เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
CZ Binance ยกย่อง GULF พันธมิตรไทย พร้อมช่วยฝ่าวิกฤตแฮ็ก 6.3 พันล้านดอลลาร์
Tech CZ Binance ยกย่อง GULF พันธมิตรไทย พร้อมช่วยฝ่าวิกฤตแฮ็ก 6.3 พันล้านดอลลาร์
ผู้กองแคท จับมือ วชิราวุธ เดินหน้าวางมาตรฐานนางสาวไทย 2570
Biz Movement ผู้กองแคท จับมือ วชิราวุธ เดินหน้าวางมาตรฐานนางสาวไทย 2570
‘ภาวิช’ ชงร่าง กม.ศึกษาฯ ภาค ปชช.ให้ ‘เพื่อไทย’ ประกบ พ.ร.บ.ฉบับ ศธ.
News ‘ภาวิช’ ชงร่าง กม.ศึกษาฯ ภาค ปชช.ให้ ‘เพื่อไทย’ ประกบ พ.ร.บ.ฉบับ ศธ.
SIRI CAMPUS ออฟฟิศไม่ใช่แค่พื้นที่ทำงาน
Biz Movement SIRI CAMPUS ออฟฟิศไม่ใช่แค่พื้นที่ทำงาน
คุยกับ ‘กระทิง-เรืองโรจน์’ How To รับมือวิกฤตยุค ‘โลกปั่นป่วน’
Business คุยกับ ‘กระทิง-เรืองโรจน์’ How To รับมือวิกฤตยุค ‘โลกปั่นป่วน’
SUZUKI eVITARA รถอีวีที่ไม่ต้องปรับตัวเยอะ
Automotive SUZUKI eVITARA รถอีวีที่ไม่ต้องปรับตัวเยอะ
กองทัพภาคที่ 1 ซ้อมย่อยริ้วขบวนพระบรมราชอิสริยยศฯ แนะประชาชนเลี่ยงเส้นทาง
News กองทัพภาคที่ 1 ซ้อมย่อยริ้วขบวนพระบรมราชอิสริยยศฯ แนะประชาชนเลี่ยงเส้นทาง
นายกฯ ลงนาม ‘ไทย–ภูฏาน’ ร่วมมือด้าน พลังงานสะอาด-การเงินภาคเกษตร
Politics นายกฯ ลงนาม ‘ไทย–ภูฏาน’ ร่วมมือด้าน พลังงานสะอาด-การเงินภาคเกษตร
‘ความหวัง’ คือสิ่งที่ต้องลงมือ ‘สร้าง’
สามัญสำนึก ‘ความหวัง’ คือสิ่งที่ต้องลงมือ ‘สร้าง’
ออมสิน ปลุกกระแสการออมยุคใหม่ “วัน(อวด)ออมแห่งชาติ” คึกคัก
Finance ออมสิน ปลุกกระแสการออมยุคใหม่ “วัน(อวด)ออมแห่งชาติ” คึกคัก
ดูทั้งหมด

ความผันผวนตลาดการเงินโลก ช่วงต้นไตรมาส 4/61

26 พ.ย. 2561 | 15:20น.

คอลัมน์ลงทุนทั่วโลก

โดยสุรศักดิ์ ธรรมโม บลจ.วรรณ

ตลาดหุ้นสหรัฐฯและตลาดหุ้นทั่วโลกปรับลงตั้งแต่ต้นเดือน ต.ค. และถือเป็นการปรับตัว “ลงมามาก” โดยตั้งแต่ต้นเดือน ต.ค.นี้ ถึง 24 ต.ค.ที่ผ่านมา เพียงแค่ 24 วัน หรือประมาณ 18 วันที่ตลาดเปิดซื้อขาย ดัชนีหุ้นโลก (MSCI ACWI) และ S&P สหรัฐฯลงประมาณ 9% ดาวโจนส์และดัชนีหุ้นจีน (CSI 300) และยุโรป (STOXX600) 3 ตลาดลงประมาณ 7% ขณะที่ Nasdaq ซึ่งเป็นตัวแทนหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีและเป็นกลุ่มที่ P/E และ Forward P/E ลงประมาณ 12% ดัชนีญี่ปุ่นลง 12% เกิดอะไรขึ้นกับตลาดหุ้นทั่วโลก

