เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ปฏิรูประบบราชการ: ลดความสูญเปล่า เพิ่มคุณค่าทุกบาทของงบประมาณ
News ปฏิรูประบบราชการ: ลดความสูญเปล่า เพิ่มคุณค่าทุกบาทของงบประมาณ
บิ๊กเนมขยับรับ PDP 2026 ลุยพลังงานสะอาด-ดาต้าเซ็นเตอร์
Economic บิ๊กเนมขยับรับ PDP 2026 ลุยพลังงานสะอาด-ดาต้าเซ็นเตอร์
ส.อ.ท. ดัน MiT สู่ Buy Thai เป้าหมายขาย 2 แสนล้าน
Economic ส.อ.ท. ดัน MiT สู่ Buy Thai เป้าหมายขาย 2 แสนล้าน
SNNP แจ้งไฟไหม้โกดัง-อาคารผลิต คาดไม่กระทบรายได้ มีสต๊อก 1 เดือน
Business SNNP แจ้งไฟไหม้โกดัง-อาคารผลิต คาดไม่กระทบรายได้ มีสต๊อก 1 เดือน
148 วาระค้าง กสทช. สภาผู้บริโภคจี้ปลดล็อก ห่วงกระทบเศรษฐกิจดิจิทัล
News 148 วาระค้าง กสทช. สภาผู้บริโภคจี้ปลดล็อก ห่วงกระทบเศรษฐกิจดิจิทัล
เปิดโปรเจ็กต์ “ดาต้าเซ็นเตอร์ บางนา” สร้างบนทำเลทอง ติด BTS อุดมสุข
Tech เปิดโปรเจ็กต์ “ดาต้าเซ็นเตอร์ บางนา” สร้างบนทำเลทอง ติด BTS อุดมสุข
มติผู้ถือหุ้น BANPU ไฟเขียวจ่ายปันผลระหว่างกาล 0.40 บาทต่อหุ้น ดีเดย์ 25 ก.ย.นี้
Finance มติผู้ถือหุ้น BANPU ไฟเขียวจ่ายปันผลระหว่างกาล 0.40 บาทต่อหุ้น ดีเดย์ 25 ก.ย.นี้
ธุรกิจประกันภัยไทย เผชิญความเสี่ยงใหม่ กระทบโครงสร้าง คปภ.เร่งยกระดับกำกับ
Finance ธุรกิจประกันภัยไทย เผชิญความเสี่ยงใหม่ กระทบโครงสร้าง คปภ.เร่งยกระดับกำกับ
โปรดเกล้าฯ ‘นายกฯ’ เป็นผู้แทนพระองค์ ร่วมพระราชพิธีพระบรมศพกษัตริย์นอร์เวย์
Uncategorized โปรดเกล้าฯ ‘นายกฯ’ เป็นผู้แทนพระองค์ ร่วมพระราชพิธีพระบรมศพกษัตริย์นอร์เวย์
ART ชี้ชะตาส่งออกไทย สรท. ชง 4 โจทย์รัฐยกระดับรับค้าโลก
Economic ART ชี้ชะตาส่งออกไทย สรท. ชง 4 โจทย์รัฐยกระดับรับค้าโลก
ดูทั้งหมด

อดอาหาร-ออกกำลังกาย ให้สุขภาพดีและอายุยืน

05 ม.ค. 2562 | 22:19น.

