เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ครม.จ่อถก ‘ภาษีสรรพสามิตน้ำมัน’ หาทางลดราคาพลังงาน
Politics ครม.จ่อถก ‘ภาษีสรรพสามิตน้ำมัน’ หาทางลดราคาพลังงาน
ธปท.วางกรอบคุมสินเชื่อ BNPL ‘ทีทีบี-กสิกร’ กังวลลูกหนี้ โตเร็ว
Finance ธปท.วางกรอบคุมสินเชื่อ BNPL ‘ทีทีบี-กสิกร’ กังวลลูกหนี้ โตเร็ว
รมว.เกษตรฯ สั่งเร่งตรวจสอบจดสิทธิคุ้มครอง ‘กะเพรา 4 สายพันธุ์’ ถูกกฎหมายหรือไม่
Economic รมว.เกษตรฯ สั่งเร่งตรวจสอบจดสิทธิคุ้มครอง ‘กะเพรา 4 สายพันธุ์’ ถูกกฎหมายหรือไม่
เอแซ็ปรุกตลาดคนรักสัตว์ ส่งรถเช่าอีวีเจาะลูกค้ากทม.
Automotive เอแซ็ปรุกตลาดคนรักสัตว์ ส่งรถเช่าอีวีเจาะลูกค้ากทม.
ยักษ์สู้ศึกตลาด ‘ปิกอัพ’ ขาลง ‘ฮอนด้า’ ลงสนามชน ‘โตโยต้า-อีซูซุ’
Automotive ยักษ์สู้ศึกตลาด ‘ปิกอัพ’ ขาลง ‘ฮอนด้า’ ลงสนามชน ‘โตโยต้า-อีซูซุ’
ครม.สัญจรอุดรชง 4 หมื่นล้าน เชื่อมค้าจีน
Politics ครม.สัญจรอุดรชง 4 หมื่นล้าน เชื่อมค้าจีน
พยากรณ์อากาศ (24 ต.ค.) ภาคใต้ยังมีฝนตก 60 – 70% กทม.ฝน 30%
Economic พยากรณ์อากาศ (24 ต.ค.) ภาคใต้ยังมีฝนตก 60 – 70% กทม.ฝน 30%
ราคาบิตคอยน์วันนี้ (24 ต.ค.) ปรับลง 0.44% อยู่ที่ 80,856 เหรียญสหรัฐ
Uncategorized ราคาบิตคอยน์วันนี้ (24 ต.ค.) ปรับลง 0.44% อยู่ที่ 80,856 เหรียญสหรัฐ
เปิดแล้ว ‘มหกรรมหนังสือ’ ‘มติชน’ จัดเต็ม-เจน Z ตรึม
Biz Movement เปิดแล้ว ‘มหกรรมหนังสือ’ ‘มติชน’ จัดเต็ม-เจน Z ตรึม
ราคาน้ำมันวันนี้ (24 ต.ค.) เช็กราคาดีเซล-แก๊สโซฮอล์ล่าสุด
Economic ราคาน้ำมันวันนี้ (24 ต.ค.) เช็กราคาดีเซล-แก๊สโซฮอล์ล่าสุด
ดูทั้งหมด

ประชานิยม-ชาตินิยม “ภัยคุกคาม” สหภาพยุโรป

05 พ.ย. 2561 | 14:01น.

คอลัมน์ ชีพจรเศรษฐกิจโลก

โดย นงนุช สิงหเดชะ

ความเคลื่อนไหวของสหภาพยุโรป (อียู) ยังคงถูกจับตาอย่างต่อเนื่อง ไม่เพียงกรณีอังกฤษที่อยู่ระหว่างกระบวนการถอนตัวออกจากการเป็นสมาชิกอียูเท่านั้นที่ถูกติดตามอย่างใกล้ชิดในระยะนี้ หากแต่ยังมีประเด็นของอิตาลีและเยอรมนีเข้ามาเกี่ยวข้องด้วย ซึ่งล้วนนับว่ามีอิทธิพลที่จะชี้ชะตาและความเป็นไปของอียูในอนาคต

ความเปลี่ยนแปลงในอังกฤษ อิตาลี และเยอรมนี จนอาจส่งผลต่อชะตากรรมของอียู และทำให้นักลงทุนทั่วโลกหวั่นไหว ล้วนมีสาเหตุมาจากประชาชนรู้สึกมีความเป็นชาตินิยมสูง และเห็นว่าประเทศตัวเองเสียเปรียบจากการต้องเข้าร่วมเป็นสมาชิกอียู ประกอบกับได้แรงบันดาลใจจาก โดนัลด์ ทรัมป์ นักชาตินิยมและประชานิยมที่ชนะการเลือกตั้งด้วยสโลแกน “อเมริกาต้องมาก่อน”

ในอิตาลีฝ่ายที่ต่อต้านอียูและไม่อยากให้ใช้เงินสกุลยูโร หรืออีกนัยหนึ่งซีกที่มีนโยบายประชานิยมชนะเลือกตั้ง ดังนั้น นโยบายของรัฐบาลใหม่จึงโน้มเอียงไปในทางขัดขืนต่อกฎระเบียบของอียู โดยประเด็นท้าทายล่าสุดก็คือ กรณีคณะกรรมาธิการยุโรป (อีซี) แถลงไม่รับร่างแผนงบประมาณขาดดุล 2.4% ของจีดีพีอิตาลี และเรียกร้องให้ไปดำเนินการมาใหม่ เพราะปัจจุบันอิตาลีมีหนี้สูงมากจะกระทบต่อเศรษฐกิจยุโรปโดยรวม

