เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
กทม. แจง ”ดาต้าเซ็นเตอร์“ โผล่กลางกรุง ก่อสร้างตามกฎหมาย ประสาน”กฟน.-กปน.“ ตรวจสอบระบบจ่ายไฟฟ้า-น้ำประปา
Real Estate กทม. แจง ”ดาต้าเซ็นเตอร์“ โผล่กลางกรุง ก่อสร้างตามกฎหมาย ประสาน”กฟน.-กปน.“ ตรวจสอบระบบจ่ายไฟฟ้า-น้ำประปา
ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์สร้างพื้นที่ปลอดภัยทางอาหาร
SD ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์สร้างพื้นที่ปลอดภัยทางอาหาร
ใครจะเป็นเจ้าสนาม 10 เซียนประจัญบาน วันนี้รู้กัน
Automotive ใครจะเป็นเจ้าสนาม 10 เซียนประจัญบาน วันนี้รู้กัน
“ชัชชาติ” พลิกหลุมฝังกลบ “โรงขยะอ่อนนุช” สู่ผืนป่า 580 ไร่ เร่งแก้ปัญหากลิ่น พัฒนาเป็นเส้นทางวิ่งเทรล
Real Estate “ชัชชาติ” พลิกหลุมฝังกลบ “โรงขยะอ่อนนุช” สู่ผืนป่า 580 ไร่ เร่งแก้ปัญหากลิ่น พัฒนาเป็นเส้นทางวิ่งเทรล
แม่ทัพ ThaiBMA ชูภารกิจ ยกระดับคุ้มครอง ‘ผู้ถือหุ้นกู้’ ผลักดันอุดช่องโหว่ พ.ร.บ.ล้มละลาย
Finance แม่ทัพ ThaiBMA ชูภารกิจ ยกระดับคุ้มครอง ‘ผู้ถือหุ้นกู้’ ผลักดันอุดช่องโหว่ พ.ร.บ.ล้มละลาย
ลุ้นหุ้นแบงก์ปันผลครึ่งปี ‘Pi’ ชี้ผลงานไม่แย่กำไร 1.2 แสนล้าน
Finance ลุ้นหุ้นแบงก์ปันผลครึ่งปี ‘Pi’ ชี้ผลงานไม่แย่กำไร 1.2 แสนล้าน
HONGQI E-HS9 SUV EV ขับเฟิร์ม ทรงดี
Automotive HONGQI E-HS9 SUV EV ขับเฟิร์ม ทรงดี
เปิดมหกรรมชายแดนสระแก้ว 2026 ดัน 200 คูหา เชื่อมผู้ประกอบการไทยสู่ตลาดโลก
Economic เปิดมหกรรมชายแดนสระแก้ว 2026 ดัน 200 คูหา เชื่อมผู้ประกอบการไทยสู่ตลาดโลก
อิเล็กทรอนิกส์ไทยโตแรง 41% แต่เครื่องใช้ไฟฟ้ายังสะดุด จับตานำเข้าพุ่งทะลุเท่าตัว
Economic อิเล็กทรอนิกส์ไทยโตแรง 41% แต่เครื่องใช้ไฟฟ้ายังสะดุด จับตานำเข้าพุ่งทะลุเท่าตัว
อุตุฯ เตือน 30 จังหวัด รับมือฝนตกหนัก-ท่วมฉับพลัน อันดามันคลื่นสูง 4 เมตร เรือเล็กงดออกจากฝั่ง
News อุตุฯ เตือน 30 จังหวัด รับมือฝนตกหนัก-ท่วมฉับพลัน อันดามันคลื่นสูง 4 เมตร เรือเล็กงดออกจากฝั่ง
ดูทั้งหมด

วัฒนธรรมเป็นพิษ-

02 พ.ย. 2561 | 07:00น.

