เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
‘เซ็นทารา’ เสริมพอร์ต 4 ดาว ส่งแบรนด์ ‘เซ็นทาราไลฟ์’ ปักหมุดราชบุรี
Business ‘เซ็นทารา’ เสริมพอร์ต 4 ดาว ส่งแบรนด์ ‘เซ็นทาราไลฟ์’ ปักหมุดราชบุรี
‘โจ้-ธนา’ จัดเวทีโหวต Agree-Disagree Gen Z ทำไมคิดต่าง
SD ‘โจ้-ธนา’ จัดเวทีโหวต Agree-Disagree Gen Z ทำไมคิดต่าง
ผังเมืองใหม่-เมกะโปรเจ็กต์ บูม ‘ดอนเมือง’ ฮับอสังหาฯหรู
Real Estate ผังเมืองใหม่-เมกะโปรเจ็กต์ บูม ‘ดอนเมือง’ ฮับอสังหาฯหรู
มท.ชงแล้วใช้งบ 7.5 หมื่นล้าน “ติดโซลาร์รูฟท็อป” 1.5 ล้านครัวเรือน ยันไร้ฮั้วล็อกสเป็ก
Politics มท.ชงแล้วใช้งบ 7.5 หมื่นล้าน “ติดโซลาร์รูฟท็อป” 1.5 ล้านครัวเรือน ยันไร้ฮั้วล็อกสเป็ก
เอทิฮัด-จีน-เกาหลี แห่เสริมทัพไฮซีซันเชียงใหม่ ดันผู้โดยสารพุ่ง 9.97 ล้านคน
เศรษฐกิจภูมิภาค เอทิฮัด-จีน-เกาหลี แห่เสริมทัพไฮซีซันเชียงใหม่ ดันผู้โดยสารพุ่ง 9.97 ล้านคน
ททท.ปักหมุดสวนสามพรานจัดงาน Amazing Green Fest ต่อยอดกระแสกรีนทัวร์ริซึ่ม สร้างท่องเที่ยวยั่งยืน
Business ททท.ปักหมุดสวนสามพรานจัดงาน Amazing Green Fest ต่อยอดกระแสกรีนทัวร์ริซึ่ม สร้างท่องเที่ยวยั่งยืน
แอ๊ดคาราบาว บันทึกถึง “เจ้าสัวธนินท์” เพื่อน ครู มิตรภาพตลอดกาล
News แอ๊ดคาราบาว บันทึกถึง “เจ้าสัวธนินท์” เพื่อน ครู มิตรภาพตลอดกาล
อ.เชน ชี้ 5 ความหวังพลิกโฉมการศึกษาไทย – สร้างคน ความรู้ นวัตกรรม
Politics อ.เชน ชี้ 5 ความหวังพลิกโฉมการศึกษาไทย – สร้างคน ความรู้ นวัตกรรม
ชวน ชี้ ‘องค์กรอิสระ’ ถูกการเมืองแทรกแซง แนะอย่าลังเล-ซื่อสัตย์เพื่อชาติ
Politics ชวน ชี้ ‘องค์กรอิสระ’ ถูกการเมืองแทรกแซง แนะอย่าลังเล-ซื่อสัตย์เพื่อชาติ
‘ยุติธรรม’ เผยช่วยเหยื่อออนไลน์ตามเงินคืน 130 ล้าน ไกล่เกลี่ยหนี้ลดภาระกว่า 5,000 ล้าน
News ‘ยุติธรรม’ เผยช่วยเหยื่อออนไลน์ตามเงินคืน 130 ล้าน ไกล่เกลี่ยหนี้ลดภาระกว่า 5,000 ล้าน
ดูทั้งหมด

สศค.ชี้เศรษฐกิจการคลัง ก.ย.61 ขยายตัวต่อเนื่อง คงเป้าจีดีพีปีนี้โต 4.5%

29 ต.ค. 2561 | 16:27น.

