เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
‘ไตรเตชะ’ จับจังหวะอสังหาฯ ซื้อที่ดินถูก-รุกคอนโด-เปิดทำเลใหม่ 
Real Estate ‘ไตรเตชะ’ จับจังหวะอสังหาฯ ซื้อที่ดินถูก-รุกคอนโด-เปิดทำเลใหม่ 
ปิดฉาก COP17 เร่งแผนปกป้องความหลากหลายทางชีวภาพ เอกวาดอร์เจ้าภาพ COP18
SD ปิดฉาก COP17 เร่งแผนปกป้องความหลากหลายทางชีวภาพ เอกวาดอร์เจ้าภาพ COP18
เซอร์ไพรส์วงการเพลง THE TOYS แต่งงานกับแฟนสาว
Biz Movement เซอร์ไพรส์วงการเพลง THE TOYS แต่งงานกับแฟนสาว
พระราชินี ทรงเปิดเรือนจำแห่งที่ 29 โครงการกำลังใจในพระดำริ
ข่าวในพระราชสำนัก พระราชินี ทรงเปิดเรือนจำแห่งที่ 29 โครงการกำลังใจในพระดำริ
‘สายการบิน’ เดือดโค้งท้าย อัดเพิ่มความถี่ไฟลต์บินชิงไฮซีซั่น
Business ‘สายการบิน’ เดือดโค้งท้าย อัดเพิ่มความถี่ไฟลต์บินชิงไฮซีซั่น
ทุบสถิติใหม่ มหกรรมหนังสือฯ ยอดขายนิวไฮทะลุ 500 ล้านบาท
Biz Movement ทุบสถิติใหม่ มหกรรมหนังสือฯ ยอดขายนิวไฮทะลุ 500 ล้านบาท
มูลนิธิร่วมน้ำใจต้านภัยเอดส์ เตรียมจัดโบว์ลิ่งการกุศล ส่งต่อมื้ออาหารให้เด็ก
Biz Movement มูลนิธิร่วมน้ำใจต้านภัยเอดส์ เตรียมจัดโบว์ลิ่งการกุศล ส่งต่อมื้ออาหารให้เด็ก
พลิกโฉม All for Education ‘โลกเปลี่ยน การศึกษาต้องเปลี่ยน’
Biz Movement พลิกโฉม All for Education ‘โลกเปลี่ยน การศึกษาต้องเปลี่ยน’
ทิศทางเงินบริจาค Next Step ศุภนิมิตฯงานเพื่อเด็กในสังคมเปราะบาง
SD ทิศทางเงินบริจาค Next Step ศุภนิมิตฯงานเพื่อเด็กในสังคมเปราะบาง
Makro ขยายลูกค้า HORECA ลุ้นปี’69 ยอดขายออนไลน์ทะลุแสนล้าน
Business Makro ขยายลูกค้า HORECA ลุ้นปี’69 ยอดขายออนไลน์ทะลุแสนล้าน
ดูทั้งหมด

“ไทยแลนด์ 4.0” มาถูกทาง อย่าปล่อย “รัฐ-การศึกษา” ฉุดทรานส์ฟอร์ม

08 ธ.ค. 2561 | 20:11น.

กระแสดิจิทัลดิสรัปชั่นถาโถมเข้ามาในทุกวงการไม่ว่าภาครัฐและเอกชน แม้แต่วงการวิจัยที่ต้องลุกขึ้นมาทรานส์ฟอร์มรับมือ “ประชาชาติธุรกิจ” พาคุยกับ “ดร.สมเกียรติ ตั้งกิจวานิชย์” ประธานสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (TDRI) ที่ตั้งแต่เข้ารับตำแหน่งเมื่อปี 2555 ได้พยายามทรานส์ฟอร์มองค์กรอย่างหนัก ตั้งแต่เป้าหมายการทำวิจัย, กระบวนการทำงาน รวมถึงการสร้างบรรยากาศภายในองค์กรที่เคร่งขรึมให้ก้าวไปสู่ happy workplace ควบคู่ไปกับบทบาทหน้าที่ในการกระตุกเตือนให้ทุกภาคส่วน โดยเฉพาะภาครัฐลุกขึ้นมาปรับตัวรับมือโลกที่เปลี่ยนอย่างรวดเร็ว

