เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
วิกฤตสารพิษข้ามพรมแดน ทุบหม้อข้าว ‘คนลุ่มน้ำกก’
Economic วิกฤตสารพิษข้ามพรมแดน ทุบหม้อข้าว ‘คนลุ่มน้ำกก’
“ชัชชาติ “สั่งเร่งยืนยันอัตลักษณ์ผู้เสียชีวิตเหตุสลดโรงเบียร์ จ่อรื้อโซนนิ่งสถานบันเทิง
Economic “ชัชชาติ “สั่งเร่งยืนยันอัตลักษณ์ผู้เสียชีวิตเหตุสลดโรงเบียร์ จ่อรื้อโซนนิ่งสถานบันเทิง
ราคาทองวันนี้ (13 ก.ค. 69) ปรับลด 600 บาท ทองรูปพรรณบาทละ 65,200 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (13 ก.ค. 69) ปรับลด 600 บาท ทองรูปพรรณบาทละ 65,200 บาท
ค่าเงินบาทวันนี้ (13 ก.ค. 69) เปิดตลาดอ่อนค่า 33.35 บาท บทวิเคราะห์ล่าสุด
Finance ค่าเงินบาทวันนี้ (13 ก.ค. 69) เปิดตลาดอ่อนค่า 33.35 บาท บทวิเคราะห์ล่าสุด
PIPATCHARA Musical ครั้งแรกและครั้งเดียวในประวัติศาสตร์
Biz Movement PIPATCHARA Musical ครั้งแรกและครั้งเดียวในประวัติศาสตร์
พยากรณ์อากาศวันนี้ (13 ก.ค. 69) ฝนตกหนักบางแห่ง กทม. ฝนตก 60% ของพื้นที่
News พยากรณ์อากาศวันนี้ (13 ก.ค. 69) ฝนตกหนักบางแห่ง กทม. ฝนตก 60% ของพื้นที่
นายกฯ สั่งสอบเหตุเพลิงไหม้โรงเบียร์ลาดพร้าว เร่งช่วยผู้รอดชีวิต
Politics นายกฯ สั่งสอบเหตุเพลิงไหม้โรงเบียร์ลาดพร้าว เร่งช่วยผู้รอดชีวิต
“ชัชชาติ“ ลงพื้นที่ไฟไหม้โรงเบียร์ลาดพร้าว พบเสียชีวิต 27 ราย สั่งตั้งศูนย์ช่วยเหลือ-เร่งตรวจใบอนุญาต
Economic “ชัชชาติ“ ลงพื้นที่ไฟไหม้โรงเบียร์ลาดพร้าว พบเสียชีวิต 27 ราย สั่งตั้งศูนย์ช่วยเหลือ-เร่งตรวจใบอนุญาต
โจทย์ใหญ่ไฟฟ้าพันเมก EEC ดึงดูดดาต้าเซ็นเตอร์ 6 แสนล้าน
Economic โจทย์ใหญ่ไฟฟ้าพันเมก EEC ดึงดูดดาต้าเซ็นเตอร์ 6 แสนล้าน
ราคาน้ำมันวันนี้ (13 ก.ค. 69) เช็กราคาดีเซล-แก๊สโซฮอล์ล่าสุด
Economic ราคาน้ำมันวันนี้ (13 ก.ค. 69) เช็กราคาดีเซล-แก๊สโซฮอล์ล่าสุด
ดูทั้งหมด

โกเชร์ โรคพันธุกรรมเมแทบอลิก กลุ่มแรกที่เข้าระบบ สปสช.-

17 ต.ค. 2561 | 07:00น.

การป่วยเป็นโรคร้ายแรงว่าน่ากลัวแล้ว แต่การป่วยเป็นโรคหายากก็น่ากลัวไม่แพ้กัน เพราะบรรดาโรคหายากนั้นมีจำนวนผู้ป่วยน้อย และมีแพทย์ผู้เชี่ยวชาญน้อย การที่ผู้ป่วยจะเข้าถึงการรักษาที่มีประสิทธิภาพจึงน้อยตามไปด้วย