“เศรษฐกิจไทยในเดือนกันยายนและไตรมาส 3 ของปี 2561 มีการขยายตัวจากอุปสงค์ภายในประเทศอย่างต่อเนื่อง โดยการบริโภคภาคเอกชนยังคงส่งสัญญาณบวกจากปริมาณการจำหน่ายรถยนต์นั่งและการจัดเก็บภาษีมูลค่าเพิ่มที่ยังขยายตัวได้ดี

ขณะที่อุปสงค์ภายนอกประเทศที่สะท้อนจากมูลค่าการส่งออกสินค้ายังขยายตัวได้ต่อเนื่อง สอดคล้องกับด้านอุปทานที่สะท้อนจากดัชนีผลผลิตสินค้าเกษตรและจำนวนนักท่องเที่ยวจากต่างประเทศยังขยายตัวได้ต่อเนื่องเช่นกัน

ส่วนเสถียรภาพภายในและภายนอกประเทศยังอยู่ในระดับมั่นคง สามารถรองรับความผันผวนจากต่างประเทศได้ ทั้งนี้ ปัจจัยภายนอกจากต่างประเทศที่ต้องติดตามใกล้ชิด ได้แก่ ผลกระทบจากสงครามการค้าและจำนวนนักท่องเที่ยวจากประเทศจีน”

นายวโรทัย โกศลพิศิษฐ์ ที่ปรึกษาด้านเศรษฐกิจการคลัง สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.)เปิดเผยรายงานภาวะเศรษฐกิจการคลังประจำเดือนกันยายนปี 2561 ว่า “เศรษฐกิจไทยในเดือนกันยายนและไตรมาส 3 ของปี 2561 มีการขยายตัวจากอุปสงค์ภายในประเทศอย่างต่อเนื่อง โดยการบริโภคภาคเอกชนยังคงส่งสัญญาณบวกจากปริมาณการจำหน่ายรถยนต์นั่งและการจัดเก็บภาษีมูลค่าเพิ่มที่ยังขยายตัวได้ดี

ขณะที่อุปสงค์ภายนอกประเทศที่สะท้อนจากมูลค่าการส่งออกสินค้ายังขยายตัวได้ต่อเนื่อง สอดคล้องกับด้านอุปทานที่สะท้อนจากดัชนีผลผลิตสินค้าเกษตรและจำนวนนักท่องเที่ยวจากต่างประเทศยังขยายตัวได้ต่อเนื่องเช่นกัน ส่วนเสถียรภาพภายในและภายนอกประเทศยังอยู่ในระดับมั่นคง สามารถรองรับความผันผวนจากต่างประเทศได้ ทั้งนี้ ปัจจัยภายนอกจากต่างประเทศที่ต้องติดตามใกล้ชิด ได้แก่ ผลกระทบจากสงครามการค้าและจำนวนนักท่องเที่ยวจากประเทศจีน” โดยมีรายละเอียดสรุป ได้ดังนี้

เครื่องชี้เศรษฐกิจด้านการใช้จ่ายเพื่อการบริโภคภาคเอกชนขยายตัวได้ดี สะท้อนจากปริมาณการจำหน่ายรถยนต์นั่งในเดือนกันยายน 2561 ที่ขยายตัวร้อยละ 15.6 ต่อปี เป็นการขยายตัวเป็นบวกติดต่อกันเป็นเดือนที่ 21 นับตั้งแต่มกราคม 2560 ทำให้ในไตรมาสที่ 3 ปี 2561 ปริมาณจำหน่ายรถยนต์นั่งขยายตัวร้อยละ 21.2 ต่อปี

โดยส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากการส่งเสริมการขายของค่ายรถยนต์ต่าง ๆ สำหรับดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคเกี่ยวกับเศรษฐกิจโดยรวม ในเดือนกันยายน 2561 อยู่ที่ระดับ 69.2 ปรับตัวลงเล็กน้อยจากเดือนก่อนหน้า เนื่องจากราคาพืชผลเกษตรในบางรายการยังอยู่ในระดับต่ำ อย่างไรก็ดี ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคในไตรมาส 3 ปรับตัวดีขึ้นจากไตรมาสก่อนหน้าจากระดับ 67.5 มาอยู่ที่ระดับ 69.6

