เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
“ชัชชาติ” สำรวจ ดาต้าเซ็นเตอร์ พระราม9 หลังชาวบ้าน-ร้านค้าร้องกลิ่นน้ำมันคลุ้ง
News “ชัชชาติ” สำรวจ ดาต้าเซ็นเตอร์ พระราม9 หลังชาวบ้าน-ร้านค้าร้องกลิ่นน้ำมันคลุ้ง
‘เอสซี-เสนา’ ฝ่าวิกฤตกู้ยาก ผนึก ‘แบงก์ใหญ่’ ช่วยคนซื้อบ้าน 
Real Estate ‘เอสซี-เสนา’ ฝ่าวิกฤตกู้ยาก ผนึก ‘แบงก์ใหญ่’ ช่วยคนซื้อบ้าน 
ยศชนัน-ศูนย์กันก่อนท่วม ชู Localize Technology ปั้นน้ำเป็นทุนเศรษฐกิจ
การศึกษา ยศชนัน-ศูนย์กันก่อนท่วม ชู Localize Technology ปั้นน้ำเป็นทุนเศรษฐกิจ
WOODY เจ้าตลาดคอนเทนต์สู่ Well-being Ecosystem
Biz Movement WOODY เจ้าตลาดคอนเทนต์สู่ Well-being Ecosystem
เปิดหลังบ้านความยั่งยืน NCC ‘Carbon Neutral Event’ เรื่องที่ไม่เคยถูกเล่ามาก่อน
SD เปิดหลังบ้านความยั่งยืน NCC ‘Carbon Neutral Event’ เรื่องที่ไม่เคยถูกเล่ามาก่อน
ไทยเบฟร่วม Bangkok Business Summit 2026 ชู SEP สร้างการเติบโตยั่งยืน
SD ไทยเบฟร่วม Bangkok Business Summit 2026 ชู SEP สร้างการเติบโตยั่งยืน
เชียงใหม่-ลำพูน ปลุกอีเวนต์โคมลอย “Moonlight Sky Lantern 2026” ดันห้องพักยี่เป็งเต็ม 100%
เศรษฐกิจภูมิภาค เชียงใหม่-ลำพูน ปลุกอีเวนต์โคมลอย “Moonlight Sky Lantern 2026” ดันห้องพักยี่เป็งเต็ม 100%
CP ALL จัดพิธีบวงสรวง-ตอกเข็มฤกษ์ก่อสร้างศูนย์กระจายสินค้า RDC & CDC นิคมอุดรฯ
เศรษฐกิจภูมิภาค CP ALL จัดพิธีบวงสรวง-ตอกเข็มฤกษ์ก่อสร้างศูนย์กระจายสินค้า RDC & CDC นิคมอุดรฯ
“พิพัฒน์” แก้คอขวด ICD ลาดกระบัง สางปัญหาสัมปทาน เปิดประมูลใหม่ 20 ปี“พันล้าน”
Real Estate “พิพัฒน์” แก้คอขวด ICD ลาดกระบัง สางปัญหาสัมปทาน เปิดประมูลใหม่ 20 ปี“พันล้าน”
ASW ปั้นโมเดลใหม่ ‘บิสซิเนสยูนิต’ ‘อยู่-ทำธุรกิจ’ เขย่าตลาดคอนโดฯ
Real Estate ASW ปั้นโมเดลใหม่ ‘บิสซิเนสยูนิต’ ‘อยู่-ทำธุรกิจ’ เขย่าตลาดคอนโดฯ
ดูทั้งหมด

“จ่านิว”-“อยากเลือกตั้ง” ให้การสู้คดีชุมนุม 10 ก.พ. อัยการรวมสำนวนฟ้อง “โรม”

19 พ.ย. 2561 | 14:10น.