คอลัมน์ Healthy Aging

โดย ศุภวุฒิ สายเชื้อ

 

เมื่อผมเข้าสู่วัยผู้สูงอายุแล้ว จึงเพิ่งรู้สึกตัวว่ามีความรู้เรื่องเศรษฐศาสตร์มากกว่าเรื่องของร่ายกายตัวเอง แบบฟ้ากับดิน กล่าวคือ ติดตามวิเคราะห์ภาวะเศรษฐกิจมานานกว่า 35 ปีอย่างละเอียดจนมั่นใจว่ารู้จริง แต่เรื่องของร่างกายและสุขภาพของตัวเองนั้น ไม่รู้เรื่องอะไรเลย กลับไปพึ่งพาให้คนอื่นดูแล คือพึ่งพานายแพทย์ พยาบาล หรือเภสัชกรที่ขายยา 100% เต็ม โดยจะไปขอคำปรึกษาและรับการรักษา เมื่อร่างกายมีปัญหาไม่สบาย จนจะทนไม่ได้แล้ว

แต่ในการวิเคราะห์เศรษฐศาสตร์จะพูดถึงสัญญาณ “เตือนภัย” มากมาย และส่วนใหญ่จะรักษาสุขภาพแบบ “เขาบอกว่า” (ยา, อาหาร, เครื่องดื่ม) อันนี้ดีมาก แล้วก็เชื่อที่เขาบอก โดยไม่เคยถามถึงเหตุผล ที่มาที่ไป หรือการวิจัยที่มีข้อสรุปเชิงสถิติและวิชาการว่ากินอะไรดีหรือไม่ดี

ตอนนี้ผมเริ่มมาหาความรู้เกี่ยวกับตัวเอง โดยหวังเพิ่มคุณภาพชีวิตตอนแก่

โดยต้องการจะ “รู้จริง” เพราะเป็นหน้าที่ของตัวเองที่จะดูแลตัวเอง ซึ่งจากการอ่านบทวิจัยต่าง ๆ ก็ค้นพบข้อสรุปว่า การอดอาหาร (จำกัดแคลอรี) และการออกกำลังกายทำให้สุขภาพดีและอายุยืน กล่าวคือ ต้องกดดันร่างกาย (stress) ร่างกายจึงจะแข็งแรงและมีอายุยืนกล่าวคือ เป็นเรื่องแปลกที่เมื่อร่างกายถูกกดดันแล้วจะเกิดปฏิกิริยาคือ autophagy (การกลืนกินตัวเองของเซลล์) ซึ่งเป็นประโยชน์อย่างยิ่งต่อร่างกาย เพราะการกลืนกินดังกล่าวเป็นการกระตุ้นการสลายของเสียในเซลล์อย่างเป็นระบบ และการรีไซเคิล ปฏิกิริยาดังกล่าว ทำให้ร่างกายแข็งแรง และลดความเสี่ยงจากการเป็นโรคภัยต่าง ๆ เช่น โรคมะเร็ง โรคหัวใจ ฯลฯ ทั้งนี้ผู้ที่ค้นคว้าเรื่อง autophagy คือ ศ.โยชิโนริ โอสุมิ ซึ่งเป็นผู้ที่เพิ่งได้รับรางวัลโนเบลไปเมื่อปี 2016 (2559)

ข้อมูลทางวิทยาศาสตร์ดังกล่าวทำให้เกิดกระแสการอดอาหาร และการออกกำลังกายแพร่ขยายไปทั่วโลก ซึ่งควรย้ำอีกทีว่าร่างกายที่ “สบาย” เกินไปคือ มีกินเหลือเฟือ โดยไม่ต้องทำอะไรนั้น จะเป็นร่างกายที่สุขภาพอ่อนแอและตายเร็ว คือหากต้องการให้อายุสั้นก็ควรจะกินอาหารอย่างพร่ำเพรื่อ ไม่ออกกำลังกาย และเที่ยวเตร่ให้สนุกสนาน โดยร่างกายไม่ได้พักผ่อนเพียงพอ

Advertisement

การทดลองทางวิทยาศาสตร์กับสัตว์ประเภทต่าง ๆ (เช่น หนู ลิง ไส้เดือน และยีสต์) พบว่า หากจำกัดการบริโภคแคลอรีลง 20-30% จากปกติแล้ว อายุจะยืนยาวไปอีก 20-30% เช่นกัน (หากมนุษย์อายุยืน 70 ปี ก็จะทำให้อายุยืนขึ้นได้อีก 14-21 ปี) แต่การอดอาหารเป็นเรื่องยาก จึงยังไม่ได้มีการทดลองการจำกัดการบริโภคแคลอรีกับมนุษย์ในระยะยาว จนมีข้อสรุปได้