เครื่องชี้เศรษฐกิจด้านการลงทุนภาคเอกชนในเดือนกันยายน 2561 ขยายตัวจากการลงทุนในหมวดเครื่องมือเครื่องจักร สะท้อนจากปริมาณจำหน่ายรถยนต์เชิงพาณิชย์ ขยายตัวร้อยละ 13.5 ต่อปี ชะลอลงจากเดือนหน้า แต่ยังเป็นการขยายตัวเป็นบวกติดต่อกันเป็นเดือนที่ 15 เนื่องจากยอดจำหน่ายรถกระบะขนาด 1 ตัน ขยายตัวร้อยละ 23.7 ต่อปี

ทำให้ในไตรมาส 3 ของปี 2561 ปริมาณจำหน่ายรถยนต์เชิงพาณิชย์ขยายตัวได้ร้อยละ 22.8 สำหรับการลงทุนในหมวดก่อสร้าง สะท้อนจากปริมาณจำหน่ายปูนซีเมนต์ภายในประเทศ ขยายตัวต่อเนื่องจากเดือนก่อนหน้าอยู่ที่ร้อยละ 8.8 ต่อปี ทำให้ในไตรมาส 3 ปี 2561 ปริมาณการจำหน่ายปูนซีเมนต์ภายในประเทศขยายตัวจากไตรมาสก่อนหน้าอยู่ที่ร้อยละ 8.8 เช่นกัน

สำหรับดัชนีวัสดุก่อสร้างในเดือนกันยายน 2561 เท่ากับ 108.9 เพิ่มขึ้นร้อยละ 1.5 เป็นการขยายตัวต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 15 ทำให้ในไตรมาส 3 ปี 2561 ดัชนีราคาวัสดุก่อสร้างขยายตัวต่อเนื่องจากไตรมาสก่อนหน้าที่ร้อยละ 6.0 ขณะที่ภาษีการทำธุรกรรมอสังหาริมทรัพย์ เดือนกันยายนอยู่ที่ร้อยละ 9.7 และในไตรมาส 3 ภาษีการทำธุรกรรมอสังหาริมทรัพย์ ขยายตัวต่อเนื่องจาก ไตรมาสก่อนหน้าที่ร้อยละ 5.2 ต่อปี

เครื่องชี้เศรษฐกิจไทยด้านอุปทานในเดือนกันยายน 2561 พบว่า ดัชนีผลผลิตด้านเกษตรกรรมยังขยายตัวต่อเนื่องแม้จะไม่มากนัก โดยดัชนีผลผลิตสินค้าเกษตรเดือนกันยายนขยายตัวที่ร้อยละ 2.1 ต่อปี เป็นการขยายตัวได้ดีในผลผลิตไข่ไก่ที่ขยายตัวร้อยละ 0.9 ต่อปี ทำให้ไตรมาสที่ 3 ปี 2561 ดัชนีผลผลิตสินค้าเกษตรขยายตัวที่ร้อยละ 4.8 ต่อปี

สำหรับดัชนีความเชื่อมั่นภาคอุตสาหกรรม (TISI) อยู่ที่ระดับ 91.5 ปรับตัวลดลงจากเดือนก่อนหน้าเล็กน้อย เนื่องจากผู้ประกอบการมีความกังวลเกี่ยวกับราคาน้ำมันที่เพิ่มสูงขึ้น และสถานการณ์ค่าเงินบาท ส่งผลให้ดัชนี TISI ในไตรมาสที่ 3 ปี 2561 อยู่ที่ระดับ 92.4

นอกจากนี้ จำนวนนักท่องเที่ยวต่างประเทศที่เดินทางเข้าประเทศไทยในเดือนกันยายน 2561 มีจำนวน 2.66 ล้านคน ขยายตัวร้อยละ 2.1 ต่อปี โดยจำนวนนักท่องเที่ยวมาเลเซียขยายตัวร้อยละ 40.1 ต่อปี นับเป็นการขยายตัวต่อเนื่องสูงสุดในรอบ 37 เดือน

