“ท่าขันทอง” จ.เชียงราย คว้า 1 ใน 10 โฮมสเตย์ทั่วไทย โครงการชุมชนประชารัฐสีชมพูปี 3 ปี 2561 ของธนาคารออมสิน หลังชาวบ้านร่วมตัวกันผนึกเครือข่ายพันธมิตรชุมชนท่องเที่ยวอีก 70 หมู่บ้าน ร่วมกันใช้เวลาปลุกปั้น 11 ปี ตั้งเป้าอนาคตอีก 5 ปี โกยรายได้ 20 ล้านบาท
เรือตรี สุชาญ ภู่สุวรรณ รักษาการในตำแหน่งผู้อำนวยการธนาคารออมสิน ภาค 9 เปิดเผยว่า ธนาคารออมสินได้เริ่มจัดโครงการประชารัฐสีชมพู ปี 3 “GSB Smart Homestay” โฮมสเตย์มีสไตล์ขึ้น โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมคุณภาพชีวิต ความเป็นอยู่ สร้างงาน สร้างอาชีพ สร้างรายได้ และขยายพื้นที่ให้ชุมชนมีความเข้มแข็งอย่างยั่งยืน ยกระดับการท่องเที่ยวในชุมชนและกระตุ้นเศรษฐกิจภายในชุมชน โดยมีโฮมสเตย์ทั่วประเทศให้ความสนใจเข้าร่วมประกวดทั้งสิ้น 139 แห่ง มีการคัดเลือกรอบแรกเหลือ 100 แห่ง และมีการนำทั้ง 100 แห่งเข้าร่วมสัมมนารับฟังคำแนะนำ แนวทางและแผนพัฒนาที่เหมาะสม จากนั้นคัดเลือกให้เหลือเพียง 20 แห่ง ก่อนจัดให้มีการนำเสนอแผนที่ทำให้เป็นโฮมสเตย์แบบ smart และ style เพื่อคัดเลือกให้เหลือเพียงจำนวน 10 แห่งในที่สุด ซึ่งพบว่า 1 ใน 10 แห่งดังกล่าว คือ หมู่บ้านท่าขันทอง หมู่ 3 ต.บ้านแซว อ.เชียงแสน จ.เชียงราย
“โครงการนี้มีการชิงเงินรางวัลสนับสนุนมูลค่ารวม 3,200,000 บาท โดยได้มีประกาศรายชื่อผู้เข้ารอบ 20 ทีม ในวันที่ 23 ส.ค. และประกาศรายชื่อผู้เข้ารอบ 10 ทีมสุดท้าย ในวันที่ 1 ต.ค.2561 ที่ผ่านมา จากนั้นจะมีการประกาศผลพร้อมมอบรางวัลการประกวดในวันที่ 25 ธ.ค. 2561 นี้ต่อไป”
นายเศรษฐศักดิ์ พรหมมา ปลัดเทศบาล ต.บ้านแซว และเป็นที่ปรึกษาโฮมสเตย์บ้านท่าขันทอง กล่าวว่า โฮมสเตย์บ้านท่าขันทองเกิดขึ้นจากการที่ชาวบ้านไม่ได้รู้เรื่องการท่องเที่ยว หรือโฮมสเตย์ใด ๆ เลย แต่เนื่องจากที่ผ่านมา ชาวบ้านประกอบอาชีพทางการเกษตรและบางส่วนโยกย้ายมาจากทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ตั้งรกรากที่ริมฝั่งแม่น้ำโขงชายแดนไทย-สปป.ลาว ที่บ้านท่าขันทอง
ต่อมาปี 2550 ชาวบ้านประสบปัญหาพืชผลทางการเกษตรราคาตกต่ำ จึงได้ร่วมกันคิดหารายได้อย่างอื่นมาทดแทนภาคการเกษตร ซึ่งเห็นว่าพื้นที่บริเวณนี้มีศักยภาพด้านการท่องเที่ยว จึงได้ศึกษาและจัดทำเป็นโฮมสเตย์ กระทั่งมีการพัฒนาเรื่อยมาจนถึงทุกวันนี้
นายเศรษฐศักดิ์กล่าวอีกว่า ปัจจุบันชาวบ้านได้พัฒนาบ้านเรือนให้เป็นโฮมสเตย์ที่น่าอยู่ พร้อมรับนักท่องเที่ยวได้แล้วจำนวน 17 ราย และคนในหมู่บ้านมีการรวมตัวกันทำกิจกรรมเพื่อรองรับผู้ที่มาเยือน ทั้งรูปแบบของผู้เข้าพักหรือคณะศึกษาดูงานโดยเฉพาะด้านศิลปวัฒนธรรมและวิถีชีวิตพื้นบ้าน โดยหมู่บ้านนี้จะจัดให้มีพิธีบายศรีผูกแขน แห่ขันโตก นั่งรถอีต๊อกหรือปั่นจักรยานชมหมู่บ้าน เที่ยวสวนเกษตรโดยเฉพาะดาวอินคาที่เป็นพืชเศรษฐกิจที่สร้างรายได้ให้กับชาวบ้านและพืชผักปลอดสารเคมี การสีข้าวกล้องด้วยสองมือ การทอผ้าฝ้าย การทำสบู่สมุนไพร และไฮไลต์ที่ชื่นชมกันอย่างมาก คือ การพาล่องเรือในแม่น้ำโขงเพื่อรับประทานอาหารบนเกาะกลางแม่น้ำ เป็นต้น
นายเศรษฐศักดิ์กล่าวด้วยว่า หลังจากพัฒนาโครงการมากว่า 11 ปี ทำให้มีพันธมิตรหรือเครือข่ายเป็นชุมชนท่องเที่ยวต่าง ๆ ใน จ.เชียงราย กว่า 70 หมู่บ้าน เพราะการท่องเที่ยวโดยชุมชนจะพัฒนาไปตามลำพังหมู่บ้านเดียวไม่ได้ ต้องมีเครือข่ายที่ช่วยส่งเสริมสนับสนุนการท่องเที่ยวแต่ละพื้นที่ร่วมกัน โดยเมื่อแต่ละหมู่บ้านมีกิจกรรมอีกหมู่บ้านจะไปช่วยทำให้เกิดความหลากหลายและพลังในท้องถิ่น
ทั้งนี้ ผลการดำเนินการในปี 2561 พบว่ามีแขกผู้ไปพักที่โฮมสเตย์บ้านท่าขันทอง ประมาณ 3,000 คน สร้างรายได้ให้ประมาณ 6 ล้านบาท และชาวบ้านยังคงช่วยกันพัฒนาอย่างต่อเนื่อง
โดยดูความต้องการของตลาดเป็นหลัก โดยกำหนดเป้าหมายในการวางแผนระยะเวลา 5 ปี มุ่งหวังจะสร้างตัวเลขรายได้ให้เพิ่มขึ้นเป็น 20 ล้านบาทให้ได้ต่อไป