อย่างไรก็ดี ก็มีการเขียนตำราเกี่ยวกับการอดอาหารมาเป็นร้อย ๆ เล่มในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา และการกินตามแบบของพระสงฆ์นั้น น่าจะเป็นประโยชน์อย่างมากต่อการรักษาสุขภาพและการทำให้อายุยืน แต่ทั้งนี้ ผู้ที่จะลองอดอาหารจะต้องปรึกษาแพทย์ก่อนนะครับ แต่สามารถแบ่งการอดอาหารออกเป็น 2 ประเภทคือ แบบ intermittent fasting เช่น การกินอาหารตามปกติสัปดาห์ละ 5 วัน แต่อีก 2 วัน (เช่นวันอังคารและพฤหัสบดี) จะจำกัดการบริโภคแคลอรีเพียง 300-400 แคลอรีในวันดังกล่าว จากการบริโภคประมาณ 2,000-2,200 แคลอรีในวันปกติ

อันนี้น่าจะทำได้ยากมาก แต่ก็มีอีกทางเลือกหนึ่งที่เรียกว่า time restricted feeding (TRF) กล่าวคือ จำกัดการบริโภคในช่วงเวลา 6-8 ชั่วโมง ใน 1 วัน (24 ชั่วโมง) เช่น กินอาหารเฉพาะเวลา 08.00 น. ถึง 14.00 น. หรือ 16.00 น. เป็นต้น

ในส่วนของการออกกำลังกายนั้น วารสาร Harvard Health Publishing ของ Harvard Medical School (24 พฤษภาคม 2017) กล่าวถึงบทวิจัยที่สรุปว่าการออกกำลังกายที่ทำให้หัวใจเต้นเร็ว (cardio vascular exercise) จะทำให้อายุยืนขึ้นอีก 3.8 ปี สำหรับผู้ชาย และ 4.7 ปีสำหรับผู้หญิง (จากการติดตามพฤติกรรมคน 55,000 คนเป็นเวลา 15 ปี) และลดความเสี่ยงจากการตายจากโรคเส้นเลือดตีบตันลง 45%

ทั้งนี้ โดยออกกำลังกายจากการวิ่งเพียง 2 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ ซึ่งได้มีการคำนวณว่าโดยเฉลี่ยการออกกำลังกาย 1 ชม. จะทำให้อายุยืนยาวไปอีก 7 ชั่วโมง แต่ประโยชน์จากการออกกำลังกายโดยการวิ่งจะไม่เพิ่มขึ้นหลังจากการวิ่งเกินกว่า 4.5 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ (แต่การวิ่งเกินกว่านั้น ก็มิได้ทำให้อายุสั้นลง) กล่าวโดยสรุปคือ วิ่งประมาณ 2-4.5 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ เพื่อให้อายุยืน ไม่ต้องทำเกินกว่านั้น

คำอธิบายคือ การวิ่งทำให้ระบบไหลเวียนของหัวใจมีความแข็งแรง (cardio respiratory fitness) วัดได้จากระดับ metabolic equivalents (METs) ที่สูง บทความอ้างสถิติการเสียชีวิตว่า 16% เกิดจากคนที่มี MET ระดับต่ำ และเป็นเหตุของการเสียชีวิตที่สูงกว่าการเสียชีวิตจากโรคความดันโลหิตสูง การสูบบุหรี่ ไขมันสูง และเบาหวาน ประเด็นที่ตามมา