ไม่ใช่แค่ตามโลกให้ทัน

ประธาน TDRI ระบุว่า เมื่อต้องการวางบทบาทให้เป็น “คลังสมอง” ของประเทศ TDRI ต้องปรับตัวตามโลกให้ทัน ต้องเป็นองค์กรแห่งการเรียนรู้ให้ทันการเปลี่ยนแปลง และต้องนำไป 1-2 ก้าวก่อนเสมอ เพื่อวาดภาพอนาคตให้สังคมได้เห็น เพื่อนำเสนอทางเลือก จึงมีการตั้ง “TDRI Grand Challenge” เพื่อท้าทายตนเองว่าจะทำอย่างไรให้มีประโยชน์ต่อสังคมมากที่สุด โดยให้แต่ละทีมวิจัยตั้งเป้าหมายว่า “3 ปีจะทำอะไรที่จับต้องได้และเป็นประโยชน์ต่อสังคม” เพื่อผลักดันให้ผลงานไม่ใช่แค่งานวิจัยเชิงสถิติ แต่ต้องเกิดความร่วมมือและนำไปแก้ปัญหาได้จริง

“โลกทุกวันนี้เปลี่ยนเร็วมาก ทุกคนต้องทรานส์ฟอร์ม ต้อง reinvent ตลอด องค์กรต้อง reinvent ประเทศต้อง reinvent ทุกวันนี้เอกชนไปเร็วมาก แต่ยังมีคนไทยจำนวนมากที่ out of touch ไม่เข้าใจว่าเกิดการเปลี่ยนแปลงใหญ่ และยังเคยชินกับการทำงานแบบเดิม ๆ โดยเฉพาะในภาครัฐ”

ภาครัฐ-การศึกษา ตัวถ่วง 4.0

แม้ว่ารัฐบาลจะมี “ไทยแลนด์ 4.0” ซึ่งถือเป็นนโยบายที่ดีมาก ๆ และจับจุดได้ถูกต้อง ด้วยการชูธงว่าประเทศไทยต้องไปสู่ ประเทศรายได้สูง ต้องทำงานใช้สติปัญญาเยอะขึ้น ทำงานใช้แรงงานแบบเดิมลดลง แต่คงต้องบอกว่า มี 2 sector ซึ่งสำคัญมาก แต่เป็นตัวฉุดให้ไทยปรับตัวได้ช้ากว่าที่ควรจะเป็นนั่นคือ 1.ภาคราชการ ที่ต้องมีบทบาทในการอำนวยความสะดวกบริการประชาชน แต่เหมือนมีฉนวนกันออกจากโลกความเป็นจริงมาห่อหุ้มไว้

“เอกชนถ้าตามโลกไม่ทันเขาเจ๊ง ราชการเจ๊งไหม ไม่เจ๊ง อยู่ได้แบบเดิมทุกอย่าง เมื่อภาครัฐมีเสถียรภาพสูงมาก และไม่เข้าใจว่าเกิดการเปลี่ยนแปลงใหญ่ ๆ ข้างนอก สุดท้ายจะกลายเป็นตัวถ่วงการเปลี่ยนแปลงของสังคมไทย”

2.คือภาคการศึกษาที่เป็นภาคสติปัญญา แต่ปัญหาคือแต่ละคนแต่ละหน่วยงานมีอิสระสูง และมีชนวนหุ้มจากความเป็นจริงหนาเกินไปทำให้ไม่รู้ว่าโลกข้างนอกเปลี่ยนเร็วมาก แม้จะเห็นว่าโลกเปลี่ยนแต่ take action ช้ามากจึงไม่แปลกเลยว่าการจัดอันดับมหาวิทยาลัยระดับโลก ไทยไม่เคยขึ้นไปเกิน 250 อันดับแรก และตกลงเรื่อย ๆ นี่คือความน่าเป็นห่วง

กรณีการนำธุรกิจการศึกษาเข้าระดมทุนในตลาดหลักทรัพย์ฯ ตนมองว่าประเด็นไม่ได้อยู่ที่การศึกษา ไม่ควรเป็นธุรกิจเพราะเป็นมานานแล้ว การเป็นบริษัทจำกัด กับบริษัทจำกัดมหาชน แทบไม่ต่างกัน แต่ประเด็นสำคัญคือ ความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาที่จะเพิ่มมากขึ้น เพราะชนชั้นที่มีปากมีเสียงมีพลังในสังคม มีทางเลือกในการหาสถาบันการศึกษาดี ๆ ให้ลูกได้จึงไม่มีแรงกดดันที่จะทำให้ระบบการศึกษาของรัฐต้องพัฒนาให้ดีขึ้นเหมือนกับที่เกิดขึ้นกับระบบสาธารณสุขที่พอมีทางเลือกแล้ว ใครมีเงินจ่ายก็ไป รพ.เอกชน ไม่มีเงินก็ต้องทนกับ รพ.รัฐ

