เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ราคาทองวันนี้ (1 พ.ย. 69) ปรับขึ้น 50 บาท ทองรูปพรรณบาทละ 63,050 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (1 พ.ย. 69) ปรับขึ้น 50 บาท ทองรูปพรรณบาทละ 63,050 บาท
กรรมของผี
คุยกับเอกราช กรรมของผี
ธอส.ลุย 2 โปรเจ็กต์รัฐปล่อยกู้บ้าน 3 ล้าน-ติดโซลาร์
Finance ธอส.ลุย 2 โปรเจ็กต์รัฐปล่อยกู้บ้าน 3 ล้าน-ติดโซลาร์
สภาพอากาศวันนี้ (1 พ.ย.) ไทยยังมีฝนฟ้าคะนอง กทม.-ปริมณฑล 40% ของพื้นที่
News สภาพอากาศวันนี้ (1 พ.ย.) ไทยยังมีฝนฟ้าคะนอง กทม.-ปริมณฑล 40% ของพื้นที่
เร่งปิดดีลขาย ‘รอยัลออคิดฯ’ เคลียร์หนี้-คืนเงินผู้ถือหน่วย
Finance เร่งปิดดีลขาย ‘รอยัลออคิดฯ’ เคลียร์หนี้-คืนเงินผู้ถือหน่วย
ราคาน้ำมันวันนี้ (1 พ.ย. 69) เช็กราคาดีเซล-แก๊สโซฮอล์ล่าสุด
Economic ราคาน้ำมันวันนี้ (1 พ.ย. 69) เช็กราคาดีเซล-แก๊สโซฮอล์ล่าสุด
ราคาบิตคอยน์วันนี้ (1 พ.ย. 69) ขยับขึ้น 0.3% อยู่ที่ 77,422 เหรียญสหรัฐ
Finance ราคาบิตคอยน์วันนี้ (1 พ.ย. 69) ขยับขึ้น 0.3% อยู่ที่ 77,422 เหรียญสหรัฐ
ยศชนัน เยี่ยมชมมหกรรมหนังสือฯ โค้งสุดท้ายยอดนักอ่านทะลุล้าน
Biz Movement ยศชนัน เยี่ยมชมมหกรรมหนังสือฯ โค้งสุดท้ายยอดนักอ่านทะลุล้าน
ชมพู่ อารยา เผยเบื้องหลัง “กุ๊กกู๋” ที่แม่ซับพอร์ต
Biz Movement ชมพู่ อารยา เผยเบื้องหลัง “กุ๊กกู๋” ที่แม่ซับพอร์ต
ททท.คาดท่องเที่ยวสงขลา 2 เดือนสุดท้ายคึกคัก นักท่องเที่ยวทะลุ 9 แสนคน-ครั้ง สร้างรายได้ 7.5 พันล้าน  
Business ททท.คาดท่องเที่ยวสงขลา 2 เดือนสุดท้ายคึกคัก นักท่องเที่ยวทะลุ 9 แสนคน-ครั้ง สร้างรายได้ 7.5 พันล้าน  
ดูทั้งหมด

มนุษย์ล่องหน

30 พ.ย. 2561 | 15:29น.

คอลัมน์ ชั้น 5 ประชาชาติ

โดย สาโรจน์ มณีรัตน์

 

พยายามมองไปข้างหน้ายาว ๆ ว่าคุณภาพของนักเรียน-นักศึกษาไทยบ้านเราจะเป็นอย่างไรต่อไปในอนาคต

เพราะนอกจากทุกคนจะทราบกันดีอยู่แล้วว่าอัตราการเกิดประชากรของประเทศไทยมีจำนวนลดลง

แต่กลับมีผู้สูงอายุเพิ่มมากขึ้นทุกปี

เรื่องดังกล่าวไม่เพียงจะส่งผลต่อโรงเรียน และสถาบันอุดมศึกษาโดยตรงที่จะทำให้มีจำนวนผู้เรียนลดลงเรื่อย ๆ