คือ การตั้งคำถามว่าการออกกำลังนั้น จะต้องทำมากน้อยเพียงใด เพื่อให้ร่างกายแข็งแรงและไม่ตายเร็ว โดยไม่จำเป็นว่าต้องการให้ร่างกายฟิตปั๋ง (จนสามารถวิ่งได้ 15 กิโลเมตรก็ไม่เหนื่อย เป็นต้น) หรือลดความอ้วนจนรูปร่างเหมือนนายแบบ/นางแบบ

ในส่วนนี้สถาบัน Harvard TH Chan School of Public Health เผยแพร่บทวิจัยเมื่อ 19 กุมภาพันธ์ 2018 (2561) สรุปว่าการออกกำลังกายอย่างเข้มข้นผสมกับการออกกำลังกายระดับปานกลาง (moderate to vigorous physical activity หรือ MVPA) จะช่วยลดความเสี่ยงจากการเสียชีวิตลงถึง 60-70% เมื่อเปรียบเทียบกับคนที่ไม่ออกกำลังกาย

ทั้งนี้จากการติดตามเก็บข้อมูลของผู้หญิง 16,741 คน ยาวนาน 4 ปี (เสร็จสิ้นเมื่อพฤศจิกายน 2017) ทั้งนี้ MVPA นั้น หมายถึงการออกกำลังกายทำให้ MET ขึ้นไปที่ระดับ 3-6 METs (ในเชิงเปรียบเทียบการนั่งเฉย ๆ ร่างกายจะใช้พลังงานเท่ากัน 1 MET) แต่การวิ่งเร็วจะทำให้ MET เพิ่มขึ้นไปที่เลข 6 ในขณะที่ 3 MET คือ การเดินเร็ว พอที่จะพูดคุยได้ แต่ร้องเพลงไม่ได้ เป็นต้น

การออกกำลังกายแบบ MVPA นั้น หมายถึงการออกกำลังกาย 150 นาทีต่อสัปดาห์ แบ่งออกเป็น

1.การออกกำลังกายอย่างเข้มข้น : ครั้งละ 20-30 นาที ประมาณ 2 ถึง 3 ครั้งต่อสัปดาห์ เช่น การวิ่ง การถีบจักรยาน การว่ายน้ำอย่างเร็ว หรือการเล่นเทนนิส

2.การออกกำลังกายปานกลาง : ครั้งละ 20-25 นาที ประมาณ 4 ครั้ง/สัปดาห์ เช่น การปัดกวาดถูบ้านอย่างจริงจัง การเดินเร็ว และการว่ายน้ำอย่างค่อยเป็นค่อยไป

3.การยกน้ำหนัก สัปดาห์ละ 2-3 ครั้ง เพื่อเพิ่มความแข็งแรงให้กับกล้ามเนื้อและกระดูก

ที่สำคัญคือ จะต้องเริ่มการออกกำลังกายในโอกาสแรก และทำอย่างต่อเนื่อง โดยให้การออกกำลังกายเป็นส่วนหนึ่งของการดำเนินชีวิตตามปกติเหมือนกับการแปรงฟัน อาบน้ำ สระผม และแต่งตัว (ซึ่งรวมกันน่าจะใช้เวลาประมาณครึ่งชั่วโมง) หากต้องการให้นำไปสู่การมีสุขภาพที่ดี และอายุที่ยืนยาว ทั้งนี้จะต้องปรึกษาแพทย์ก่อนเริ่มการออกกำลังกายนะครับ

 

ไม่พลาดข่าวสารเศรษฐกิจ เจาะลึกทุกประเด็นทั้งภาครัฐ-เอกชน เพิ่มเราเป็นเพื่อนที่ Line ได้เลย พิมพ์ @prachachat หรือ คลิกลิงก์ https://line.me/R/ti/p/@prachachat

หรือจะสแกน QR Code ในรูป เราพร้อมเสิร์ฟข่าวเศรษฐกิจ-ธุรกิจถึงมือผู้อ่านทันที!

แท็กที่เกี่ยวข้อง

วิทยาศาสตร์ สุขภาพ