เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
แนวโน้มราคาทองวันนี้ (10 ก.ค. 69) บทวิเคราะห์โดย YLG Bullion
Finance แนวโน้มราคาทองวันนี้ (10 ก.ค. 69) บทวิเคราะห์โดย YLG Bullion
เมื่อสัตว์เลี้ยงคือสมาชิกในบ้าน ‘เบทาโกร’ ทุ่มทำแล็บพัฒนาคุณภาพอาหาร
Economic เมื่อสัตว์เลี้ยงคือสมาชิกในบ้าน ‘เบทาโกร’ ทุ่มทำแล็บพัฒนาคุณภาพอาหาร
ราคาน้ำมันดิบปรับลด หลังความกังวลเศรษฐกิจสหรัฐ กดดันแนวโน้มอุปสงค์
Economic ราคาน้ำมันดิบปรับลด หลังความกังวลเศรษฐกิจสหรัฐ กดดันแนวโน้มอุปสงค์
ศุภาลัย ลุยคอนโดพร้อมอยู่ “ปาร์ค เอกมัย-พัฒนาการ”โกยยอดขายแล้ว 2.7 พันล้าน
Real Estate ศุภาลัย ลุยคอนโดพร้อมอยู่ “ปาร์ค เอกมัย-พัฒนาการ”โกยยอดขายแล้ว 2.7 พันล้าน
กางตัวเลข “กัญชา 2 หมื่นล้าน” รอยรั่วภาษีใต้ดิน ซ้ำตลาดล้น 40 เท่า ธุรกิจปรับแผนหนีซบส่งออก
Economic กางตัวเลข “กัญชา 2 หมื่นล้าน” รอยรั่วภาษีใต้ดิน ซ้ำตลาดล้น 40 เท่า ธุรกิจปรับแผนหนีซบส่งออก
เอาใจช่วย อุตฯยานยนต์ไทย
Automotive เอาใจช่วย อุตฯยานยนต์ไทย
ราคาทองวันนี้ (10 ก.ค. 69) คงที่ รูปพรรณขายออก 65,800 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (10 ก.ค. 69) คงที่ รูปพรรณขายออก 65,800 บาท
กางไทม์ไลน์ “มอเตอร์เวย์ใหม่” เร่ง “รังสิต-บางปะอิน” ตอกเข็มปี’70
Real Estate กางไทม์ไลน์ “มอเตอร์เวย์ใหม่” เร่ง “รังสิต-บางปะอิน” ตอกเข็มปี’70
ทองคำยืนเหนือ 4,100 เหรียญ ยุติสงครามยังหาทางออกไม่ได้ ลุ้นเงินเฟ้อสหรัฐสัปดาห์หน้า
Finance ทองคำยืนเหนือ 4,100 เหรียญ ยุติสงครามยังหาทางออกไม่ได้ ลุ้นเงินเฟ้อสหรัฐสัปดาห์หน้า
SET วันนี้ (10 ก.ค.) คาดไม่หลุดกรอบ 1,600-1,625 จุด “DELTA-HANA” ไปต่อ
Finance SET วันนี้ (10 ก.ค.) คาดไม่หลุดกรอบ 1,600-1,625 จุด “DELTA-HANA” ไปต่อ
ดูทั้งหมด

ไทย-เทศแห่เปิดอีคอมเมิร์ซ จัดทัวร์บุกซื้อตรงโรงงานจีน-

19 พ.ย. 2561 | 07:00น.