ยิ่งถ้า “ครู” ไม่ทำหน้าที่ของตัวเองในการสอนหนังสือให้นักเรียนจนเกิดความรู้ และความเข้าใจในบทเรียนอย่างถ่องแท้

แต่กลับนำเวลาส่วนหนึ่งไปแสวงหาผลประโยชน์ ด้วยการสอนพิเศษตามบ้าน ตามฟู้ดคอร์ตในห้างสรรพสินค้า หรือตามร้านอาหารฟาสต์ฟู้ดอย่างที่เราเห็นกันจนชินตาตามทั่วทุกมุมถนน และตามหัวเมืองต่าง ๆ

แล้วนักเรียนของเราจะมีคุณภาพได้อย่างไร ?

ซ้ำหนักกว่านั้นสถาบันกวดวิชาต่างเกิดขึ้นกันเหมือนดอกเห็ด ซึ่งแต่ละคอร์ส แต่ละวิชาหลัก ๆ สนนราคาค่อนข้างแพงพอสมควร

พ่อแม่ผู้ปกครองที่มีกำลังซื้อเท่านั้น จึงจะสามารถส่งบุตรหลานไปเรียนกวดวิชาตามสถาบันต่าง ๆ เหล่านั้นได้

แต่ถ้าพ่อแม่ผู้ปกครองไม่มีเงินล่ะจะทำอย่างไร ?

คำตอบง่าย ๆ คือต้องอ่านเอง

แต่จะตรงกับเนื้อหาบทเรียนที่ครูผู้สอนออกข้อสอบหรือไม่นั้น ผมไม่สามารถทราบได้

เพราะจากประสบการณ์ของตัวเองหากลูกหลานไปเรียนกับครูประจำชั้นหรือครูที่สอนวิชาหลัก ๆ บางทีอาจมีข้อสอบบางข้อแพลมออกมาให้เห็นบ้าง

จนทำให้นักเรียนเหล่านั้นต่างได้เกรดดี ๆ ไปอวดพ่อแม่กัน

แต่ถ้าไม่ได้เรียนกับเขา คำตอบก็อย่างที่รู้ ๆ กัน เกรดจะออกมาไม่ค่อยดีเท่าไหร่นัก

ผมจึงมานั่งคิดว่าเมื่อระบบการศึกษาของไทยเป็นอย่างนี้ แล้วคุณภาพการศึกษา คุณภาพในการใช้ชีวิตสำหรับพวกเขาจะเป็นอย่างไรต่อไปในอนาคต

เพราะเมื่อนักการศึกษาระดับล่างยังเป็นอย่างนี้

แล้วถ้านักการศึกษาระดับบนมัวแต่คิดแต่ปฏิรูป โดยไม่ดูพื้นฐานแห่งความเป็นจริงเลย ต่อไปจะเป็นอย่างไร

เพราะอย่างที่ทุกคนทราบดีโลกพลวัตอยู่ทุกวินาที

แต่บางหลักสูตรที่พร่ำสอนกัน กลับไม่มีพัฒนาการเลย นิสิต-นักศึกษาของเราจะเป็นอย่างไร

คงไม่ย่ำอยู่กับที่เช่นนั้นหรือ ?

หรือไม่ต้องไปถึงไหนกันเลย

เพราะสิ่งที่พวกเขาสอน ไม่ตอบสนองวิชาชีพในขณะนี้ และอนาคตด้วย แล้วพวกเขาจะจบออกมาทำงานได้อย่างไร ?

ผมถึงเชื่อว่าหากครูบาอาจารย์ในมหา’ลัยบางแห่งยังภูมิใจกับความสำเร็จเดิม ๆ โดยไม่ได้ดูโลกแห่งความเป็นจริงจากระบบการศึกษาอาชีพว่าเขาไปถึงไหนกันแล้ว

อีกไม่นานมหา’ลัยเกรดเอเหล่านั้นจะต้องถึงกาลปวสาน

เพราะโลกแห่งการศึกษาพัฒนาการเข้าไปอยู่ในโลกของออนไลน์กันหมดแล้ว

คุณอยากเรียนด้านอะไรล่ะ ?