ถือเป็นครั้งแรกที่คณะกรรมาธิการยุโรปปฏิเสธแผนงบประมาณของสมาชิก โดยอิตาลีมีเวลาอีกราว 2 สัปดาห์ในการเสนองบประมาณเข้าไปใหม่ ซึ่งยังไม่มีใครรับประกันว่าอิตาลีจะทำตามหรือไม่ เนื่องจากเป็นรัฐบาลที่ประชาชนเลือกเข้ามาเพื่อดื้อแพ่งขัดขืนอียู

เฟรด เคมพ์ ประธานสภาแอตแลนติก ระบุว่า ถึงแม้สุดท้ายแล้วอิตาลีอาจจะยอมปรับเปลี่ยนงบประมาณตามข้อเรียกร้องของอียู และอาจลดความเสี่ยงที่จะถูกบริษัทจัดอันดับความน่าเชื่อถือลดอันดับตราสารหนี้ของประเทศไปสู่ระดับ “ขยะ” แต่สิ่งหนึ่งที่จะไม่ยอมจางหายไปคือรัฐบาลอิตาลีจะชักชวนให้ประชาชนเบนเป้าโจมตีไปที่คณะทำงานอียู และสร้างความรู้สึกเป็นปฏิปักษ์มากขึ้น

ในกรณีของเยอรมนีซึ่งมีการเลือกตั้งระดับท้องถิ่นไปเมื่อปลายเดือนตุลาคมที่ผ่านมา ผลคือพรรค “ซีดียู” ของนางอังเกลา แมร์เคิล นายกรัฐมนตรี ที่ครองอำนาจมา 4 สมัย และพรรคร่วมรัฐบาลพ่ายแพ้ครั้งใหญที่สุดในรอบหลายปี ขณะที่พรรคขวาจัดอย่างเอเอฟดีก้าวเข้าสู่สนามการเมืองได้เป็นครั้งแรก

เยอรมนีมีขนาดเศรษฐกิจใหญ่สุดในยุโรป และร่วมมือกับฝรั่งเศสมาโดยตลอดในการผลักดันให้ยุโรปผนึกเป็นหนึ่งเดียวกัน เยอรมนีภายใต้การนำของนางแมร์เคิลถูกมองว่ามีอิทธิพลสูงมากต่อบรรดาผู้นำในยุโรป เธอมีบทบาทเป็นกาวทรงอิทธิพลที่สุดในการประสานระหว่างยุโรปด้วยกัน แต่เมื่อพรรคของนางแมร์เคิลพ่ายแพ้เลือกตั้งท้องถิ่นและเธอประกาศว่าจะไม่ลงชิงตำแหน่งใด ๆ ทางการเมืองในอนาคต ก็ย่อมส่งผลต่อสถานะในอนาคตของอียู โดยเหตุผลหนึ่งที่พรรคของเธอแพ้เลือกตั้งก็เพราะประชาชนไม่พอใจนโยบายรับผู้อพยพ ตลอดจนการแก้ปัญหาหนี้สินยุโรปที่ถูกมองว่าเงินภาษีของชาวเยอรมันถูกนำไปช่วยชาติสมาชิกที่ก่อหนี้มาก

ผู้เชี่ยวชาญระบุว่า สภาพการณ์ที่เกิดขึ้นนับว่ายุโรปกำลังเผชิญกับความท้าทายทั้งในแง่การเมืองและเศรษฐกิจ แนวโน้มที่เกิดขึ้นคือจะมีการแบ่งขั้วกันชัดยิ่งขึ้นระหว่างประเทศที่มีรัฐบาลประชานิยมกับไม่ประชานิยม โดยฝรั่งเศส เยอรมนี เนเธอร์แลนด์ และอื่น ๆ จะอยู่ขั้วหนึ่ง ส่วนอีกขั้วหนึ่งจะประกอบด้วย อิตาลี โปแลนด์ และฮังการี

ในส่วนของอังกฤษนั้น มีแนวโน้มว่าจะต้องออกจากอียูโดยไร้ข้อตกลงใด ๆ (no deal Brexit) ซึ่งไม่น่าปรารถนาเพราะอังกฤษคงประสบวิกฤตและปั่นป่วนอีกหลายเดือน หลังออกไปแล้วอังกฤษคงอยู่ในสภาพที่ย่ำแย่ลง มีบทบาทในโลกน้อยลง

ประชานิยมและชาตินิยมกำลังกลายเป็นอุปสรรคสำคัญอันหนึ่งในโครงการทดลองที่ยิ่งใหญ่ในประวัติศาสตร์โลก ที่ค่อย ๆ วิวัฒนาการมาเรื่อย ๆ นับจากสิ้นสุดสงครามโลกครั้งที่ 2 ซึ่งมีเป้าหมายคือผนึกยุโรปให้เป็นหนึ่งเดียวและขยายให้ใหญ่ขึ้น โดยมีจุดประสงค์ร่วมกัน คือ สร้างความเจริญรุ่งเรืองทางเศรษฐกิจและประชาธิปไตย