ผมมีความเห็นดังนี้

1) ตลาดผันผวนมากเป็นเรื่องปกติของภาวะดอกเบี้ยขาขึ้นและปลายวัฏจักรเศรษฐกิจสหรัฐฯ (Late Cycle) ตอนนี้ยังไม่มีสัญญาณว่าเศรษฐกิจโลกจะมีวิกฤต ขณะที่เศรษฐกิจสหรัฐฯจะพบกับภาวะเศรษฐกิจถดถอยเชิงเทคนิค (Technical Recession) อย่างเร็วที่สุดจะเกิดในปี 2020 หรืออีก 2 ปีข้างหน้าอย่างเร็วสุด ขณะที่การเร่งเข้าไปลงทุนในตราสารหนี้ในช่วงต้นวัฏจักรของการขึ้นดอกเบี้ย อาจจะทำให้ผู้ลงทุนประสบกับภาวะผันผวนในตราสารหนี้เช่นกัน และอาจจะขาดทุนได้ระยะหนึ่งจนกว่าดอกเบี้ยจะนิ่ง ซึ่งจากสัญญาณของ Fed ชี้ว่าจะขึ้นดอกเบี้ยในเดือนธันวาคมปีนี้อีก 1 ครั้ง และปีหน้าอีก 3 ครั้ง ซึ่งทุกๆ ครั้งของการขึ้นดอกเบี้ยจะส่ง “ผลลบ” ต่อตราสารหนี้ เพราะฉะนั้นขณะนี้ยังเร็วเกินไปที่จะกระจุกการลงทุนหรือเน้นการลงทุนไปที่ตราสารหนี้เพียงอย่างเดียว

ภาพตลาดขณะนี้ เราอยู่ในช่วงปลายวัฏจักรเศรษฐกิจ (Late Cycle) แต่ภาวะนี้ หุ้นยังเป็นสินทรัพย์ที่ให้ผลตอบแทนที่ดีอยู่ ในขณะที่กองทุนตราสารหนี้ที่มีอายุการลงทุนระยะยาว (Durations ยาว) ในช่วงนี้จนถึงช่วงครึ่งแรกของปีหน้า ยังคงได้รับผลกระทบ “เชิงลบ” ตามภาวะตลาดแต่หุ้นใน Late Cycle จะเป็นสินทรัพย์ที่มีความผันผวนอย่างมาก แต่เป็นสินทรัพย์ที่ให้ผลตอบแทนอย่างโดดเด่นมากในช่วงนี้

2) สูตรหรือมูลค่าสินทรัพย์ทางการเงินแทบทุกอย่างมีต้นทางการคำนวณมาจากดอกเบี้ยนโยบาย และอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาล (yield) เมื่อดอกเบี้ยอยู่ในทิศทางขาขึ้นและส่งผลให้ yield ขึ้นและเราก็เห็นว่า yield โดยเฉพาะ yield พันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯอายุ 10 ปี ยังไม่ลงต่ำกว่า 3% เลย ปกติถ้านักลงทุนกลัวมากจะกลับไปซื้อพันธบัตรรัฐบาลและกดดันให้ yield ลง นั่นหมายความปัจจัยหลักที่กดดันตลาด ไม่ใช่ความกลัวเรื่องเศรษฐกิจโลกหรือวิกฤตเศรษฐกิจ เพราะถ้าหากเป็นความกลัวว่าจะเกิดวิกฤตเศรษฐกิจ ก็จะเห็นเงินทั่วโลกจะไหลเข้าไปในตราสารหนี้และกดดันให้ yield ลงอย่างมากทันที ดังเช่นที่เคยเกิดแล้วในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา เช่น วิกฤตแฮมเบอร์เกอร์ วิกฤตหนี้สินสาธารณะประเทศยุโรปกลุ่ม PIIGS และการปรับลงอย่างแรงมากของตลาดหุ้นจีนเมื่อ 3 ปีก่อน เป็นต้น