มหา’ลัยอะไร ?

ประเทศอะไร ?

ทุกอย่างมีพร้อมสรรพ ทั้งยังตอบสนอง

ผู้เรียนอย่างไม่มีขีดจำกัด ไม่ว่าจะเป็นสถานที่ เวลา และดีกรีในการขอใบรับรองประกอบวิชาชีพ

ผลตรงนี้ จึงทำให้ผมมานั่งคิดต่อว่า แล้วพื้นที่ของมหา’ลัยของไทยที่มีอยู่หลายร้อย หลายพันไร่ยังจำเป็นอยู่อีกล่ะหรือ

สู้นำมาพัฒนาเชิงพาณิชย์จะดีกว่าไหม ?

ซึ่งเหมือนกับหลาย ๆ มหา’ลัยบนโลกใบนี้ ที่ต่างเชื่อว่าประสบการณ์นอกห้องเรียนสามารถนำมาเทียบเกรดเพื่อขอใบปริญญาได้

ทั้งนั้นเพราะเขามองเห็นประสบการณ์ของผู้เรียนสำคัญกว่าการเรียนในระบบ หรือห้องเรียน

ทั้งนั้นเพราะเขามองเห็นว่าโลกภายนอกที่ถูกชีวิตใช้อย่างโชกโชน สำคัญกว่าโลกภายในที่อยู่ในระบบการศึกษาที่ถูกครอบงำ

จนทำให้ผู้เรียนกลายเป็นมนุษย์ผู้น่าสงสาร เพราะหลังจากเรียนจบออกมา กลับทำงานไม่เป็นเลย

ทั้งยังไม่มีมุมมองใด ๆ ที่จะพัฒนาต่อยอดมาทำอะไรต่อไปได้ นอกเสียจากเฉิดฉายในโลกออนไลน์เพื่อให้คนยอมรับ กดไลก์ และกดแชร์ไปวัน ๆ

ซึ่งสิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ไม่ใช่พึ่งจะเกิดขึ้น แต่เกิดขึ้นทุกวัน

เกิดขึ้นจนทำให้ผมรู้สึกกังวล

เกิดขึ้นจนทำให้ผมพยายามมองไปข้างหน้าอยู่บ่อยครั้งว่า…แล้วคุณภาพของผู้เรียนบ้านเราจะเป็นอย่างไรต่อไป ?

แม้จะเรียนจนจบปริญญาตรีแล้ว แต่ยังไม่รู้เลยว่า…ความฝันของตัวเองคืออะไร ?

อะไรคือสิ่งที่เราชอบ ?

อะไรคือสิ่งที่อยากจะเป็น ?

พูดให้ชัด ๆ คือ…พวกเขายังค้นหาตัวตนไม่เจอ

ผลเช่นนี้ จึงปล่อยชีวิตให้ล่องลอยไปวัน ๆ โดยมีพ่อแม่ผู้ปกครองคอยซัพพอร์ต

และพ่อแม่ผู้ปกครองสมัยนี้ล้วนต่างเป็นแรงเฉื่อยชั้นดีที่ทำให้ลูกหลานของเขาเองเป็นเช่นนี้ด้วย

จนกลายเป็นมนุษย์ล่องหน

ไปตรงโน้นที ตรงนี้ที

ทำโน่นอย่าง นี่อย่าง

โดยไม่มีความอดทน อุตสาหะ และความเพียรพยายามเป็นเครื่องหนุนนำใจเลย

แล้วอย่างนี้ชีวิตพวกเขาจะเป็นอย่างไรต่อไป

ใครรู้ช่วยตอบที ?

แท็กที่เกี่ยวข้อง

การศึกษาไทย