ในขณะที่ นักท่องเที่ยวประเทศอื่น ยังคงขยายตัวได้ดี เช่น นักท่องเที่ยวชาวฮ่องกง ลาว และไต้หวัน เป็นต้น ทำให้ในไตรมาสที่ 3 ปี 2561 นักท่องเที่ยวต่างประเทศที่เดินทางเข้ามาประเทศไทยมีจำนวน 9.06 ล้านคน ขยายตัวร้อยละ 1.9 ต่อปี สร้างรายได้จากการท่องเที่ยวต่างประเทศในไตรมาสที่ 3 ปี 2561 มูลค่า 474.6 พันล้านบาท ขยายตัวร้อยละ 0.5 ต่อปี

เสถียรภาพเศรษฐกิจภายในประเทศยังอยู่ในเกณฑ์ดี และเสถียรภาพภายนอกอยู่ในระดับที่มั่นคง สะท้อนจากอัตราเงินเฟ้อทั่วไปในเดือนกันยายน 2561 อยู่ที่ร้อยละ 1.3 ต่อปี โดยมีสาเหตุสำคัญจากการเพิ่มขึ้นของราคาน้ำมันส่งผลให้ราคาสินค้าหมวดพลังงานสูงขึ้น

ขณะที่อัตราเงินเฟ้อพื้นฐานอยู่ที่ร้อยละ 0.8 ต่อปี ส่งผลให้อัตราเงินเฟ้อทั่วไป และอัตราเงินเฟ้อพื้นฐานในไตรมาสที่ 3 ปี 2561 อยู่ที่ร้อยละ 1.1 และ 0.7 ต่อปีตามลำดับ

สำหรับอัตราการว่างงานในเดือนกันยายน 2561 อยู่ที่ร้อยละ 1.0 ของกำลังแรงงานรวม หรือคิดเป็นจำนวนผู้ว่างงาน 3.7 แสนคน ทำให้ในไตรมาสที่ 3 ปี 2561 อัตราการว่างงานอยู่ที่ร้อยละ 1.0 ของกำลังแรงงานรวม

ขณะที่สัดส่วนหนี้สาธารณะต่อ GDP ณ สิ้นเดือนสิงหาคม 2561 อยู่ที่ร้อยละ 41.32 ต่อ GDP ซึ่งอยู่ภายใต้กรอบวินัยการเงินการคลังที่ตั้งเพดานไว้ไม่เกินร้อยละ 60 ต่อ GDP ตามพระราชบัญญัติวินัยการเงินการคลังของรัฐ พ.ศ. 2561

สำหรับเสถียรภาพภายนอกยังอยู่ในระดับมั่นคง และสามารถรองรับความเสี่ยงจากความผันผวนของเศรษฐกิจโลกได้ สะท้อนจากทุนสำรองระหว่างประเทศ ณ เดือนกันยายน 2561 อยู่ที่ระดับ 204.5 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ มากกว่าหนี้ต่างประเทศระยะสั้น 3.2 เท่า

นายวโรทัย กล่าวต่อว่า สำหรับเศรษฐกิจไทยในปี 2561 คาดว่าจะสามารถขยายตัวอย่างต่อเนื่องที่ร้อยละ 4.5 (โดยมีช่วงคาดการณ์ที่ร้อยละ 4.3 – 4.7) เร่งขึ้นจากปีก่อนหน้าที่ขยายตัวร้อยละ 3.9 โดยได้รับแรงขับเคลื่อนหลักมาจากการใช้จ่ายภาคเอกชนทั้งด้านการบริโภคและการลงทุนที่มีแนวโน้มขยายตัวเร่งขึ้น ซึ่งสอดคล้องกับการจ้างงานที่ขยายตัวเพิ่มขึ้น และรายได้ครัวเรือนในภาคเกษตรกรรมที่เริ่มขยายตัวดีขึ้นตามปริมาณผลผลิตสินค้าเกษตรที่เพิ่มสูงขึ้น

