เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ธนาคารโลก หนุนไทยให้ทุน 2.4 ล้านดอลลาร์ ดันเมืองคาร์บอนต่ำ
Finance ธนาคารโลก หนุนไทยให้ทุน 2.4 ล้านดอลลาร์ ดันเมืองคาร์บอนต่ำ
ประกาศสำนักพระราชวัง พระราชินี เข้าเฝ้าสมเด็จพระจักรพรรดิแห่งญี่ปุ่น
ข่าวในพระราชสำนัก ประกาศสำนักพระราชวัง พระราชินี เข้าเฝ้าสมเด็จพระจักรพรรดิแห่งญี่ปุ่น
Anthropic ชี้ เอฟวัน AI เร็วแรงแค่ไหนก็ต้องมีเบรก! พร้อมหนุนรัฐออกกฎควบคุม
Tech Anthropic ชี้ เอฟวัน AI เร็วแรงแค่ไหนก็ต้องมีเบรก! พร้อมหนุนรัฐออกกฎควบคุม
เอกนิติ สรุป Bangkok Dialogue Notes ขมวดทุกเวที ชี้ความเชื่อใจเป็นเรื่องสำคัญ
Finance เอกนิติ สรุป Bangkok Dialogue Notes ขมวดทุกเวที ชี้ความเชื่อใจเป็นเรื่องสำคัญ
EBRD ชี้หนุนยูเครนไม่ใช่ ‘ต้นทุน’ แต่คือการลงทุนกับ ‘อนาคตของยุโรป’
Finance EBRD ชี้หนุนยูเครนไม่ใช่ ‘ต้นทุน’ แต่คือการลงทุนกับ ‘อนาคตของยุโรป’
ธปท. เตือนภัยไซเบอร์ ฉ้อโกงเสี่ยงรุนแรงชู Bangkok Blueprint ปิดช่อง
Finance ธปท. เตือนภัยไซเบอร์ ฉ้อโกงเสี่ยงรุนแรงชู Bangkok Blueprint ปิดช่อง
บอยท่าพระจันทร์โพสต์ นักรบย่อมมีบาดแผล บทเรียนจากการขาดทุนหุ้นเฉียดพันล้าน
Biz Movement บอยท่าพระจันทร์โพสต์ นักรบย่อมมีบาดแผล บทเรียนจากการขาดทุนหุ้นเฉียดพันล้าน
โซเซียลเดือด บ.สมุนไพรดังแอบจดทะเบียนเครื่องหมายการค้า ‘NENE ROYAL’
Biz Movement โซเซียลเดือด บ.สมุนไพรดังแอบจดทะเบียนเครื่องหมายการค้า ‘NENE ROYAL’
รฟม.กางแผนลงทุนรถไฟฟ้าภูมิภาค เปิดโผ“จังหวัดไหน”มีโอกาสแจ้งเกิดมากที่สุด
News รฟม.กางแผนลงทุนรถไฟฟ้าภูมิภาค เปิดโผ“จังหวัดไหน”มีโอกาสแจ้งเกิดมากที่สุด
กงสุลใหญ่สหรัฐฯ เชียงใหม่ จัดใหญ่ “Freedom 250 American Fair”ฉลอง 250 ปี สหรัฐอเมริกา
เศรษฐกิจภูมิภาค กงสุลใหญ่สหรัฐฯ เชียงใหม่ จัดใหญ่ “Freedom 250 American Fair”ฉลอง 250 ปี สหรัฐอเมริกา
ดูทั้งหมด

ส่องบูทฮอนด้า CES2019 สัมผัส…สุดยอดเทคโนโลยี

16 ม.ค. 2562 | 18:06น.