“จ่านิว”-เพื่อนอยากเลือกตั้ง 5 คน ให้การสู้คดีจัดชุมนุม 10 ก.พ. อัยการขอรวมสำนวนพิจารณาพร้อมคดีฟ้อง ”โรม รังสิมันต์” เหตุหลักฐานชุดเดียวกัน ศาลรอสั่ง 14 ม.ค.ปีหน้า พร้อมตรวจหลักฐาน

เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 19 พฤศจิกายน ที่ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก ศาลได้ประชุมคดีเพื่อสอบคำให้การและตรวจพยานหลักฐาน คดีชุมนุมกลุ่มคนอยากเลือกตั้ง หมายเลขดำ อ.2893/2561 ที่พนักงานอัยการพิเศษฝ่ายคดีอาญา 5 ยื่นฟ้อง นายสิรวิชญ์ เสรีธิวัฒน์ ฉายาจ่านิว อายุ 25 ปี นักเคลื่อนไหวทางการเมือง จบการศึกษารัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ , นายอานนท์ นำภา อายุ 33 ปี อาชีพทนายความ , น.ส.ชลธิชา แจ้งเร็ว อายุ 25 ปี , นายสุกฤษฎ์ เพียรสุวรรณ อายุ 24 ปี นักกิจกรรม อดีตนักศึกษาคณะเศรษฐศาสตร์ ม.ธรรมศาสตร์ , น.ส.ณัฏฐา มหัทธนาหรือโบว์ อายุ 39 ปี วิทยากรอิสระ และนายกาณฑ์ พงษ์ประภาพันธ์ อายุ 25 ปี นักศึกษาชั้นปีที่ 4 วิทยาลัยนวัตกรรม มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ แกนนำกลุ่มคนอยากเลือกตั้ง ชุด RDN50 ในความผิดฐานร่วมกันกระทำให้ปรากฏแก่ประชาชนด้วยวาจาหรือวิธีอื่นใดฯ เพื่อให้เกิดความปั่นป่วนขึ้นในราชอาณาจักร ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 116 และร่วมกันมั่วสุมชุมนุมทางการเมืองเกินกว่า 5 คน ในที่สาธารณะ ฝ่าฝืนคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ที่ 3/2558 สืบเนื่องเมื่อวันที่ 10 ก.พ.61 ได้ร่วมกันจัดการชุมนุม “หยุดยื้ออำนาจ หยุดยื้อเลือกตั้ง: หมดเวลา คสช. ถึงเวลาประชาชน” กล่าวโจมตี พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และ พล.อ.ประยุทธ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย ถ.ราชดำเนิน

โดยอัยการยื่นฟ้องคดีเมื่อวันที่ 27 ก.ย.61 ขณะที่ศาลพิจารณาแล้วก็อนุญาตให้ประกันตัวจำเลยทั้ง 6 รายไปโดยไม่จำต้องใช้หลักทรัพย์วางศาล แต่กำหนดว่าหากจำเลยทำผิดเงื่อนไขสัญญาประกัน ก็ให้ปรับจำเลยคนละ 200,000 บาท

ซึ่งวันนี้จำเลยทั้งหกมาศาลตามนัด พร้อมทนายความ โดยอัยการโจทก์ ก็ได้ยื่นคำร้องขอรวมสำนวนคดีนี้ พิจารณาเป็นคดีเดียวกับคดีหมายเลขดำ อ.1197/2561 (ยื่นฟ้องนายรังสิมันต์ โรม อายุ 25 ปี นักเคลื่อนไหวทางสังคมและการเมือง และนักศึกษาคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์)

