เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ในหลวง พระราชินี ทอดพระเนตรคอนเสิร์ต “โอเปรา โกส์ ทู ฮอลลีวูด”
ข่าวในพระราชสำนัก ในหลวง พระราชินี ทอดพระเนตรคอนเสิร์ต “โอเปรา โกส์ ทู ฮอลลีวูด”
บินตรง “คุนหมิง-อุดรฯ” ล่ม ทัวร์เร่งคืนเงินเต็มจำนวนหวั่นกระทบภาพลักษณ์
เศรษฐกิจภูมิภาค บินตรง “คุนหมิง-อุดรฯ” ล่ม ทัวร์เร่งคืนเงินเต็มจำนวนหวั่นกระทบภาพลักษณ์
“โอปอล สุชาตา” เตรียมอำลาตำแหน่ง Miss World 2026
Biz Movement “โอปอล สุชาตา” เตรียมอำลาตำแหน่ง Miss World 2026
“ชัชชาติ” สำรวจ ดาต้าเซ็นเตอร์ พระราม9 หลังชาวบ้าน-ร้านค้าร้องกลิ่นน้ำมันคลุ้ง
News “ชัชชาติ” สำรวจ ดาต้าเซ็นเตอร์ พระราม9 หลังชาวบ้าน-ร้านค้าร้องกลิ่นน้ำมันคลุ้ง
‘เอสซี-เสนา’ ฝ่าวิกฤตกู้ยาก ผนึก ‘แบงก์ใหญ่’ ช่วยคนซื้อบ้าน 
Real Estate ‘เอสซี-เสนา’ ฝ่าวิกฤตกู้ยาก ผนึก ‘แบงก์ใหญ่’ ช่วยคนซื้อบ้าน 
ยศชนัน-ศูนย์กันก่อนท่วม ชู Localize Technology ปั้นน้ำเป็นทุนเศรษฐกิจ
การศึกษา ยศชนัน-ศูนย์กันก่อนท่วม ชู Localize Technology ปั้นน้ำเป็นทุนเศรษฐกิจ
WOODY เจ้าตลาดคอนเทนต์สู่ Well-being Ecosystem
Biz Movement WOODY เจ้าตลาดคอนเทนต์สู่ Well-being Ecosystem
เปิดหลังบ้านความยั่งยืน NCC ‘Carbon Neutral Event’ เรื่องที่ไม่เคยถูกเล่ามาก่อน
SD เปิดหลังบ้านความยั่งยืน NCC ‘Carbon Neutral Event’ เรื่องที่ไม่เคยถูกเล่ามาก่อน
ไทยเบฟร่วม Bangkok Business Summit 2026 ชู SEP สร้างการเติบโตยั่งยืน
SD ไทยเบฟร่วม Bangkok Business Summit 2026 ชู SEP สร้างการเติบโตยั่งยืน
เชียงใหม่-ลำพูน ปลุกอีเวนต์โคมลอย “Moonlight Sky Lantern 2026” ดันห้องพักยี่เป็งเต็ม 100%
เศรษฐกิจภูมิภาค เชียงใหม่-ลำพูน ปลุกอีเวนต์โคมลอย “Moonlight Sky Lantern 2026” ดันห้องพักยี่เป็งเต็ม 100%
ดูทั้งหมด

“พุทธิพงษ์” โฆษกพลเรือน จัดคิวสารพัดอีเวนต์ “บิ๊กตู่” สู้เลือกตั้ง

04 พ.ย. 2561 | 23:35น.
นับถอยหลัง “โค้งสุดท้าย” ของรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เกิดการ “สับเปลี่ยน” กำลังพลปรับโหมดรับการเมือง-การเลือกตั้ง 24 ก.พ. 62 ตำแหน่งสำคัญที่ พล.อ.ประยุทธ์ “กดปุ่มปรับ” คือตำแหน่ง “โทรโข่งรัฐ” โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี

“พุทธิพงษ์ ปุณณกันต์” อดีต ส.ส.กทม.พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) แกนนำ กปปส. รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ฝ่ายการเมืองใหม่หมาด ถูกขยับ-ปรับตำแหน่งเป็นโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี คนที่ 3 ของรัฐบาลต่อจาก นพ.ยงยุทธ มัยลาภ และ พล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด

“พล.อ.ประยุทธ์” แต่งตั้ง “พุทธิพงษ์” ด้วยวาจาให้เป็น “โฆษกรัฐบาล” ภายหลังทำ “ผลงานเข้าตา” สามารถใช้ “จุดแข็ง”

ความเป็นนักการเมือง “ปรับตัว” เข้ากับ “เกมการเมือง” สามารถชี้แจงข้อราชการ-ข้อ (กล่าวหา) การเมืองแทน พล.อ.ประยุทธ์ผ่านสื่อกระแสหลักได้อย่างรวดเร็ว