นอกจากนี้ มาตรการช่วยเหลือผู้มีรายได้น้อยของภาครัฐ โดยเฉพาะโครงการบัตรสวัสดิการแห่งรัฐยังช่วยสนับสนุนการจับจ่ายใช้สอยของประชาชน และความคืบหน้าของโครงการลงทุนภาครัฐจากปีก่อนหน้ายังเป็นแรงสนับสนุนให้การลงทุนภาคเอกชนมีแนวโน้มขยายตัวดีขึ้นจากปีก่อนหน้าอีกด้วย

สำหรับจำนวนนักท่องเที่ยวต่างประเทศที่เข้ามายังประเทศไทยยังคงมีแนวโน้มขยายตัวเพิ่มขึ้นจากปีก่อนหน้าอย่างต่อเนื่องเช่นกัน ซึ่งคาดว่าจะยังคงสนับสนุนให้ธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องกับการท่องเที่ยวขยายตัวดีตามไปด้วย

อย่างไรก็ตาม การขยายตัวทางเศรษฐกิจของประเทศคู่ค้าที่ชะลอตัวลง และนโยบายกีดกันทางการค้าของสหรัฐรวมถึงการตอบโต้จากประเทศต่างๆ คาดว่าจะส่งผลให้การส่งออกสินค้าชะลอลงเล็กน้อย สำหรับเสถียรภาพเศรษฐกิจภายในประเทศ คาดว่าอัตราเงินเฟ้อทั่วไปในปี 2561 จะอยู่ที่ร้อยละ 1.2 (โดยมีช่วงคาดการณ์ที่ร้อยละ 1.0 – 1.4) เพิ่มขึ้นจากปีก่อนหน้า ตามทิศทางราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกและการฟื้นตัวของอุปสงค์ภายในประเทศ

ทั้งนี้ รองโฆษกกระทรวงการคลัง ได้กล่าวทิ้งท้ายว่า “ในการประมาณการเศรษฐกิจไทยจำเป็นต้องคำนึงถึงปัจจัยเสี่ยงที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด อาทิ ผลกระทบจากนโยบายกีดกันทางการค้าระหว่างสหรัฐฯ และจีน รวมทั้งความผันผวนของตลาดการเงินโลก”

สำหรับรายงานประมาณการเศรษฐกิจไทยปี 2561 ได้แก่

1. ด้านการขยายตัวทางเศรษฐกิจ เศรษฐกิจไทยในปี 2561 คาดว่าจะสามารถขยายตัวอย่างต่อเนื่องที่ร้อยละ 4.5 (โดยมีช่วงคาดการณ์ที่ร้อยละ 4.3 – 4.7) เร่งขึ้นจากปีก่อนหน้าที่ขยายตัวร้อยละ 3.9 โดยได้รับอานิสงศ์จากเศรษฐกิจไทยครึ่งปีแรกของปี 61 ขยายตัวมากกว่าที่คาดถึงร้อยละ 4.8 ประกอบกับได้รับแรงขับเคลื่อนหลักมาจากการใช้จ่ายภาคเอกชนทั้งด้านการบริโภคและการลงทุนที่มีแนวโน้มขยายตัวเร่งขึ้น

โดยคาดว่าการบริโภคภาคเอกชนมีแนวโน้มขยายตัวที่ร้อยละ 4.2 (โดยมีช่วงคาดการณ์ที่ร้อยละ 4.0 – 4.4) เช่นเดียวกับการลงทุนภาคเอกชนที่คาดว่าจะขยายตัวในอัตราเร่งที่ร้อยละ 3.9 (โดยมีช่วงคาดการณ์ที่ร้อยละ 3.7 – 4.1) ซึ่งสอดคล้องกับการจ้างงานที่ขยายตัวเพิ่มขึ้น และรายได้ครัวเรือนในภาคเกษตรกรรมที่เริ่มขยายตัวดีขึ้นตามปริมาณผลผลิตสินค้าเกษตรที่เพิ่มสูงขึ้น

