คอมเมนต์ได้ ขออย่าหยาบคาย! “บิ๊กตู่” ไม่โกรธคนด่าในเพจเฟซบุ๊ก ระบุ อ่าน-ตอบด้วยตนเอง
เมื่อวันที่ 16 ต.ค. เวลา 13.20 น. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ให้สัมภาษณ์ภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ในวันนี้ถึงกรณีการเปิดเพจเฟซบุ๊ก อินสตาเเกรม ทวิตเตอร์ ของนายกรัฐมนตรี
พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า มันไม่ได้มีวัตถุประสงค์หลักอะไร เเต่วันนี้มันต้องเข้าสู่ยุคดิจิทัลบ้าง เพราะเป็นนโยบายไทยเเลนด์ 4.0 อีกทั้งผมยังเป็นคนในกลุ่มเบบี้ บูมเมอร์ วันนี้ต้องใช้ให้เป็น
“มันเเสดงให้เห็นถึงการปรับตัวของผม ทุกวันนี้โลกโซเชียลมันเพิ่มมากขึ้น ต้องติดตามว่าสังคมดิจิทัลเป็นอย่างไร ผมต้องการเปิดเวทีตรงนี้ให้คนติ เตือน ได้มากขึ้น อะไรที่เป็นประโยชน์จะพิจารณามาดำเนินการให้เหมาะสม เป็นอีกช่องทางหนึ่งในการสื่อสารกับประชาชน เเละผมต้องยอมรับ ใจกว้างมากขึ้น เเต่ขออย่างเดียว ขอให้สุภาพ เยาวชนเขาติดตามเรียนรู้กันอยู่”
อย่างไรก็ตาม นายกฯ กล่าวว่า คนที่ไม่ชอบอย่างไรก็ไม่ชอบ จะพูดอะไร ทำสิ่งดีๆ เขาก็ไม่ชอบ เเต่ต้องไปดูข้อติอันไหนไม่ใช่ข้อเท็จจริงก็ชี้เเจง เเต่ถ้าอันไหนจริงก็เอามาปรับ ส่วนการเปิดเฟซบุ๊กไม่ได้ใช้งบอะไรมาก หลายคนก็ทำกัน ขอเชิญทุกคนไปกดไลก์ด้วย
“ขอเชิญทุกคนไปกดไลก์ด้วย คำว่าไลก์ของผมคือ บางทีกดเข้าไปมันไลก์เเล้ว เเต่คนด่ามันด่าตรงแสดงความคิดเห็น ขอให้ติชมในสิ่งที่เป็นประโยชน์ ไม่หยาบคาย อะไรที่ไม่เข้าใจ ผมมีทีมงานคอยดู เขาจะสรุปขึ้นมาให้ผมทราบทุก 3-5 วัน เเล้วผมจะตอบด้วยตนเอง โดยการเขียนคำตอบให้เขา” นายกฯ กล่าวเเละว่า
ส่วนเรื่องที่มียศหรือไม่มียศนั้น บางทีเขาก็ขี้เกียจค้นหา อย่างไรตนก็ยังมียศอยู่ เวลานางสาวเเต่งงานยังเป็นนางสาวได้ “ตนภูมิใจที่มียศ เเต่นี่เป็นเรื่องการสร้างความเข้าใจกับประชาชน ก็ต้องสร้างให้มันกระชับที่สุด”
ผู้สื่อข่าวถามว่า การเปิดเพจเฟซบุ๊กของนายกฯ นั้น ถือเป็นการหาเสียงหรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า เเล้วพรรคอื่นไม่ทำหรือไง ให้ความเป็นธรรมกับตนบ้างสิ นี่ไม่ใช่การหาเสียง หาเสียงอะไรทำให้คนด่า ตนต้องการให้สังคมเรียนรู้ว่าจะอยู่อย่างไรในสังคม โดยเฉพาะสังคมโซเชียลมีเดีย ตนแค่ปรับตัวให้ทันกับสถานการณ์