นอกจากนี้ ยังได้รับมอบหมายงานสำคัญ-ริเริ่มงานเร่งด่วนที่ “นายพล” ในรัฐบาลทหารคิดไม่ถึง-ใจไม่กล้า เช่น การ “ฉีกกฎความมั่นคง”

โดยการเปิดทุกช่องทางการสื่อสารผ่าน “คีย์บอร์ด-สังคมออนไลน์” ทุกรูปแบบให้กับรัฐบาล “โชว์ผลงาน” และทำให้ “พล.อ.ประยุทธ์” ผู้นำทหาร “เข้าถึง-จับต้องได้”

ขณะที่ “งานการเมือง” ในหมวกกรรมการบริหาร (กก.บห.) พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) เกณฑ์ “คนรุ่นใหม่” เข้าพรรคและเพิ่งเปิดตัวคนรุ่นใหม่ของพรรคไป ภายใต้ชื่อ “สถาบันปัญญาประชารัฐ”

“พุทธิพงษ์” โฆษกรัฐบาลป้ายแดง เล่าถึงบทบาท-งานโฆษกรัฐบาลในช่วงโค้งสุดท้ายก่อนเลือกตั้ง สิ่งที่จะเปลี่ยนไปหลังจากเขาเข้ามารับหน้าที่

“สถานการณ์ใกล้เลือกตั้ง จึงต้องทำงานในเชิงรุกมากขึ้น เมื่อใกล้เลือกตั้งกระบวนการในการหาเสียงของแต่ละพรรคการเมืองเมื่อมีการปลดล็อก”

“ย่อมมีการพาดพิง หรือพูดถึงการทำงานของรัฐบาลอย่างแน่นอน ซึ่งส่วนใหญ่เป็นการตำหนิ ติเตียน ต่อว่า ว่ากล่าว พาดพิง เพราะฉะนั้น การทำงานโฆษกรัฐบาลจึงต้องทำงานในเชิงรุก”

“แต่เป็นข้อมูลที่ถูกต้อง หากมีการพาดพิงก็ต้องรีบชี้แจงเพื่อไม่ให้เกิดความสับสนกับประชาชน แต่จะหลีกเลี่ยงการตอบโต้ไม่ให้เกิดความขัดแย้ง”

หลังวันที่ 15 ธ.ค. 61 พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ (พ.ร.ป.) สภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. …จะบังคับใช้อย่างเป็นทางการ และ คสช.จะปลดล็อกพรรคการเมืองให้หาเสียงได้ (เต็มที่) สถานการณ์จะเข้าสู่โหมดการเมืองทันที

เขาจึงเตรียมตัวรับมือกับการกล่าวหา-โจมตีรัฐบาล-คสช.ที่เปลี่ยนจากกรรมการเป็นผู้เล่น นอกเหนือจากการใช้โซเชียลมีเดียในการทำความเข้าใจกับชาวบ้าน

“สำหรับระบบโซเชียลมีเดียทั้งหมด เมื่อเปิดขึ้นมาแล้วจะต้องใช้อย่างเต็มศักยภาพ ซึ่งขณะนี้ได้เพิ่มมาตรการการติดตามการทำงาน-การแก้ไขปัญหาประชาชนยกระดับไปอีกขั้นหนึ่ง ทั้งผู้ว่าราชการจังหวัดทุกจังหวัด-ปลัดกระทรวงทุกกระทรวง และล่าสุดให้ 5 รองนายกรัฐมนตรีรับผิดชอบ 5 ภูมิภาคติดตามโครงการของรัฐบาลในทุกขั้นตอน”

“ยังมีระบบโซเชียลมีเดียอีกหลายช่องทางที่ยังสามารถทำได้ หรือที่มีอยู่แล้วแต่ยังใช้ไม่เต็มศักยภาพ เช่น คลิปสั้น ๆ เพื่อชี้แจงข้อมูลในบางข้อมูล การทำอินโฟกราฟิกเพื่อให้เข้าใจได้ง่าย รวมถึงการไลฟ์สด จากนี้ไปจะเร่งใช้ทุกแพลตฟอร์มเพื่อสื่อสารให้รวดเร็ว ถูกต้อง และถึงประชาชนอย่างครบถ้วน”

หลังจากนี้ เขาจะฟอร์มทีมงานเบื้องหน้า-ทีมงานเบื้องหลังเพิ่มขึ้น เพื่อทำงานให้รวดเร็ว-ทันใจ-วิเคราะห์ข่าวเชิงลึกในทุกมิติ และตอบสนองทุกแพลตฟอร์มตลอด 24 ชั่วโมง