นอกจากนี้ มาตรการช่วยเหลือผู้มีรายได้น้อยของภาครัฐ โดยเฉพาะโครงการบัตรสวัสดิการแห่งรัฐยังช่วยสนับสนุนการจับจ่ายใช้สอยของประชาชน และความคืบหน้าของโครงการลงทุนภาครัฐจากปีก่อนหน้ายังเป็นแรงสนับสนุนให้การลงทุนภาคเอกชนมีแนวโน้มขยายตัวดีขึ้นจากปีก่อนหน้าอีกด้วย

ทั้งนี้ การลงทุนภาครัฐมีแนวโน้มขยายตัวในระดับสูงที่ร้อยละ 5.1 (โดยมีช่วงคาดการณ์ที่ร้อยละ 4.9 – 5.3) เช่นเดียวกับการบริโภคภาครัฐที่คาดว่าจะขยายตัวได้อย่างต่อเนื่องที่ร้อยละ 2.6 (โดยมีช่วงคาดการณ์ที่ร้อยละ 2.4 – 2.8)

นอกจากนี้จำนวนนักท่องเที่ยวต่างประเทศที่เข้ามายังประเทศไทยยังคงมีแนวโน้มขยายตัวเพิ่มขึ้นจากปีก่อนหน้าอย่างต่อเนื่องเช่นกัน ซึ่งคาดว่าจะยังคงสนับสนุนให้ธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องกับการท่องเที่ยวขยายตัวดีตามไปด้วย

อย่างไรก็ตาม การขยายตัวทางเศรษฐกิจของประเทศคู่ค้าที่ชะลอตัวลง และนโยบายกีดกันทางการค้าของสหรัฐรวมถึงการตอบโต้จากประเทศต่างๆ คาดว่าจะส่งผลให้การส่งออกสินค้าชะลอลงเล็กน้อย โดยปริมาณส่งออกสินค้าและบริการมีแนวโน้มขยายตัวที่ร้อยละ 4.6 (โดยมีช่วงคาดการณ์ที่ร้อยละ 4.4 – 4.8)

ส่วนปริมาณการนำเข้าสินค้าและบริการคาดว่าจะมีแนวโน้มขยายตัวเร่งขึ้นมาอยู่ที่ร้อยละ 7.8 (โดยมีช่วงคาดการณ์ที่ร้อยละ 7.6 – 8.0) สอดคล้องกับแนวโน้มการลงทุนภาคเอกชนที่คาดว่าจะเร่งขึ้น นอกจากนี้ ยังได้รับแรงสนับสนุนจากโครงการลงทุนขนาดใหญ่ของภาครัฐอีกด้วย

2. ด้านเสถียรภาพเศรษฐกิจ

สำหรับเสถียรภาพเศรษฐกิจภายในประเทศ คาดว่าอัตราเงินเฟ้อทั่วไปในปี 2561 จะอยู่ที่ร้อยละ 1.2 (โดยมีช่วงคาดการณ์ที่ร้อยละ 1.0 – 1.4) เพิ่มขึ้นจากปีก่อนหน้า ตามทิศทางราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกและการฟื้นตัวของอุปสงค์ภายในประเทศ

สำหรับเสถียรภาพภายนอกประเทศดุลบัญชีเดินสะพัดจะเกินดุล 39.5 พันล้านเหรียญสหรัฐหรือคิดเป็นร้อยละ 7.7 ของ GDP (โดยมีช่วงคาดการณ์ที่ร้อยละ 7.5 – 7.9 ของ GDP) เนื่องจากดุลการค้าที่คาดว่าจะเกินดุลที่ 20.9 พันล้านเหรียญสหรัฐ (โดยมีช่วงคาดการณ์ที่ 20.7 – 21.1 พันล้านเหรียญสหรัฐ) ตามมูลค่าสินค้าส่งออกคาดว่าจะขยายตัวที่ร้อยละ 8.0 (โดยมีช่วงคาดการณ์ที่ร้อยละ 7.8 – 8.2) ในขณะที่มูลค่าสินค้านำเข้าคาดว่าจะขยายตัวที่ร้อยละ 16.0 (โดยมีช่วงคาดการณ์ที่ร้อยละ 15.8 – 16.2)