คอลัมน์ ถามมา-ตอบไป สไตล์คอนซัลต์

โดย อภิวุฒิ พิมลแสงสุริยา สลิงชอท กรุ๊ป

การแสดงออกของผู้นำทุกคนไม่ว่าระดับใด ล้วนมีอิทธิพลต่อผู้ที่อยู่ใต้อาณัติของพวกเขาทั้งสิ้น เพราะคนในทีมมักยึดการกระทำของหัวหน้าเป็นแนวทางในการทำงาน และการใช้ชีวิตในองค์กร

หากผู้นำแสดงออกในทางบวก ย่อมส่งผลให้เกิดความร่วมมือร่วมใจในการทำงาน ทีมมีพลัง และสามารถขับเคลื่อนไปสู่เป้าหมายที่วางไว้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ในทางกลับกัน หากพฤติกรรมของหัวหน้าเป็นไปในทางลบ วัฒนธรรมของทีม และบรรยากาศในการทำงานจะไปในทิศทางนั้นด้วยเช่นกัน

ผลการศึกษาของ RHR International องค์กรที่มีชื่อเสียงระดับโลกด้านการให้คำแนะนำเชิงจิตวิทยา ทั้งยังเป็นที่ปรึกษาเกี่ยวกับการปรับเปลี่ยนตนเอง และองค์กรสำหรับผู้นำทุก ๆ ระดับ พบว่ามีพฤติกรรม 3 อย่างที่หัวหน้าหลายคนเผลอทำ แล้วไปสร้างผลกระทบในทางที่ไม่ดีให้กับทีมงานในระยะยาว

1.ให้ความสำคัญกับงานอย่างกระจัดกระจาย-ตัวอย่างง่าย ๆ ที่มักเห็นบ่อย คือ การจัดประชุมทีมแบบไม่มีวาระ ไม่มีการเตรียมการ บอกล่วงหน้าแค่ไม่กี่นาที หัวข้อการประชุมก็กระจัดกระจาย ไม่มีระบบระเบียบอะไรที่ชัดเจน เรื่องโน้นยังไม่ทันจบก็มีคนหยิบยกประเด็นใหม่ขึ้นมาคุยต่อ สุดท้ายปิดประชุมแบบไม่มีข้อสรุป และขาดผู้รับผิดชอบที่ชัดเจน

ข้อมูลที่ได้จากงานวิจัยของ RHR พบว่า ทีมที่หัวหน้ามีภาวะผู้นำสูง จะสามารถจัดลำดับความสำคัญของเรื่องต่าง ๆ ได้ดีถึง 93% และสามารถเลือกโฟกัสประเด็นต่าง ๆ ได้อย่างถูกต้องแม่นยำถึง 96% ในทางกลับกัน ทีมที่หัวหน้ามีความเป็นผู้นำต่ำ จะสามารถจัดลำดับความสำคัญได้แค่ 62% และสามารถเลือกโฟกัสประเด็นต่าง ๆ ได้อย่างถูกต้องแม่นยำเพียง 53% เท่านั้น

2.การแข่งขันที่ไม่เหมาะสม-การแข่งขันระหว่างทีม ภายในองค์กรเดียวกัน เป็นเรื่องปกติที่เกิดขึ้นเป็นประจำสม่ำเสมอ เพราะอันที่จริงเป็นวิธีการบริหารจัดการที่แยบยลอย่างหนึ่ง ผู้นำที่สามารถนำทีมสร้างผลงานได้โดดเด่นกว่าหน่วยงานอื่น ๆ มักเป็นที่ไว้วางใจให้ทำงานที่สำคัญมากขึ้น และได้รับการตกรางวัลสูงกว่าทีมอื่น ๆ ด้วย

แต่การโฟกัสในการสร้างความสำเร็จให้กับทีมของตนเองเพียงอย่างเดียวมักไม่ยั่งยืน และในที่สุดจะสร้างให้เกิดวัฒนธรรมการทำงานแบบไซโลขึ้น คือ ทีมใครทีมมัน ไม่มีการประสานงานข้ามทีม รู้สึกว่าเป้าหมายของทีมตนเองสำคัญกว่าของทีมอื่น บางทีซ้ำร้ายกว่านั้น กลายเป็นว่าความล้มเหลวของหน่วยงานอื่น คือ ชัยชนะของหน่วยงานฉัน

