เมืองไทยประกันชีวิตจับมือ Oracle ดึงเทคโนโลยีคลาวด์โซลูชั่นขับเคลื่อนธุรกิจ
บริษัท เมืองไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) บริษัทประกันชีวิตระดับแนวหน้าในภูมิภาคที่มีความแข็งแกร่งทั้งด้านการเงิน ภาพลักษณ์องค์กร และมีระบบการบริหารความเสี่ยงระดับมาตรฐานสากล ชูวิสัยทัศน์ด้านไอทีโดยการใช้ระบบวางแผนการใช้ทรัพยากรขององค์กร (ERP) บนระบบคลาวด์ และ ระบบการบริหารการจัดการประสิทธิภาพขององค์กร (EPM) บนระบบคลาวด์ ของออราเคิล
นายสาระ ล่ำซำ กรรมการผู้จัดการและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ.เมืองไทยประกันชีวิต (MTL) เปิดเผยว่า เพื่อเป็นการเตรียมความพร้อมสำหรับการรับมือกับโลกอนาคต ซึ่งปัจจัยแวดล้อมจะมีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว บริษัทจึงได้เตรียมความพร้อมด้านเทคโนโลยีให้มีความทันสมัย และสอดรับกับโลกยุคใหม่ เพื่อสร้างความแข็งแกร่งแก่ธุรกิจให้สามารถเติบโตได้อย่างมั่นคงและยั่งยืน รวมถึงการเตรียมความพร้อมเพื่อรองรับมาตรฐานการรายงานทางการเงิน ฉบับที่ 9 เครื่องมือทางการเงิน (IFRS 9) และมาตรฐานการรายงานทางการเงิน ฉบับที่ 17 สัญญาประกันภัย (IFRS 17) ที่จะเกิดขึ้นในอีกไม่ช้า บริษัทจึงได้ร่วมมือกับออราเคิล ซึ่งเป็นบริษัทชั้นนำด้านเทคโนโลยีคลาวด์โซลูชั่นที่ทันสมัยและใช้งานในระดับองค์กรพัฒนาและยกระดับเทคโนโลยีให้พร้อมรับโลกยุคดิจิทัล ด้วยการเลือกใช้ Oracle ERP Cloud และ Oracle EPM Cloud ที่จะมาช่วยสนับสนุนให้องค์กรสามารถขับเคลื่อนธุรกิจได้อย่างคล่องตัวและมีประสิทธิภาพมากขึ้น
โดยการพัฒนาระบบในครั้งนี้ยังรวมถึงการพัฒนาเครื่องมือสำหรับการวางแผนและเครื่องมือในการบริหารจัดการทางการเงินซึ่งเป็นอีกหนึ่งกลยุทธ์ที่บริษัทให้ความสำคัญเพื่อให้บริการลูกค้าได้อย่างมีประสิทธิภาพและปลอดภัย รวมถึงการบริหารต้นทุนในการดำเนินการได้อย่างมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้นและเพิ่มความคล่องตัว ซึ่งจะช่วยเพิ่มศักยภาพในการแข่งขันท่ามกลางสภาพแวดล้อมทางธุรกิจที่ท้าทาย รองรับการเติบโตและการแข่งขันทั้งในปัจจุบันและอนาคตได้เป็นอย่างดี

นายลาร์ เฟเอสท์ หัวหน้าฝ่ายแอปพลิเคชั่น ออราเคิล ประเทศไทย กล่าวว่า ออราเคิลยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้รับความเชื่อมั่นจากเมืองไทยประกันชีวิตในการใช้ Oracle Cloud Applications for ERP and EPM ซึ่งแพลตฟอร์มเพียงแพลตฟอร์มเดียวนี้ จะมอบระบบการวางแผนและการบริหารจัดการทางการเงินแบบครบวงจรบนบนระบบคลาวด์ กระบวนการด้านการเงินที่ทำงานบนระบบคลาวด์จะช่วยให้เมืองไทยประกันชีวิตมีความยืดหยุ่นในการเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานต่างๆ เข้าถึงและมองเห็นความเปลี่ยนแปลงของข้อมูล และควบคุมด้านการเงินได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น ฝ่ายบริหารทุกฝ่ายได้รับรู้รับทราบข้อมูลได้ง่ายและตลอดเวลา ซึ่งเป็นส่วนช่วยในการตัดสินใจทางธุรกิจให้ได้รวดเร็ว