รายงานโดย วุฒิณี ทับทอง

ถือเป็นโอกาสอันดี ที่ “ฮอนด้าไทยแลนด์” พาสื่อมวลชนข้ามน้ำข้ามทะเลมาเพื่อสัมผัสและทดสอบกับเจ้ารถธงคันใหม่ อย่าง”ฮอนด้า แอคคอร์ด” ไกลถึงสหรัฐอเมริกา ตลาดที่รถรุ่นนี้ได้รับความนิยมและถือเป็นตลาดใหญ่มาก

เพื่อไม่ให้เป็นการเสียโอกาส “พิทักษ์ พฤทธิสาริกร” นายใหญ่ พร้อมทีมงานคุณภาพตัดสินใจพาคณะผู้ร่วมทริปแวะเข้าชมงาน CES 2019 (Consumer Electronics Show) ซึ่งถือเป็นงานจัดแสดงนิทรรศการผลิตภัณฑ์ด้านเทคโนโลยีและอิเล็กทรอนิกส์ ที่ว่ากันว่าใหญ่ที่สุดในโลกใบนี้ โดยงานจะจัดขึ้นเป็นประจำทุกปี ที่เมืองลาสเวกัส รัฐเนวาดา ประเทศสหรัฐอเมริกา

ในงานมีการจัดแสดงสินค้าเทคโนโลยีต่าง ๆ จากทั่วโลก มีนวัตกรรมเทคโนโลยีล่าสุด และชี้เทรนด์ที่กำลังจะมุ่งไปข้างหน้า ทั้งไอที, รถยนต์, ยานพาหนะ, หุ่นยนต์ ข้าวของอุปกรณ์เครื่องใช้ต่าง ๆ จากทุกมุมโลก

ปีนี้ ฮอนด้า มอเตอร์ เข้าร่วมงานเป็นปีที่ 4 นับตั้งแต่ปี 2016 หรือ 2559 และได้เข้าร่วมงานต่อเนื่องมา โดยงานในปีนี้ ฮอนด้ายังคงสร้างสรรค์นวัตกรรมและเทคโนโลยีใหม่ ๆ เพื่อเสริมสร้างประสิทธิภาพการทำงาน เพื่อมอบความสะดวกสบาย ลดการปล่อยคาร์บอน และช่วยให้การใช้ชีวิตประจำวันมีความสะดวกสบาย

ภายใต้เทคโนโลยีเพื่อการขับเคลื่อน (mobility) โรโบติกส์ (robotics energy)และการจัดการพลังงานสุดล้ำ (management) เพื่อทำให้ชีวิตประจำวันที่สะดวกสบาย และยังเป็นการเสนอแนวคิดที่เชื่อมต่อเทคโนโลยีนวัตกรรมหลักที่ “ฮอนด้า อินโนเวชันส์” ซึ่งเป็นหน่วยงานวิจัยและพัฒนา หรือ R&D ของฮอนด้า ตั้งอยู่ในซิลิคอนวัลเลย์

โดยฮอนด้ามีความร่วมมือใหม่ ๆ กับกลุ่มธุรกิจสตาร์ตอัพและแบรนด์พันธมิตรชั้นนำ เพื่อสร้างสรรค์นวัตกรรมแบบเปิด (open innovation) ผ่าน Honda Developer Studio และ Honda Xcelerator เพื่อสร้างสรรค์นวัตกรรมที่พร้อมทำให้โลกเกิดการเปลี่ยนแปลง อีกทั้งสร้างการขับเคลื่อนส่งเสริมและเปิดกว้างในการสร้างสรรค์นวัตกรรมแบบเปิด (open innovation) ส่วนผลงานที่ฮอนด้านำมาจัดแสดงในงานครั้งนี้ถือเป็นไฮไลต์สำคัญ เริ่มต้นกันที่

Honda Autonomous Work Vehicle ต้นแบบยนตรกรรมออฟโรดขับเคลื่อนอัตโนมัติ เพื่อเสริมสร้างประสิทธิภาพการทำงาน ซึ่งฮอนด้าจะแสดงการทดสอบในสภาวะการใช้งานจริงของ Honda Autonomous Work Vehicle ที่ผสานคุณสมบัติของรถ ATV (all-terrain vehicle) ของฮอนด้า และเทคโนโลยีการขับขี่อัตโนมัติอันล้ำสมัยเข้าด้วยกัน ซึ่งได้รับการออกแบบโดยศูนย์วิจัยและพัฒนาแห่งนี้ เพื่อเสริมสร้างประสิทธิภาพและความปลอดภัยในการทำงาน สำหรับหน่วยงานราชการและธุรกิจต่าง ๆ เพื่อใช้ในงานก่อสร้าง เกษตรกรรม ภารกิจค้นหาและช่วยชีวิต ตลอดจนการดับเพลิง