“กำลังจะเร่งนโยบายหลักของรัฐบาลที่ได้ทำไปแล้วและประสบความสำเร็จตลอด 4 ปีที่ผ่านมา ตอนนี้คัดมา 5-6 เรื่อง เช่น บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ หลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า หนี้นอกระบบ ระบบขนส่งคมนาคม การจัดระเบียบแรงงาน-สวัสดิการและค่าแรง โดยสัปดาห์หน้าจะเชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาให้ข้อมูล และไม่เกิน 2 สัปดาห์จะออกมาแบบครบวงจร เพื่อให้ประชาชนทั้งที่ได้รับประโยชน์จากรัฐบาลและประชาชนอีกกลุ่มที่ยังไม่สามารถเข้าถึงนโยบายของรัฐ”

เขาเชิงตอบทันทีว่า ไม่ได้เป็นการหาเสียง ไม่ได้มีเป้าที่ต้องทำก่อนหรือหลัง คสช.ปลดล็อก เพื่อเป็นคู่แข่งกับพรรคการเมือง แต่ยอมรับว่าจะนำยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี และแผนปฏิรูปประเทศเป็น topic ในแคมเปญแถลงผลงานรัฐบาลด้วย

“ไม่ได้หาเสียงหรอกครับ เพราะการหาเสียง คือการพูดถึงสิ่งที่เราจะทำในการเลือกตั้งครั้งหน้า แต่นี่คือ พูดในสิ่งที่รัฐบาลทำไปแล้วและทำอย่างต่อเนื่องตลอด 4 ปี ประชาชนได้ประโยชน์แล้ว แต่การหาเสียง คือ การบอกว่า อนาคตจะทำอะไร”

นโยบายรัฐที่เป็นชิ้นโบแดง เช่น บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ โครงการเศรษฐกิจภาคตะวันออก (อีอีซี) กลายเป็นจุดอ่อนให้นักการเมืองโจมตีจะอธิบายอย่างไร

“หนึ่ง ยึดหลักข้อเท็จจริงที่ทำลงไป และเปรียบเทียบการใช้งบประมาณว่ามีความคุ้มค่าคุ้มทุนอย่างไร สอง ต้องสร้างความมั่นใจให้ได้ว่า ทุกโครงการที่ทำลงไปโปร่งใส ไม่ทุจริต ไม่รั่วไหล ทำให้เม็ดเงินที่ลงไปประเทศและประชาชนได้ประโยชน์”

“อย่างอีอีซีเป็นโครงการใหญ่ สร้างงาน สร้างรายได้มาก แต่เพราะเป็นขั้นเริ่มต้น หลายเรื่องยังไม่มีความชัดเจน แต่ถ้าดูรายละเอียด โครงการในภาพรวม งบประมาณทยอยทำตามความพร้อม แต่เชื่อว่าอนาคตเมื่อมีการลงทุน เกิดการจ้างงาน เม็ดเงินที่ลงทุนไปจะคุ้มค่าอย่างแน่นอน แต่ต้องใช้เวลาและเร่งชี้แจงสิ่งที่ประชาชนจะได้”

ปมการจ้างงานในโครงการอีอีซีถูกพรรคการเมืองค่ายสีฟ้าขย่ม-เขย่าอย่างต่อเนื่องจาก “หัวหน้าเก่า” อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ว่ามีการจ้างงานแต่คนต่างชาติ

เขายกตัวอย่างว่า “กระทรวงศึกษาธิการ ประชาชนที่จบมาในสายอาชีพต้องได้รับการสนับสนุนให้มีความพร้อมและส่งต่อมาจ้างงานในโครงการอีอีซีด้วย”

“ถ้าเรารู้ว่าจะเกิดการจ้างงานตรงนี้เป็นแสน ๆ ตำแหน่ง จากนี้ไปหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งในระดับอาชีวศึกษา อุดมศึกษา ก็ต้องปรับและเพิ่มการสนับสนุนเพื่อพัฒนาบุคลากรของไทย เพื่อเตรียมคนในทุกระดับการศึกษา”

“ถ้าเราบอกว่า โครงการอีอีซีจ้างแต่คนต่างชาติ ทำไมคนไทยไม่ได้ทำ ไม่ใช่ เพราะถ้าคิดอย่างนั้น ก็ไม่ได้ไปไหน คนไทยก็ไม่ได้มีอะไรทำ เราหยุดการเกิดของคนไม่ได้ เราก็ต้องปรับ เพราะในอนาคตจะมีการจ้างงานในตำแหน่งนี้มากขึ้น โดยการสร้างคนเพื่อรองรับและนำคนไทยที่มีความพร้อมเข้ามา” เขาโต้อดีตนายเก่า-อภิสิทธิ์

แท็กที่เกี่ยวข้อง

การเมือง เลือกตั้ง