“การศึกษาไทยนโยบายไม่นิ่ง 20 ปี มีนายกรัฐมนตรี 8 คน มีรัฐมนตรีกระทรวงศึกษาฯ 21 คน ถ้าจะปฏิรูปเมื่อการเมืองไม่นิ่ง สังคมต้องนิ่งต้องคุยกันให้ตกผลึกว่านโยบายการศึกษา นโยบายการพัฒนาคนต้องเป็นอย่างไร สร้างภาคีเครือข่ายเพื่อการศึกษา เพื่อให้เมื่อเปลี่ยนรัฐบาลก็ไปคุยกับรัฐบาลใหม่ได้ว่า สังคมต้องการให้มีทิศทางแบบนี้ต่อไป ซึ่ง TDRI ได้เริ่มต้นจับมือกับหลายองค์กรเปิดเวทีคุยกับ 7 พรรคการเมืองแล้ว มีเป้าหมายให้ไปสู่สัญญาประชาคมด้านการศึกษา ซึ่งพรรคการเมืองก็เห็นคล้ายกันว่าจะปล่อยให้การศึกษาไทยไปตามยถากรรมแบบนี้ไม่ได้ มันต้องมีความนิ่ง มีเสถียรภาพ และต้องเป็นวาระแห่งชาติ”

4.0 มาถูกทางแต่มาช้าไป

ไทยแลนด์ 4.0 ต้องชมรัฐบาล แต่น่าเสียดายที่กว่าจะมาถูกจุด ผ่านไปแล้วครึ่งทางของรัฐบาล อย่าง EEC เป็นการนำแนวคิดเขตเศรษฐกิจพิเศษรวมกับ 10 new S-curve มานำร่อง ตีโจทย์ถูกแต่เริ่มช้าไป แล้วจากนี้คืองานส่วนที่ยากและมีเวลาสั้นมาก ซึ่งอาจทำได้ไม่เต็มที่

“โรดโชว์เต็มที่ ทำโครงสร้างพื้นฐาน แต่สิ่งที่ทำน้อย คือ โรดโชว์ได้มาแล้ว แล้วยังไงต่อ ประเทศไทยไม่ใช่ไม่เคยนำบริษัทระดับโลกเข้ามา ยักษ์ใหญ่อย่างค่ายรถยนต์ ค่ายอิเล็กทรอนิกส์อยู่ในไทยมานานแล้ว แต่แล้วไง ก็ไม่ค่อยมีความเชื่อมโยงกับสถาบันการศึกษา หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ประโยชน์ที่จะตกมาในไทยจึงน้อยเกินไป ได้แค่การจ้างงานที่เยอะขึ้น แต่ความรู้ด้านเทคโนโลยีชั้นสูงไม่มา ไทยแลนด์ 4.0 EEC ดึงดูดการลงทุนเยอะ แต่ถ้าไม่เชื่อมโยงเข้ากับระบบนิเวศทางสติปัญญาในประเทศ ประโยชน์ก็จะตกกับประเทศไทยน้อยอีก เหมือนแค่ให้เขามาใช้พื้นที่”

ไม่มียุทธศาสตร์ AI

อีกส่วนที่หายไปอย่างน่าเสียดาย คือ “ยุทธศาสตร์ AI” ปัญญาประดิษฐ์ ดิสรัปชั่นสำคัญคือ AI กับบิ๊กดาต้า ซึ่งประเทศอื่นมีหมดแต่ในไทยไม่มี หรือบิ๊กดาต้าที่ภาครัฐให้ความสำคัญ แต่สิ่งที่ทำเป็นแค่ความพยายามตั้งศูนย์ข้อมูล ไม่ใช่การผลักดันให้เกิด “open data” ที่จะเปิดให้ทุกคนเข้ามา integrate ได้