ยกตัวอย่าง เช่น CEO ขององค์กรแห่งหนึ่งใช้นโยบาย “แบ่งแยกแล้วปกครอง” ด้วยการตั้งใจกำหนดเป้าหมายในการทำงานให้ขัดแย้งกัน (conflicting KPIs) เพื่อให้เกิดการคานอำนาจกัน เช่น กำหนดให้ฝ่ายผลิตต้องผลิตสินค้าให้ได้จำนวนมากที่สุดเท่าที่เป็นไปได้ ในขณะที่กำหนดให้หน่วยงานตรวจสอบคุณภาพ ต้องตรวจจับสินค้าด้อยคุณภาพที่ออกมาจากกระบวนการผลิตให้เยอะที่สุดเท่าที่จะทำได้ เป็นต้น

ความขัดแย้งทำนองนี้มักนำไปสู่ปัญหาเรื่องการไว้เนื้อเชื่อใจกันระหว่างทีม ก่อให้เกิดความระแวงต่อกันในการทำงาน มีความขัดแย้ง และแทงข้างหลังกันอยู่เสมอ ๆ ดังนั้น ผู้นำต้องสร้างวัฒนธรรมการทำงานที่ส่งเสริมให้เกิดการแข่งขัน แต่ยังรักกัน และทำงานเป็นหนึ่งเดียว ด้วยการกำหนดให้มีเป้าหมายที่ทุกหน่วยงานต้องรับผิดชอบร่วมกัน (shared goals)

3.ความขัดแย้งที่ไม่เกิดประโยชน์-ความขัดแย้งเป็นเรื่องปกติของทุกทีม ความสามารถของหัวหน้าในการบริหารความขัดแย้งที่เกิดขึ้น มีผลต่อความสำเร็จหรือล้มเหลวของทีม

ผลการศึกษาของ RHR พบว่า ทีมที่หัวหน้ามีความเป็นผู้นำสูง จะสามารถรับมือกับความขัดแย้งได้อย่างมีประสิทธิภาพถึง 87% ในทางกลับกัน ทีมที่หัวหน้าขาดภาวะผู้นำ จะรับมือกับความขัดแย้งได้อย่างมีประสิทธิภาพเพียงแค่ 44% เท่านั้น

อันที่จริง ความขัดแย้งเป็นเรื่องดี หากสามารถบริหารจัดการได้อย่างเหมาะสม เพราะความขัดแย้งนำมาซึ่งนวัตกรรม และความคิดใหม่ ๆ ทีมใดที่ไม่มีความขัดแย้งเลย หัวหน้าว่าอย่างไร ลูกน้องก็ไปตามนั้น จึงมีโอกาสสูงที่จะไม่เกิดการพัฒนา แต่ปัญหาใหญ่ คือ หัวหน้าหลายคนจัดการกับความขัดแย้งอย่างไม่ถูกต้อง บางคนไม่ชอบความขัดแย้ง จึงกดไว้ ในขณะที่บางคนก็ใช้วิธีปล่อยไปโดยไม่ใส่ใจ

การบริหารความขัดแย้งได้ดี มีผลทำให้ความผูกพันของพนักงาน (employee engagement) เพิ่มสูงขึ้นด้วย โดยพบว่าทีมที่รับมือกับความขัดแย้งได้ดี จะมีระดับความผูกพันอยู่ที่ 87% ส่วนทีมที่รับมือได้ไม่ดี ระดับความผูกพันมีเพียง 45% เท่านั้น

ว่าง ๆ ลองสำรวจตัวเองดูว่า เผลอทำพฤติกรรมเหล่านี้บ้างไหม ?

รับข่าวสาร ผ่านแฟนเพจเฟซบุ๊ก ประชาชาติธุรกิจออนไลน์ อย่าลืมกดติดตาม
และกดปุ่ม See first (เห็นโพสต์ก่อน)
www.facebook.com/PrachachatOnline
ทวิตเตอร์ @prachachat

ติดตามอ่านข่าวสารจากประชาชาติออนไลน์ ทันสมัย-ทันใจ
ดาวน์โหลดผ่านแอปพลิเคชั่น >> Prachachat << ได้แล้ววันนี้
ทั้งระบบ ios และ android

อ่านประชาชาติธุรกิจ ทั้งฉบับผ่าน e-Newspaper
ได้ที่แอปพลิเคชั่น Ookbee เลือก “ประชาชาติ”