เจ้า Honda Autonomous Work Vehicle ใช้ช่วงล่างของรถ ATV ของฮอนด้า ซึ่งผ่านการพิสูจน์และเป็นที่ยอมรับมายาวนานกว่า 30 ปี มีจุดเด่นในการบุกตะลุยพื้นที่ทุรกันดารที่เข้าถึงยาก ด้วยระบบขับเคลื่อน 4 ล้อที่แข็งแรงและสมบุกสมบัน มาพร้อมระบบจีพีเอสและระบบขับขี่อัตโนมัติที่ทำงานด้วยเซ็นเซอร์ ซึ่งสามารถนำทางยานพาหนะได้ในทุกสภาพแวดล้อม อีกทั้งแท่นยึดอุปกรณ์ที่ออกแบบเป็นพิเศษให้สามารถติดตั้งอุปกรณ์เสริมต่าง ๆ ได้ไม่จำกัด

มีแหล่งพลังงานที่ติดตั้งอยู่ในตัวรถ เผยโฉมครั้งแรกในงานนี้เมื่อปีก่อน ในชื่อ 3E-D18 ฮอนด้าได้ทำงานร่วมกับพันธมิตร เช่น บริษัทผู้ให้บริการด้านพลังงานแสงอาทิตย์ขนาดใหญ่ในรัฐนอร์ทแคโรไลนา หน่วยงานควบคุมไฟป่าในโคโลราโด และวิทยาลัยด้านวิทยาศาสตร์การเกษตรและ

สิ่งแวดล้อมในแคลิฟอร์เนีย เพื่อทดสอบและประเมินผลลักษณะการใช้งานจริงในสภาพแวดล้อมที่แตกต่างกัน โดย Honda Autonomous Work Vehicle ยังอยู่ในขั้นตอนของการวิจัยและพัฒนาอย่างต่อเนื่อง

และฮอนด้ายังคงแสวงหาพันธมิตรอย่างต่อเนื่องเพื่อพัฒนาอุปกรณ์เสริมและขยายขีดความสามารถในการใช้งาน ขยายประเภทธุรกิจที่ต้องการใช้งานพาหนะประเภทนี้ และพัฒนาเทคโนโลยีขับขี่อัตโนมัติและเซ็นเซอร์เพื่อปรับปรุงระบบขับขี่อัตโนมัติแบบออฟโรด หน่วยงานธุรกิจและพันธมิตรทางเทคโนโลยีที่มีความสนใจสามารถติดต่อทางฮอนด้าได้ ที่อีเมล์ [email protected]

SAFE SWARM มาจากการได้รับแรงบันดาลใจจากธรรมชาติในการพัฒนาแนวคิด SAFE SWARM โดยมีจุดประสงค์ให้รถยนต์สามารถสื่อสารกันผ่านระบบไร้สายและการจราจรมีความลื่นไหลและคล่องตัว เหมือนการเคลื่อนไหวของฝูงปลา SAFE SWARM ใช้เทคโนโลยี vehicle-to-everything (V2X) เพื่อให้รถยนต์สามารถติดต่อสื่อสารกับรถยนต์คันอื่นที่อยู่รอบข้าง และแชร์ข้อมูลสำคัญ