ทุนไทย-เทศแห่ตั้งบริษัทขายสินค้าออนไลน์เกลื่อนรับกระแสขาขึ้น นายกสมาคมไทยอีคอมเมิร์ซชี้ธุรกิจเห็นโอกาส เล็งลงทุนเพิ่ม ฟันธงสิ้นปีมูลค่าตลาดทะลุ 3.05 ล้านล้านบาท สินค้าจีนทะลักสบช่องบริษัททัวร์จัดแพ็กเกจพาไปซื้อสินค้าตรงจากโรงงาน พร้อมจัดล่ามส่วนตัว บริการนำเข้าสินค้าให้ด้วย

ความร้อนแรงของการซื้อขายสินค้าผ่านระบบออนไลน์ได้รับความนิยมมากขึ้น ส่งผลให้ตลาดเติบโตต่อเนื่องมีการจัดโปรโมชั่นจากผู้ประกอบการรายใหญ่ ทั้งลาซาด้า, เจดี ดอทคอม,ช้อปปี้, อีเลฟเว่น สตรีท ฯลฯ มีกลุ่มผู้ประกอบการรายใหม่ทั้งไทยและต่างประเทศที่กระโดดเข้ามาในตลาดนี้เพิ่มขึ้นเป็นจำนวนมาก

ผู้สื่อข่าว “ประชาชาติธุรกิจ” สำรวจการจดทะเบียนบริษัท จากกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ ในช่วง 10 เดือนที่ผ่านมา (มกราคม-ตุลาคม) พบว่า มีผู้ประกอบการยื่นจดทะเบียนโดยแจ้งวัตถุประสงค์ว่า เพื่อขายสินค้าผ่านระบบออนไลน์ หรืออีคอมเมิร์ซ (47912) มีประมาณ 250 บริษัท เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปี 2560 ที่มียอดจดทะเบียนตั้งบริษัทเพียง 218 บริษัท

โดยในจำนวนนี้เกือบครึ่งหนึ่ง หรือประมาณ 120 บริษัท เป็นบริษัทที่ตั้งอยู่ในกรุงเทพฯ รองลงไปเป็นปทุมธานี และชลบุรี จังหวัดละ 16 บริษัท ส่วนอันดับ 3 เป็นสมุทรปราการ 15 บริษัท ตามมาด้วยนนทบุรี 14 บริษัท เชียงใหม่ 11 บริษัท นครราชสีมาและขอนแก่น จังหวัดละ 6 บริษัท นครปฐม 5 บริษัท ที่เหลือกระจาย
ไปจังหวัดละ 1-2 บริษัท อาทิ อุบลราชธานี อุดรธานี สกลนคร สุพรรณบุรี สมุทรสาคร สิงห์บุรี ลพบุรี เพชรบุรี ราชบุรี พระนครศรีอยุธยา นครศรีธรรมราช ภูเก็ต สระแก้ว ประจวบคีรีขันธ์ ยะลา นราธิวาส เป็นต้น

นอกจากบริษัทส่วนใหญ่กว่า 200 บริษัทจดทะเบียนโดยชาวไทยยังมีอีกประมาณ 35-40 บริษัทที่มีชาวต่างประเทศเข้ามาร่วมถือหุ้น อาทิ เยอรมนี อเมริกัน เบลเยียมเนเธอร์แลนด์ แคนาดา ญี่ปุ่น เกาหลี ไต้หวัน สิงคโปร์ ฝรั่งเศส อินเดีย เป็นที่น่าสังเกตว่ามีชาวจีนเข้ามาร่วมถือหุ้นประมาณ 15 บริษัท และมีบริษัทอีกจำนวนหนึ่งที่กลุ่มทุนจีนถือหุ้น 100%

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สินค้าที่บริษัทเหล่านี้ขายมีค่อนข้างหลากหลาย และส่วนใหญ่เป็นกลุ่มเครื่องนุ่งห่ม เสื้อผ้าแฟชั่น, เครื่องสำอาง-สกินแคร์ เครื่องหอม, เครื่องประดับ, ของเล่นเด็ก, อาหารเสริมสมุนไพรเพื่อสุขภาพ, อุปกรณ์คอมพิวเตอร์ โทรศัพท์มือถือ-อิเล็กทรอนิกส์, ผลิตภัณฑ์ผ้าทอพื้นเมือง ฯลฯ นอกจากนี้ ยังเป็นที่น่าสังเกตว่า บริษัทจำนวนหนึ่งเป็นกลุ่มมีโรงงานผลิตสินค้าอยู่เดิม อาทิ เครื่องนอน เฟอร์นิเจอร์ และตั้งบริษัทขึ้นมาใหม่เพื่อเพิ่มช่องทางจำหน่าย และเพื่อให้เข้าถึงลูกค้าโดยตรง