“รัฐพยายามเอาข้อมูลมากองรวมกัน ทำไทยแลนด์ 4.0 แบบราชก๊ารราชการ และก็ตกยุคตามไม่ทัน ไม่เข้าใจ ซึ่งเกิดเพราะไม่ได้คิดให้ภาคธุรกิจหรือประชาชนเป็นลูกค้า แต่เอานักการเมืองเป็นลูกค้า งานแต่ละกระทรวงจึงออกมาแบบที่รัฐมนตรีอยากได้มากกว่าที่ประชาชนอยากได้ ปัญหาคือรัฐมนตรีก็ไม่ได้มองประชาชน แต่มองไปที่นายกรัฐมนตรีอีก จึงทำให้ประเทศปรับไม่ได้ เพราะราชการไม่รู้ร้อนรู้หนาว”

ภาครัฐ-ธุรกิจเล็กตกขบวน

หากสถานการณ์ยังเป็นแบบนี้ “ดร.สมเกียรติ” มองว่าจะเหลือเฉพาะภาคธุรกิจขนาดใหญ่ที่ทรานส์ฟอร์มทัน ซึ่งได้เห็นจากการที่องค์กรใหญ่ แบงก์ขนาดใหญ่ ตั้งกองทุนเวนเจอร์แคปิตอล สร้างสตาร์ตอัพ ทำอีคอมเมิร์ซ สร้งมาร์เก็ตเพลซของตนเอง เป็นการหาทางออกของแต่ละรายเพื่อรับมือกับดิจิทัลดิสรัปต์ แต่ธุรกิจเล็กก็เหมือนคนตัวเล็ก ไม่มีทางไปต้องพึ่งบริการของรัฐ ขณะที่ภาครัฐเป็นที่พึ่งไม่ได้ แม้จะพยายามไปดิจิทัลก็ยังโดนภาครัฐดึงกลับมาแอนะล็อกตลาดเวลา

“เรื่องบังคับให้แสดงทรัพย์สิน ทั้ง ๆ ที่ภาครัฐมีข้อมูลครบอยู่ตามหน่วยงานต่าง ๆ แทนที่จะให้เจ้าตัวมานั่งเขียนกรอก ถ้าตกไป 1 รายการก็มาเอาผิดอาญากับเขา วิธีที่ง่ายและฉลาด คือ ควรให้รัฐขอคำยินยอมในการเขาถึงข้อมูล แล้วก็รวบรวมมาว่าให้เขาลงชื่อรับรองและกรอกเพิ่มในสิ่งที่ไม่อยู่ในรายการ นี่คือตัวอย่างภาครัฐที่ไม่ 4.0 เลย”

ไทยแลนด์ 4.0 ส่งต่อรัฐบาลใหม่

ดร.สมเกียรติกล่าวต่อว่า รัฐบาลใหม่ที่กำลังจะเข้ามาในอนาคตเองก็คงอยากทำผลงานของตนเอง แต่นโยบายไทยแลนด์ 4.0 ถือว่ามาถูกทางแล้วจึงควรต้องไปต่อ และทำให้ลึกขึ้น ซึ่งสุดท้ายปัญหาใหญ่ที่สุดที่ต้องพูดอีกครั้ง คือ “ภาครัฐ” และการพัฒนา “กำลังคน” ถ้าศักยภาพบุคลากรไม่เป็น 4.0 อย่างไรก็เป็น 4.0 ไม่ได้

อีกความท้าทายของประเทศไทย คือ ก้าวเข้าสู่สังคมสูงวัยในจังหวะที่ทั้งโลกกำลังโดนดิสรัปต์ ซึ่งต้องยอมรับว่าถึงจุดหนึ่งเมื่อคนอายุมากขึ้น ความคิดจะอนุรักษนิยมเพิ่มขึ้น ทำให้อยากเปลี่ยนน้อยลง ในขณะที่โลกเปลี่ยนเร็วมาก แต่ถ้าก้าวตามไม่ทันจะตกยุค นี่ถือเป็นโจทย์ใหญ่

 

ไม่พลาดข่าวสารเศรษฐกิจ เจาะลึกทุกประเด็นทั้งภาครัฐ-เอกชน เพิ่มเราเป็นเพื่อนที่ Line ได้เลย พิมพ์ @prachachat หรือ คลิกลิงก์ https://line.me/R/ti/p/@prachachat
.
หรือจะสแกน QR Code ในรูป เราพร้อมเสิร์ฟข่าวเศรษฐกิจ-ธุรกิจถึงมือผู้อ่านทันที!