เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ในหลวง พระราชินี ทอดพระเนตรคอนเสิร์ต “โอเปรา โกส์ ทู ฮอลลีวูด”
ข่าวในพระราชสำนัก ในหลวง พระราชินี ทอดพระเนตรคอนเสิร์ต “โอเปรา โกส์ ทู ฮอลลีวูด”
บินตรง “คุนหมิง-อุดรฯ” ล่ม ทัวร์เร่งคืนเงินเต็มจำนวนหวั่นกระทบภาพลักษณ์
เศรษฐกิจภูมิภาค บินตรง “คุนหมิง-อุดรฯ” ล่ม ทัวร์เร่งคืนเงินเต็มจำนวนหวั่นกระทบภาพลักษณ์
“โอปอล สุชาตา” เตรียมอำลาตำแหน่ง Miss World 2026
Biz Movement “โอปอล สุชาตา” เตรียมอำลาตำแหน่ง Miss World 2026
“ชัชชาติ” สำรวจ ดาต้าเซ็นเตอร์ พระราม9 หลังชาวบ้าน-ร้านค้าร้องกลิ่นน้ำมันคลุ้ง
News “ชัชชาติ” สำรวจ ดาต้าเซ็นเตอร์ พระราม9 หลังชาวบ้าน-ร้านค้าร้องกลิ่นน้ำมันคลุ้ง
‘เอสซี-เสนา’ ฝ่าวิกฤตกู้ยาก ผนึก ‘แบงก์ใหญ่’ ช่วยคนซื้อบ้าน 
Real Estate ‘เอสซี-เสนา’ ฝ่าวิกฤตกู้ยาก ผนึก ‘แบงก์ใหญ่’ ช่วยคนซื้อบ้าน 
ยศชนัน-ศูนย์กันก่อนท่วม ชู Localize Technology ปั้นน้ำเป็นทุนเศรษฐกิจ
การศึกษา ยศชนัน-ศูนย์กันก่อนท่วม ชู Localize Technology ปั้นน้ำเป็นทุนเศรษฐกิจ
WOODY เจ้าตลาดคอนเทนต์สู่ Well-being Ecosystem
Biz Movement WOODY เจ้าตลาดคอนเทนต์สู่ Well-being Ecosystem
เปิดหลังบ้านความยั่งยืน NCC ‘Carbon Neutral Event’ เรื่องที่ไม่เคยถูกเล่ามาก่อน
SD เปิดหลังบ้านความยั่งยืน NCC ‘Carbon Neutral Event’ เรื่องที่ไม่เคยถูกเล่ามาก่อน
ไทยเบฟร่วม Bangkok Business Summit 2026 ชู SEP สร้างการเติบโตยั่งยืน
SD ไทยเบฟร่วม Bangkok Business Summit 2026 ชู SEP สร้างการเติบโตยั่งยืน
เชียงใหม่-ลำพูน ปลุกอีเวนต์โคมลอย “Moonlight Sky Lantern 2026” ดันห้องพักยี่เป็งเต็ม 100%
เศรษฐกิจภูมิภาค เชียงใหม่-ลำพูน ปลุกอีเวนต์โคมลอย “Moonlight Sky Lantern 2026” ดันห้องพักยี่เป็งเต็ม 100%
ดูทั้งหมด

จับตา…ส่งออก-ท่องเที่ยว ชี้ชะตา “กนง.” ขึ้นดอกเบี้ย

19 พ.ย. 2561 | 11:45น.

ผลการประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ของธนาคารแห่งประเทศไทย หรือแบงก์ชาติ ที่ออกมานัดล่าสุด (14 พ.ย. 61) มีมติ 4 ต่อ 3 เสียงให้คงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ 1.50% ซึ่งคะแนนเสียงที่เพิ่ม 1 เสียง อยากให้ปรับขึ้นดอกเบี้ยอีก 0.25% เพราะเห็นว่าการขยายตัวของเศรษฐกิจมีความต่อเนื่องที่ชัดเจนเพียงพอ ขณะที่มีความกังวลด้านเสถียรภาพระบบการเงินและย้ำต้องการเพิ่มขีดความสามารถในการดำเนินนโยบายการเงิน (policy space) ในอนาคต แม้เป็นเหตุผลเดิม แต่ก็มีเสียงแตกเพิ่มขึ้น

สำหรับเสียงกรรมการส่วนใหญ่มองว่า ดอกเบี้ยนโยบายระดับปัจจุบันช่วยสนับสนุนการขยายตัวทางเศรษฐกิจและสอดคล้องกับกรอบเงินเฟ้อ แต่ก็ย้ำว่านโยบายการเงินที่ผ่อนคลายมากในระดับปัจจุบันจะทยอย “ลดความจำเป็นลง”