ขณะที่ศาลได้สอบคำให้การจำเลย โดยอ่านสรึปคำฟ้องโจทก์ให้จำเลยฟังว่า เมื่อวันที่ 10 ก.ย.61 เวลากลางวันเนื่องกัน จำเลยทั้งหกกับนายรังสิมันต์ โรม จำเลยในคดีอาญาหมายเลขดำที่ 1197/2561 ของศาลนี้กับพวกอีก 42 คน ที่แยกไปดำเนินคดียังศาลแขวงดุสิตได้ร่วมกันมั่วสุมและชุมนุมทางการเมืองและกระทำให้ปรากฏแก่ประชาชนด้วยวาจา หนังสือ และวิธีอื่นใด โดยจำเลยกับพวกได้ร่วมกันใช้รถยนต์ติดเครื่องขยายเสียงเวทีด้านข้างของตัวรถยนต์ได้ติดป้ายโจมตีพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ ซึ่งดำรงตำแหน่งรองนายกรัฐมนตรีในรัฐบาล แล้วจำเลยกับพวกได้ร่วมกันปราศรัยโจมตีการทำงานของ พล.อ.ประยุทธ จันทร์โอชา ซึ่งดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี และคณะรัฐบาลคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) โดยผลัดเปลี่ยนกันขึ้นกล่าวปราศรัย และร่วมกันปลุกระดมมวลชนปลุกปั่นให้เกิดการชุมนุมขับไล่รัฐบาลและคณะรักษาความสงบแห่งชาติ รวมทั้งเรียกร้องให้มีการเลือกตั้ง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) ภายในสิ้นเดือน พ.ย.2561 พร้อมกับชูนิ้วสามนิ้ว (นิ้วชี้ นิ้วกลางและนิ้วนาง) บริเวณอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย และถนนราชดำเนิน อันเป็นการแสดงเชิงสัญลักษณ์ในทางการเมืองต่อต้านรัฐบาลที่บริหารประเทศอยู่ในขณะนั้น อันมิใช่เป็นการกระทำภายในความมุ่งหมายแห่งรัฐธรรมนูญ หรือมิใช่เพื่อแสดงความคิดเห็นหรือติชมโดยสุจริต เพื่อให้เกิดความปั่นป่วนหรือกระด้างกระเดื่องในหมู่ประชาชนถึงขนาดที่จะก่อให้เกิดความไม่สงบขึ้นในราชอาณาจักร และเพื่อให้ประชาชนที่พบเห็นเข้าใจว่ารัฐบาลและทหารจำกัดสิทธิเสรีภาพของประชาชน ซึ่งก่อให้เกิดภาพลักษณ์ในเชิงลบกับรัฐบาลและเป็นการยุยง ปลุกปั่น สร้างความแตกแยกระหว่างประชาชนที่เห็นต่างกับรัฐบาล ซึ่งเป็นการร่วมกันมั่วสุม หรือชุมนุมทางการเมือง ณ ที่ใด ที่มีจำนวนตั้งแต่ 5 คนขึ้นไป โดยไม่ได้รับอนุญาตจากหัวคณะรักษาความสงบแห่งชาติหรือผู้ได้รับมอบหมายอันเป็นการฝ่าฝืนต่อกฎหมาย

โดยจำเลยทั้งหก ยืนยันให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา ศาลพิจารณาแล้วเห็นว่าเมื่ออัยการ โจทก์ ก็ยื่นคำร้องขอรวมพิจารณาคดีระบุเหตุผลว่ามูลคดีเกี่ยวพันกัน วัน-เวลาเกิดขึ้นต่อเนื่องช่วงเดียวกัน พยานหลักฐานที่จะนำสืบก็ชุดเดียวกัน ส่วนที่ยื่นฟ้องแยกสำนวนกันครั้งแรกเนื่องจากได้ทยอยส่งตัวจำเลยให้อัยการช่วงเวลาต่างกัน ดังนั้นจึงให้นัดพร้อมคดีนี้อีกครั้งในวันที่ 14 ม.ค.62 เวลา 09.30 น. ที่โจทก์-จำเลยมีวันว่างตรงกันเพื่อฟังคำสั่งการขอรวมคดีพร้อมตรวจพยานหลักฐาน

และที่จำเลยบางคนขอให้ดำเนินกระบวนพิจารณาคดีลับหลังจำเลยในวันดังกล่าวเนื่องจากจำเลยติดสอบประจำภาคการศึกษานั้น ศาลเห็นว่าจำเลยก็ได้แต่งตั้งทนายความไว้แก้ต่างคดีแล้ว จึงอนุญาตให้ดำเนินกระบวนพิจารณาจำเลยบางคนได้ และกำชับให้จำเลยที่เหลือมาศาลตามนัดในวัน-เวลาโดยพร้อมเพรียงด้วย

 

ที่มา : มติชนออนไลน์

แท็กที่เกี่ยวข้อง

จ่านิว รังสิมันต์ โรม