โรคโกเชร์ (Gaucher) เป็นหนึ่งในโรคพันธุกรรมแอลเอสดี จัดให้อยู่ในกลุ่มของ “โรคหายาก” มีอุบัติการณ์ผู้ป่วยประมาณ 1 ต่อ 100,000 คน ในแต่ละปีจะมีผู้ป่วยรายใหม่จำนวน 5-6 คน จากข้อมูลของมูลนิธิโรคพันธุกรรมแอลเอสดี พบว่ามีผู้ป่วยรายใหม่ที่ได้รับการรักษาในระบบเพียง 2-3 รายต่อปีเท่านั้น ซึ่งอาจเป็นไปได้ว่าผู้ป่วยจำนวนหนึ่งไม่ได้รับการวินิจฉัยที่ถูกต้อง

ปัจจุบันมีผู้ป่วยโรคโกเชร์ประมาณ 20-30 คนทั่วประเทศ แต่มีผู้ป่วยที่ได้รับการรักษาและอยู่ในระบบสาธารณสุขไทยเพียง 15-20 คน เนื่องจากบางรายมีอาการรุนแรงตั้งแต่เด็กและเสียชีวิตภายในช่วง 2 ปีแรก ซึ่งส่วนใหญ่จะป่วยเป็นโกเชร์ชนิดที่ 2 ซึ่งเป็นชนิดที่มีความรุนแรงมากที่สุดจากทั้งหมด 3 ชนิด

ศ.พญ.ดวงฤดี วัฒนศิริชัยกุล หัวหน้าสาขาเวชพันธุศาสตร์ ภาควิชากุมารเวชศาสตร์ โรงพยาบาลรามาธิบดี เปิดเผยว่า โรคโกเชร์เป็นโรคหายาก มีแพทย์จำนวนจำกัดที่เข้าใจอาการและสามารถวินิจฉัยโรคได้ถูกต้องในระยะเวลาอันสั้น โดยจะต้องตรวจวินิจฉัยด้วยการเจาะเลือดเพื่อดูระดับเอนไซม์ของเม็ดเลือดขาวถึงจะทราบว่าเป็นโรคโกเชร์

โรคโกเชร์เกิดจากการที่ร่างกายขาดหรือบกพร่องเอนไซม์กลูโคซีรีโบรซิเดส (glucocerebrosidase) ทำให้ไม่สามารถกำจัดสารประกอบไขมันเชิงซ้อนในเซลล์ชนิดหนึ่งออกไปได้ สารนี้จึงเกิดการสะสมอยู่ในเซลล์และทำให้เซลล์มีขนาดใหญ่ขึ้น ก่อให้เกิดรูปร่างผิดปกติ เซลล์เหล่านี้จะถูกสะสมในอวัยวะต่าง ๆ เช่น ตับ ม้าม ไขกระดูก ฯลฯ สังเกตได้จากอาการตับม้ามโต เห็นเส้นเลือดชัด ภาวะซีด เกล็ดเลือดต่ำ ปวดกระดูก กระดูกบาง กระดูกหักง่าย ความดันสูงในเส้นเลือดในปอด เป็นต้น

ส่วนอาการและชนิดของโรคโกเชร์แบ่งเป็น 3 ชนิด ได้แก่ โกเชร์ชนิดที่ 1 ผู้ป่วยจะมีอาการตับโต ม้ามโต ซีด ช้ำและเลือดออกง่าย ปวดกระดูก กระดูกพรุนและหักยุบง่าย โกเชร์ชนิดนี้มีความรุนแรงน้อยที่สุด พบได้ทั้งในเด็กและผู้ใหญ่ ผู้ป่วยที่มีความรุนแรงของโรคมากจะเริ่มแสดงอาการของโรคตั้งแต่อายุ 1 ขวบ และอาจเสียชีวิตก่อนอายุ 10-30 ปี หากไม่ได้รับการรักษา ส่วนในรายที่มีความรุนแรงน้อยมักเริ่มมีอาการในวัยเด็กโตหรือวัยผู้ใหญ่ และมีชีวิตยืนยาวใกล้เคียงกับคนทั่วไป

โกเชร์ชนิดที่ 2 และ 3 นอกจากมีอาการดังที่พบในชนิดที่ 1 แล้ว ยังมีอาการทางระบบประสาทร่วมด้วย เช่น ชัก ตาเหล่ ปัญญาอ่อนหรือพัฒนาการช้า โดยเฉพาะผู้ป่วยโกเชร์ชนิดที่ 2 มีอาการทางระบบประสาทรุนแรงและดำเนินไปรวดเร็วกว่าชนิดที่ 3 โรคโกเชร์ชนิดที่ 2 ผู้ป่วยจะมีอาการแสดงของโรคและเสียชีวิตก่อนอายุครบ 3 ขวบ ขณะที่ผู้ป่วยโกเชร์ชนิดที่ 3 มักพบอาการแสดงของโรคในเด็กอายุต่ำกว่า 1 ขวบ และผู้ป่วยจะเสียชีวิตก่อนอายุครบ 30 ปี