กอบสิทธิ์ ศิลปชัย

ซึ่ง กนง.เห็นว่า เศรษฐกิจไทยขยายตัวดี จากแรงส่งด้านการบริโภคภาคเอกชนที่ขยายตัวตามรายได้ที่ดีขึ้น ด้านการลงทุนเอกชนมีแนวโน้มขยายตัวตามการย้ายฐานการผลิตมาไทย ส่วนภาคการส่งออกชะลอลงเป็นผลกระทบจากมาตรการกีดกันทางการค้าระหว่าง “สหรัฐ-จีน” วัฏจักรอิเล็กทรอนิกส์ชะลอลง และด้านท่องเที่ยวที่ชะลอลงตามจำนวนนักท่องเที่ยวจีน ด้านการใช้จ่ายของภาครัฐชะลอลงกว่าที่ประเมินไว้

ส่วนอัตราเงินเฟ้อทั่วไปและอัตราเงินเฟ้อพื้นฐานมีทิศทางเพิ่มขึ้นใกล้เคียงกับที่ประเมินไว้เดิม ด้านค่าเงินบาทยังอ่อนค่าลงเช่นเดียวกับเงินสกุลภูมิภาค จากความกังวลต่อความเสี่ยงของเศรษฐกิจโลกที่เพิ่มขึ้น และในระยะข้างหน้าค่าเงินบาทก็ยังมีความผันผวน ซึ่งยังต้องติดตามอย่างใกล้ชิดอยู่

ด้านเสถียรภาพระบบการเงินโดยรวมยังต้องติดตามความเสี่ยงที่อาจสร้างความเปราะบางในอนาคตได้ โดยเฉพาะพฤติกรรมแสวงหาผลตอบแทนที่สูงขึ้น ส่วนการแข่งขันในตลาดสินเชื่อที่อยู่อาศัยได้ออกมาตรการมากำกับดูแลได้ระดับหนึ่ง ซึ่ง กนง.ก็ยังให้ติดตามการก่อหนี้ของภาคครัวเรือน และความสามารถชำระหนี้ของธุรกิจเอสเอ็มอี กนง.มองไปข้างหน้า ภาพรวมเศรษฐกิจไทยยังขยายตัวต่อเนื่อง แม้แรงส่งจากอุปสงค์ต่างประเทศชะลอลงบ้าง

“และยังมีความกังวลเรื่องสงครามการค้าที่จะส่งผลกระทบมากขึ้น” นายทิตนันทิ์ มัลลิกะมาส ผู้ช่วยผู้ว่าการสายนโยบายการเงิน ธปท. ในฐานะเลขานุการ กนง.กล่าวและว่า ในการประชุม 19 ธ.ค. 61 รอบสุดท้ายของปีจะมีการปรับประมาณการเศรษฐกิจด้วย

ด้านศูนย์วิจัยเศรษฐกิจและธุรกิจ (EIC) ธนาคารไทยพาณิชย์ ประเมินว่า เสียงแตกที่เพิ่มขึ้น 1 เสียงให้ปรับขึ้นดอกเบี้ย ทำให้มีโอกาส “สูงขึ้น” ที่ กนง.จะปรับขึ้นดอกเบี้ยนโยบาย 1 ครั้งภายในรอบการประชุม 2 ครั้งต่อไป (เดือน ธ.ค. 61 และ ก.พ. 62) ซึ่งปัจจัยที่ต้องจับตาและเป็นตัวกำหนดความเร็วช้าของการขึ้นดอกเบี้ย คือ ตัวเลขเศรษฐกิจที่จะออกมาใน 1-2 เดือนข้างหน้า โดยเฉพาะตัวเลขมูลค่าส่งออกและจำนวนนักท่องเที่ยว หากตัวเลขออกมาใกล้เคียงกับที่คาดและไม่น่ากระทบต่อโมเมนตัมของการขยายตัวทางเศรษฐกิจมากนัก และเงินเฟ้อทั่วไปอยู่ในกรอบเป้าหมายก็มีโอกาสสูงที่ กนง.เสียงส่วนใหญ่จะปรับขึ้นดอกเบี้ยในการประชุมรอบ ธ.ค. 61 นี้

แต่หากตัวเลขส่งออกหรือท่องเที่ยวออกมาต่ำกว่าคาดมากจนกระทบต่อโมเมนตัมของเศรษฐกิจอย่างมีนัยสำคัญ กนง.ก็อาจชะลอการขึ้นดอกเบี้ย และไปรอประเมินอีกครั้งในการประชุมต้นปีหน้า อย่างไรก็ตาม วัฏจักรขาขึ้นของดอกเบี้ยรอบนี้น่าจะเป็นการปรับขึ้นอย่างค่อยเป็นค่อยไป เพื่อไม่ให้ดอกเบี้ยที่สูงขึ้นไปกระทบต่อโมเมนตัมของเศรษฐกิจมากเกินไป โดยจะขึ้นดอกเบี้ยครั้งละ 0.25% และพักเพื่อประเมินผลกระทบ