ตลาดไทยโอกาสเติบโตดี

นายธนาวัฒน์ มาลาบุปผา นายกสมาคมผู้ประกอบการพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ (Thai E-commerce Association) เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า การจดทะเบียนตั้งบริษัทอีคอมเมิร์ซที่เพิ่มขึ้นสะท้อนว่า ภาคเอกชนทั้งในและต่างประเทศมองเห็นโอกาสการเติบโต และต้องการจะขยายการลงทุนในธุรกิจนี้ให้มากขึ้น เนื่องจากปัจจุบันผู้ค้าขายออนไลน์สามารถทำธุรกิจได้โดยไม่จำเป็นต้องตั้งบริษัทในไทยแต่อย่างใด โดยเฉพาะผู้ค้าต่างชาติสามารถใช้ช่องว่างของกฎหมายภาษีศุลากรที่เปิดช่องให้ส่งสินค้าที่ราคาไม่เกิน 1,500 บาทเข้ามาในประเทศไทยได้โดยไม่ต้องเสียภาษี

“เป็นปรากฏการณ์ที่น่าแปลกใจและน่าจับตา เพราะถ้าคิดจะแค่ซื้อมาขายไป ผู้ค้าต่างชาติก็ทำได้เลยโดยไม่ต้องมีภาระภาษีใด ๆ อยู่แล้ว หากเข้ามาจดทะเบียนตั้งบริษัทแสดงว่ามีแผนจะขยายการลงทุนในไทยที่จริงจังมากกว่านั้น เช่น การขยายธุรกิจให้ใหญ่ขึ้น หรือมีการลงทุนในโลจิสติกส์เพิ่ม ส่วนผู้ประกอบการไทยที่มีการจดทะเบียนตั้งบริษัท อาจจะเป็นการเตรียมความพร้อมให้รองรับกับกติกาภาครัฐที่พยายามจะให้ภาคเอกชนเข้าสู่ระบบภาษีให้มากขึ้น”

จัดทัวร์บุก รง.จีน-ผุดธุรกิจชิปปิ้ง

จากการสำรวจข้อมูลของสมาคม พบว่ากว่า 50% ของสินค้าและผู้ค้าบน 3 อีมาร์เก็ตเพลซรายใหญ่ในไทยส่วนใหญ่เป็นสินค้าและผู้ค้าจากประเทศจีน ซึ่งเป็นเครือข่ายพันธมิตรของเจ้าของ 3 อีมาร์เก็ตเพลซรายใหญ่ที่ให้บริการอยู่ในไทย ดังนั้น ผู้ประกอบการไทยที่ทำธุรกิจด้วยการเป็นตัวกลางนำเข้าสินค้าจากประเทศจีนมาขายต้องเร่งปรับตัวรายงานข่าวระบุว่า ขณะนี้ในเว็บบอร์ด