เช่น ตำแหน่งและความเร็วของรถ ซึ่งข้อมูลต่าง ๆ นี้จะช่วยให้ผู้ขับขี่รถยนต์ หรือระบบขับขี่อัตโนมัติสามารถนำข้อมูลมาประมวลผลร่วมกับเซ็นเซอร์ที่ติดตั้งภายในรถ เพื่อวิเคราะห์ข้อมูลภายใต้สภาพแวดล้อม สภาพการจราจรรอบตัว เพื่อหลีกเลี่ยงความเสี่ยงในสถานการณ์ที่อาจเกิดอุบัติเหตุได้ ฮอนด้าเชื่อมั่นว่าการเชื่อมโยงผู้ใช้รถใช้ถนนทุกคนเข้าด้วยกัน จะช่วยสร้างสภาพแวดล้อมในการเดินทางที่ปลอดภัยมากยิ่งขึ้น ลดจำนวนอุบัติเหตุรุนแรงที่อาจเกิดขึ้น และในที่สุดจะนำไปสู่การสร้างสังคมปลอดอุบัติเหตุให้เกิดขึ้นอย่างแท้จริง

ฮอนด้ามุ่งมั่นที่จะทำให้การจราจรคล่องตัวขึ้น โดยอาศัยข้อมูลจากรถยนต์ที่วิ่งอยู่ด้านหน้ามาประมวลผลเพื่อลดการจราจรที่ติดขัด หรือคำนวณการเบรกรถยนต์ได้ล่วงหน้าเพื่อหลีกเลี่ยงการเบรกกะทันหัน หรือการเปลี่ยนเลนเมื่อจำเป็น ซึ่งทั้งหมดนี้สามารถประมวลได้ผ่านระบบการสื่อสาร V2X ที่ติดตั้งในตัวรถ ที่ประสานการทำงานกับเซ็นเซอร์ที่ติดตั้งในรถ หรือแม้แต่เซ็นเซอร์ในระบบโครงสร้างพื้นฐานของพื้นที่นั้น ๆ

หลังจากการเปิดตัวแนวคิด SAFE SWARM ครั้งแรกในงาน CES 2017 ฮอนด้าได้ทำการทดสอบในสนามปิด และจะทำการประเมินแนวคิดนี้ในสภาพแวดล้อมการขับขี่จริงที่ 33 Smart Mobility Corridor ในรัฐโอไฮโอ เพื่อให้การทดสอบ SAFE SWARM มีความรุดหน้าอย่างรวดเร็ว ฮอนด้ากำลังมองหาพันธมิตรด้านวิจัยและพัฒนา โดยเฉพาะอย่างยิ่งในธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับระบบการขนส่งอัจฉริยะ (intelligent transportation system-ITS) รวมถึงพันธมิตรทางด้านระบบการเชื่อมต่อและรถยนต์ไร้คนขับ (connected and automated vehicle-CAV) โรโบติกส์ เพื่อยกระดับและเพิ่มศักยภาพในการใช้ชีวิต

การเดินหน้าพัฒนาเทคโนโลยีด้านโรโบติกส์ในหลากหลายรูปแบบ เพื่อให้สอดคล้องกับวิสัยทัศน์แห่งโลกอนาคตที่อุปกรณ์หุ่นยนต์จะเข้ามาทำหน้าที่ช่วยเหลือและเสริมศักยภาพการใช้ชีวิตของมนุษย์

Honda P.A.T.H. (Predicting Action of The Human) Bot คือ หุ่นยนต์ที่สามารถเคลื่อนที่ได้ด้วยตัวเองในสถานที่สาธารณะโดยไม่รบกวนผู้คนรอบข้าง สร้างขึ้นจากเทคโนโลยี AI มาพร้อมกล้องและเซ็นเซอร์ติดตั้งในตัว ใช้ในการระบุตำแหน่งของตัวเอง และจดจำสภาพแวดล้อมรอบข้าง ทำให้สามารถเคลื่อนที่ไปยังที่หมายต่าง ๆ ได้โดยไม่ชนสิ่งกีดขวางและสามารถเลือกเส้นทางที่ดีที่สุดได้ด้วยตัวเอง ซึ่งตอนนี้ฮอนด้ากำลังมองหาพันธมิตรที่จะมาร่วมทดสอบการใช้งาน P.A.T.H. Bot ร่วมกัน