“วันนี้ คสช. อนุโลมไปหลายโครงการ อย่าทำให้เกิดความขัดเเย้งก็พอ หลายพรรคการเมืองไปเดินทั่วกันหมด เราก็อนุโลม เดี๋ยวหาว่ารัฐบาลไปปิดกั้น ช่วยพูดกันด้วยว่ารัฐบาลไม่ได้ไปปิดกั้น เราต้องพิจารณาให้เหมาะสม”
ผู้สื่อข่าวถามต่อว่า ในอนาคตหากจะกลับมาเล่นการเมือง จะปรับอะไรบ้าง นอกจากการเข้าสู่สังคมดิจิทัลที่กำลังดำเนินการอยู่ นายกฯ ระบุว่า ตนจะปรับตัวในส่วนของตน อาทิ ความโปร่งใส ความสุจริต “ถ้าได้อยู่ ทุกคนที่มาร่วมกับผม จะต้องทำตามผม เพราะจะทำตามแบบเดิมไม่ได้ นายกฯมีอำนาจพอสมควร เราต้องตั้งหลักให้มั่น ถ้าเป็นนายกฯ เเละรัฐบาลต้องทำเพื่อประชาชน เพราะประชาชนเป็นศูนย์กลางเสมอในการทำงาน เราจะไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง”
ส่วนกรณีหากมีประชาชนเข้ามาเเสดงความคิดเห็น นายกฯ จะมีท่าทีอย่างไรนั้น พล.อ.ประยุทธ์ ถามกลับว่า “วันนี้ผมพูดดีไหม เสียงนุ่มนวล ไพเราะไหม ผมก็พูดเป็น แต่บางทีต้องเห้นใจกันบ้างในการทำงาน หลายเรื่องทำไปแล้วก็ไม่จบ ไม่เข้าใจ มีปัญหา เพราะทุกคนยังไม่ปรับตัว”
นอกจากนี้ นายกฯ ยังฝากกำลังใจ เเละขอบคุณ ประชาชนที่เข้ามาคอมเมนต์ให้กำลังใจ ส่วนคนที่เข้ามาคอมเมนต์ไม่ดีนั้น ตนไม่ได้สนับสนุนใคร ใครมีปัญหาเรื่องกฎหมายไปสู้กันในกฎหมายนู่น กระทรวงยุติธรรมให้โอกาสอยู่เเล้ว ที่ผ่านมาผมก็ปล่อยไป ทำไมต้องไปเอาเรื่องเขา เเต่หากจะเอาผิดก็คงต้องเอาผิดทั้งหมด เพราะทุกอันแสดงความคิดเห็นหยาบคาย มันต้องมีจิตสำนึก มันสมควรหรือ คุณอยากให้ลูกหลานอ่านอะไรแบบนี้หรือ ทำไมไม่ทำให้มันเป็นช่องทางแสดงความคิดเห็นที่บริสุทธิ์ ลูกหลานจะได้เข้ามาคอมเมนต์ ยิ่งแสดงความคิดเห็นว่าชอบตนมาก ก็มีคนเข้ามาด่ามากขึ้น
“ทั้งชอบทั้งด่าก็รวมเป็นอย่างเดียว เเต่ผมรับได้ เพราะไม่ได้เป็นอย่างที่เขาว่า ต้องทำใจ ผมไม่โกรธใครทั้งนั้น ถึงจะโกรธก็ไม่บอกใคร ผมเคยฟ้องใครไหม ก็แล้วเเต่ ถ้าเป็นเรื่องสิทธิส่วนบุคคลมันก็ไม่ได้ ถ้ามีคนมาดูหมิ่น บิดเบือน มากเข้า ผมก็จะทนให้ถึงที่สุดเเล้วกัน เป็นนายกฯนี่หนา” นายกฯ กล่าวทิ้งท้าย