สาธารณะและหลายกลุ่มโซเชียลมีเดีย เริ่มเห็นการโปรโมตแพ็กเกจทัวร์ไปประเทศจีนเพื่อพาผู้ค้าออนไลน์ไปซื้อสินค้าโดยตรงจากโรงงานมากขึ้น ซึ่งมีทั้งบริษัททัวร์ที่ทำธุรกิจนี้มานานและที่เพิ่งเริ่มเข้ามาจับธุรกิจนี้ โดยทัวร์ดังกล่าวจะเน้นพาไปที่เมืองกว่างโจว เสิ่นเจิ้น และอี้อู สำหรับผู้ที่ต้องการซื้อสินค้าแฟชั่นและของใช้ทั่วไป หรือเมืองฝอซานสำหรับกลุ่มผู้ที่ต้องการซื้อเฟอร์นิเจอร์ โดยจะจัดล่ามส่วนตัวให้กับลูกทัวร์แต่ละคน เพื่อพาไปเจรจาซื้อสินค้าตามที่ลูกทัวร์ต้องการ พร้อมมีบริการนำเข้าสินค้าให้ด้วย

ขณะเดียวกัน ยังมีกลุ่มนักศึกษาจีนในประเทศไทยและนักศึกษาไทยในประเทศจีน ที่คอยเข้ามาเสนอตาม
โซเชียลเน็ตเวิร์กเป็นไกด์ส่วนตัวให้กับผู้ค้าออนไลน์ที่ต้องการไปติดต่อที่โรงงานในประเทศจีนเอง แต่ไม่ต้องการซื้อแพ็กเกจทัวร์ด้วย

อีคอมเมิร์ซในไทยโตต่อเนื่อง

นายกสมาคมอีคอมเมิร์ซ กล่าวเสริมว่า ตลาดที่อีคอมเมิร์ซในไทยยังเติบโตต่อเนื่อง คาดว่าจะจบปีด้วยมูลค่ากว่า 3.05 ล้านล้านบาท จาก 2.81 ล้านล้านบาทในปีที่แล้ว ขณะที่แคมเปญช็อปปิ้งออนไลน์ในวันที่ 11 พ.ย.ที่ผ่านมา หรือ “11.11” ช่วยกระตุ้นการเติบโตได้ดี และเป็นจุดเริ่มต้นในการโหมแคมเปญตลาดรับกำลังซื้อช่วงโค้งท้ายปีได้อีกมาก

ขณะที่บริษัทไปรษณีย์ไทย ระบุว่า “11.11” ทำให้ยอดใช้บริการไปรษณีย์ EMS และไปรษณีย์ลงทะเบียนเพิ่มถึง 70% จากช่วงเวลาปกติ สะท้อนถึงการเติบโตของธุรกิจอีคอมเมิร์ซ

“ช้อปปี้” หนึ่งในผู้ให้บริการอีมาร์เก็ตเพลซรายใหญ่ในไทย เปิดเผยว่าแคมเปญ 11.11 มียอดสั่งซื้อทั้ง
อาเซียนกว่า 11 ล้านออร์เดอร์ สูงกว่าปีก่อนถึง 4.5 เท่า เฉพาะในไทยมียอดคำสั่งซื้อสูงกว่า 1,909 เท่า

“เอคอมเมิร์ซ” ผู้ให้บริการอีคอมเมิร์ซครบวงจรในอาเซียน ระบุว่า “11.11” ย้ำการเติบโตของอีคอมเมิร์ซใน
อาเซียน บริษัทมียอดขายเพิ่มขึ้นถึง 300% ซึ่งประเทศไทยมีส่วนสำคัญในการผลักดันการเติบโต

รับข่าวสาร ผ่านแฟนเพจเฟซบุ๊ก ประชาชาติธุรกิจออนไลน์ อย่าลืมกดติดตาม
และกดปุ่ม See first (เห็นโพสต์ก่อน)
www.facebook.com/PrachachatOnline
ทวิตเตอร์ @prachachat

ติดตามอ่านข่าวสารจากประชาชาติออนไลน์ ทันสมัย-ทันใจ
ดาวน์โหลดผ่านแอปพลิเคชั่น >> Prachachat << ได้แล้ววันนี้
ทั้งระบบ ios และ android

อ่านประชาชาติธุรกิจ ทั้งฉบับผ่าน e-Newspaper
ได้ที่แอปพลิเคชั่น Ookbee เลือก “ประชาชาติ”