมายเลขแดงที่ 4645/2561 โดยอัยการจังหวัดฯเป็นโจทก์ยื่นฟ้องสองผัวเมียในข้อหา ซ่องโจร ความผิดต่อเจ้าพนักงาน และความผิดต่อเจ้าพนักงานในการยุติธรรม

ล่าสุดศาลจังหวัดนครพนม นัดฟังคำพิพากษากรณีของนายสับ วาปี และนางจันทร์ วาปี เมื่อวันที่ 25 กันยายนที่ผ่านมา ซึ่งมีคำพิพากษาว่า นายสับจำเลยที่ 1 กระทำความผิดหลายกรรมต่างกัน ให้ลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิด กฎหมายอาญามาตรา 91 ฐานร่วมกันแจ้งข้อความอันเป็นเท็จแก่เจ้าพนักงาน จำคุก 2 เดือน ฐานร่วมกันแจ้งข้อความอันเป็นเท็จเกี่ยวกับความผิดอาญาแก่พนักงานสอบสวนฯ และฐานร่วมกันแจ้งให้เจ้าพนักงานผู้กระทำการตามหน้าที่จดข้อความอันเป็นเท็จลงในเอกสารราชการ ซึ่งมีวัตถุประสงค์สำหรับใช้เป็นพยานหลักฐานฯ จำคุก 6 เดือน ฐานเบิกความอันเป็นเท็จในการพิจารณาคดีอาญาต่อศาล จำคุก 3 ปี ฐานซ่องโจร 1 ปี เพิ่มโทษหนึ่งในสามตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 92 เฉพาะฐานเบิกความอันเป็นเท็จในการพิจารณาคดีคดีอาญาต่อศาล เป็นจำคุก 4 ปี จำเลยให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณาเป็นเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้กระทงละกึ่งหนึ่งเหลือจำคุกกำหนด 2 ปี 10 เดือน

ส่วนจำเลยที่ 2 นางจันทร์ วาปี  มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 172(เดิม) และ 267(เดิม) ประกอบมาตรา 93,177 วรรคสอง(เดิม) มีความผิดหลายกรรมต่างกัน ให้ลงโทษทุกกรรม ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 ฐานร่วมกันแจ้งข้อความอันเป็นเท็จเกี่ยวกับคดีอาญาแก่พนักงานสอบสวน จำคุก 6 เดือน ฐานเบิกความอันเป็นเท็จในการพิจารณาคดีต่อศาล จำคุก 3 ปี จำเลยให้การรับสารภาพ เป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้กระทงละกึ่งหนึ่ง เหลือจำคุก 1 ปี 9 เดือน โดยศาลพิเคราะห์รายงานการสืบเสาะและพินิจจำเลยที่ 2 ประกอบพฤติการณ์แห่งคดีแล้ว เห็นว่าจำเลยที่ 2 มีอายุมาก อีกทั้งมีปัญหาด้านสุขภาพ ไม่เคยมีประวัติการกระทำความผิดมาก่อน แต่จำเลยกระทำความผิดในคดีนี้ เนื่องจากเห็นแก่อามิสสินจ้างเพื่อประโยชน์ของตนเองฝ่ายเดียว โดยไม่คำนึงถึงผลเสียที่เกิดขึ้นต่อกระบวนการยุติธรรมทั้งระบบ ตามพฤติการณ์นับเป็นเรื่องร้ายแรง จึงไม่มีเหตุอันควรรอการลงโทษจำคุก หลังสิ้นคำพิพากษานายสับและนางจันทร์ได้ยื่นหลักทรัพย์ประกันตัว เพื่อจะขอความเมตตาในชั้นศาลอุทธรณ์ต่อไป

 

ที่มา   มติชนออนไลน์

 

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ครูจอมทรัพย์ สับ วาปี