EIC ประเมินอีกว่าจะเห็น ธปท.ใช้เครื่องมือดำเนินการดอกเบี้ยนโยบายผสมผสานกับการใช้มาตรการ macroprudential ด้วย ซึ่งล่าสุดก็เพิ่งออกมาตรการคุมสินเชื่ออสังหาฯเพื่อความเสี่ยงต่อเสถียรภาพระบบสถาบันการเงิน

“เนื่องจากฝ่ายสนับสนุนให้ขึ้นดอกเบี้ยต้องการเสียงเพิ่มอีกเสียงเดียวเท่านั้น ที่สำคัญโทนการสื่อสารของ กนง.ครั้งนี้ก็สอดคล้องกับ 2 ครั้งก่อนหน้าที่มองว่าความจำเป็นของนโยบายการเงินที่ผ่อนคลายมากมีน้อยลง” EIC ระบุ

นายกอบสิทธิ์ ศิลปชัย ผู้บริหารงานวิจัยเศรษฐกิจและตลาดทุน ธนาคารกสิกรไทย กล่าวในงานสัมมนา “ส่องทิศทางเศรษฐกิจปีกุน” ว่า ปี 2562 เศรษฐกิจไทยคาดการณ์โต 4% ปัจจัยหลักมาจากภาคส่งออกและท่องเที่ยว โดยภาคส่งออกคาดโต 5% ชะลอตัวลง และจะต้องจับตาดูผลการเจรจาของ “โดนัลด์ ทรัมป์-สี จิ้นผิง” ปลาย พ.ย.นี้ หากเจรจาออกมาดีก็จะส่งผลให้สถานการณ์เศรษฐกิจเริ่มดีขึ้น ภาคท่องเที่ยวยังได้รับผลกระทบจากนักท่องเที่ยวจีนลดลง

“การใช้จ่ายภาครัฐปีหน้ายังดูเหนื่อย ๆ จากการเบิกจ่ายที่ยังอยู่ในระดับต่ำ จะต้องลุ้นการเลือกตั้งว่ารัฐบาลใหม่ที่เข้ามาบริหารมีนโยบายอย่างไร การลงทุนภาคเอกชนถ้าโครงการอีอีซีเดินหน้าต่อ ก็จะสร้างความเชื่อมั่นการลงทุนให้กลับสู่ภาวะปกติได้ การบริโภคยังได้รับผลกระทบเชิงลบจากกำลังซื้อที่หดตัวลง และการบริโภคในกลุ่มฐานราก ซึ่งหนี้ครัวเรือนอยู่ในระดับสูงที่ 79-80%”

นายกอบสิทธิ์ประเมินว่า ทิศทางดอกเบี้ยนโยบายมีโอกาสที่เสียงให้ปรับขึ้นดอกเบี้ย จะ “เพิ่มขึ้น” ในการประชุมระยะข้างหน้า แต่กลัวว่าอาจจะมีคนไม่มาเข้าประชุมเหมือนที่ผ่านมาทำให้ “เสียงเสมอ” กันได้ โดยคาดว่าจะปรับขึ้นดอกเบี้ย 2 ครั้ง คือ ช่วงไตรมาสแรกก่อนเลือกตั้ง และปลายปีหน้า

“ส่วนดอกเบี้ยนโยบายของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) คาดว่า เดือน ธ.ค.นี้จะปรับขึ้นต่อเนื่อง ส่งผลให้ส่วนต่างดอกเบี้ยไทยและสหรัฐจะ “กว้าง” มากขึ้นจากปัจจุบันมีส่วนต่าง 0.75% และภายในสิ้นปีหน้าจะเพิ่มขึ้นราว 1.25%”

นายกอบสิทธิ์คาดแนวโน้มสิ้นปีหน้าจะอ่อนค่าอยู่ที่ 34.00 บาท จากสิ้นปีนี้ที่คาดไว้ที่ 33.00 บาท ซึ่งหากค่าเงินบาทไม่อ่อนค่าตามค่าเงินในภูมิภาค จะส่งผลให้ผู้ส่งออกเกิดการสูญเสียความสามารถทางการแข่งขันได้

และหาก กนง.ปรับดอกเบี้ยขึ้นก็จะส่งผลต่อการแข็งค่าของเงินบาทได้ ก็จะกระทบผู้ส่งออกโดยเฉพาะผู้ส่งออกที่มีต้นทุนเป็นสกุลเงินบาทแต่รายได้เป็นสกุลดอลลาร์