ศ.พญ.ดวงฤดีบอกว่า ปัจจุบันการรักษาโรคโกเชร์ในประเทศไทยมีอยู่ 2 วิธี คือ 1.ใช้ยารักษาเอนไซม์เป็นหลัก 2.ใช้ยารักษาเอนไซม์แล้วปลูกถ่ายไขกระดูกร่วมด้วย ผู้ป่วยสามารถใช้สิทธิบัตรทอง บัตรประกันสังคม และบัตรข้าราชการเพื่อรับสิทธิยารักษาด้วยเอนไซม์ได้ ผู้ป่วยต้องรับยาเอนไซม์ทุก ๆ 2 สัปดาห์ไปตลอดชีวิตจึงจะสามารถใช้ชีวิตได้ตามปกติ และหากรับยาเอนไซม์ร่วมกับการปลูกถ่ายไขกระดูกจะทำให้หายขาดจากโรคและมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นไม่ต่างจากคนปกติ

ถึงแม้ผู้ป่วยสามารถใช้สิทธิบัตรทอง หรือบัตรประกันสังคมได้ แต่เงื่อนไขของ สปสช.ยังมีข้อจำกัดอยู่มาก เช่น หากจะรักษาด้วยการปลูกถ่ายไขกระดูกจะต้องได้รับไขกระดูกมาจากพี่น้องเท่านั้นจึงจะใช้สิทธิปลูกถ่ายไขกระดูกได้ ซึ่งในความเป็นจริงแล้วผู้ป่วยหลายรายไม่มีพี่น้อง หรือบางรายไขกระดูกของพี่น้องก็ไม่สามารถเข้ากันได้

“หากมองในระยะยาวการให้เงินสนับสนุนการปลูกถ่ายไขกระดูกกับผู้ป่วยกลุ่มนี้ จะคุ้มค่าและประหยัดค่าใช้จ่ายของภาครัฐมากกว่า เพราะหากผู้ป่วยหายขาดในระยะยาว รัฐจะใช้งบประมาณลดลงไปมากกว่าค่ายาเอนไซม์ที่ต้องจ่ายไปตลอดชีวิต”

ศ.พญ.ดวงฤดีบอกอีกว่า ผลวิจัยทางการแพทย์ระบุว่า ประเทศในฝั่งเอเชียพบผู้ป่วยโกเชร์ชนิดที่ 3 สูงถึง 60% จึงอยากวิงวอนภาครัฐให้เปิดกว้างในการรับฟังและหาแนวทางปรับข้อกำหนดใน สปสช.ร่วมกันกับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางด้านพันธุกรรม เพื่อให้ผู้ป่วยได้รับสิทธิการรักษาที่มีประสิทธิภาพและคุ้มค่ากับงบประมาณการรักษามากที่สุด และควรมีแนวทางในการจัดตั้งคณะแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านพันธุกรรม เพื่อประเมินการดูแลรักษาผู้ป่วยโกเชร์รวมถึงกลุ่มโรคพันธุกรรมต่าง ๆ ทั่วประเทศเพื่อมาตรฐานการรักษาที่มีประสิทธิภาพต่อไป

รับข่าวสาร ผ่านแฟนเพจเฟซบุ๊ก ประชาชาติธุรกิจออนไลน์ อย่าลืมกดติดตาม
และกดปุ่ม See first (เห็นโพสต์ก่อน)
www.facebook.com/PrachachatOnline
ทวิตเตอร์ @prachachat

ติดตามอ่านข่าวสารจากประชาชาติออนไลน์ ทันสมัย-ทันใจ
ดาวน์โหลดผ่านแอปพลิเคชั่น >> Prachachat << ได้แล้ววันนี้
ทั้งระบบ ios และ android

อ่านประชาชาติธุรกิจ ทั้งฉบับผ่าน e-Newspaper
ได้ที่แอปพลิเคชั่น Ookbee เลือก “ประชาชาติ”