ข่าวดี คือการเพิ่มขึ้นของ Yield 10 ปีในลักษณะนี้ สะท้อนการขยายตัวของเศรษฐกิจสหรัฐฯที่ดีมาก ลดความเสี่ยงภาวะ inverted yield curve ซึ่งเป็นสัญญาณชี้นำภาวะเศรษฐกิจถดถอยสหรัฐฯ อีกทั้งต้นเดือน**นี้ IMF รายงานภาวะแนวโน้มเศรษฐกิจโลกล่าสุด โดยปรับการคาดการณ์เศรษฐกิจโลกในปีนี้และปีหน้าที่เดิมคาดจะเติบโต 3.9% ทั้ง 2 ปีลงเป็นขยายตัวที่ 3.7% ทั้ง 2 ปีหรือลดลง 0.2% จากการชะลอตัวลงของเศรษฐกิจจีนและเศรษฐกิจประเทศตลาดเกิดใหม่ (EM) อย่างไรก็ตาม การขยายตัวที่ 3.7% ถือว่าดีกว่าค่าเฉลี่ยการขยายตัวของเศรษฐกิจโลกที่ 3% อย่างมาก นอกจากนี้ในภาพย่อยเศรษฐกิจประเทศส่วนใหญ่ของโลกยังขยายตัวได้ดี

3) เมื่อดอกเบี้ยเป็นทิศทางขาขึ้นและ yield อยู่ในทิศทางขาขึ้นตามดอกเบี้ยสหรัฐฯ สิ่งที่ตามมาคือ มูลค่าสินทรัพย์ทางการเงินจะต้องถูกมาประเมินความเหมาะสมกันใหม่ว่าถูกหรือแพงไปหรือไม่ ดังนั้นเราจะเห็นว่ากลุ่มอุตสาหกรรมและบริษัทที่มี P/E หรือ Forward P/E สูงๆ โดยที่กำไรต่อหุ้นไม่ได้เพิ่มมากหรือเพิ่มน้อยจะถูกเทขาย ดังนั้น Sector IT หรือหุ้นกลุ่ม Tech ที่ P/E และ Forward P/E สูง โดนเทขายมากสุด

4) เมื่องบการเงินไตรมาส 3 ทั้งยุโรปและสหรัฐฯ ประกาศหมดและผ่านการเลือกตั้งกลางเทอมของสหรัฐฯ ซึ่งจะเกิดขึ้นในวันที่ 6 พ.ย.นี้ ความผันผวนของตลาดขณะนี้จะลดลงและเป็นไปได้ที่ตลาดและหุ้นที่พื้นฐานแข็งแกร่งจะฟื้นตัว

5) นักลงทุนควรพิจารณาที่ปัจจัยพื้นฐาน ซึ่งพื้นฐานทางเศรษฐกิจโลก เศรษฐกิจไทยยังคงมีทิศทางที่แข็งแกร่ง และยังไม่มีสัญญาณว่าเศรษฐกิจโลกจะมีวิกฤตในระยะใกล้นี้

ดังนั้น นักลงทุนที่มีระยะเวลาลงทุนระยะ “กลาง-ยาว ควรใช้โอกาสนี้” ทยอยซื้อถัวเฉลี่ย “หรือ” ลงทุนเพิ่ม” ในสินทรัพย์ที่มีพื้นฐานที่ดี หรือกรณีนักลงทุนไทยควรใช้สิทธินี้พิจารณาลงทุนในกองทุนประหยัดภาษีซึ่งเป็นการลงทุนระยะยาว

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ตลาดการเงินโลก