Honda RaaS (Robotics as a Service) Platform ซึ่งเป็นแนวคิดแพลตฟอร์มซอฟต์แวร์สำหรับฟังก์ชั่นการทำงานทั่วไป เช่น การเก็บและแชร์ข้อมูล การควบคุมการสื่อสาร การเปลี่ยนแปลงสถานะ และการร่วมมือกันระหว่างหุ่นยนต์ผ่านอินเทอร์เฟซ หรือแพ็กเกจ API2 และ SDK3 โดยมีเป้าหมายที่จะผลักดันให้เกิดการบูรณาการของบริการโรโบติกส์ ผ่านการทำงานร่วมกันระหว่างอุปกรณ์หุ่นยนต์ ระบบและแอปพลิเคชั่นต่าง ๆ ซึ่งพัฒนาโดยฮอนด้าและพันธมิตรที่ฮอนด้ากำลังมองหาความร่วมมือจากผู้พัฒนาอุปกรณ์หุ่นยนต์ และผู้ให้บริการโซลูชั่นด้านโรโบติกส์เพื่อให้เทคโนโลยีนี้เกิดขึ้นจริง

นอกจากนี้ ฮอนด้ายังเผยโฉม Honda Omni Traction Drive System ซึ่งเป็นเทคโนโลยีควบคุมการทรงตัวที่มาพร้อมระบบล้อขับเคลื่อนรอบทิศทาง ซึ่งพัฒนามาจากการค้นคว้าและวิจัยด้านโรโบติกส์ของฮอนด้า ซึ่งอยู่ในหุ่นยนต์คล้ายมนุษย์ของฮอนด้า อาซิโม(ASIMO) ซึ่งช่วยให้ยูนิ-คับ (UNI-CUB) พาหนะส่วนบุคคลสามารถเคลื่อนที่ได้รอบทิศทางอย่างเป็นธรรมชาติ

ในงาน CES 2019 ครั้งนี้ Honda Developer Studio ได้นำรถยนต์ฮอนด้า พาสสปอร์ต โฉมใหม่ปี 2019 มาใช้ในการสาธิตประสบการณ์การขับขี่แบบ Honda Dream Drive ที่เหนือชั้นกว่าเดิม โดย Honda De-veloper Studio ได้ร่วมมือกับ DreamWorks Animation สร้างสรรค์ Honda Dream Drive ขึ้น ซึ่งเป็นการจำลองประสบการณ์แบบเสมือนจริง (virtual reality-VR)

ที่สอดคล้องกับการเคลื่อนที่ของรถยนต์มาจัดแสดงในงานปีก่อน โดยมีการต่อยอดแพลตฟอร์ม เพิ่มฟีเจอร์ ฟังก์ชั่นใหม่ ๆ รวมทั้งการจำลองสถานการณ์ต่าง ๆ สำหรับทั้งผู้ขับขี่และผู้โดยสาร เช่น สำหรับผู้ขับขี่ ได้รับการสร้างสรรค์ขึ้นจากการต่อยอดแนวคิดเทคโนโลยีการชำระเงินในรถยนต์ ซึ่งเปิดตัวครั้งแรกในงาน CES 2017 เป็นระบบที่ช่วย

ให้ผู้ขับขี่สามารถจองร้านอาหาร จ่ายค่าสินค้าและบริการ ทั้งค่าน้ำมัน บัตรชมภาพยนตร์ และค่าที่จอดรถและแชร์ตำแหน่งที่อยู่ของผู้ขับ โดยทั้งหมดนี้สามารถทำได้อย่างง่ายดาย ผ่านระบบกระเป๋าเงินอัจฉริยะที่ติดตั้งอยู่ในรถฮอนด้า สำหรับผู้โดยสาร ประกอบด้วยเกมแบบมิกซ์เรียลิตี้ ภาพยนตร์ และแอปพลิเคชั่นด้านการเดินทาง รวมทั้งการควบคุมวิทยุและอุปกรณ์ต่าง ๆ ภายในห้องโดยสารผ่านทางโทรศัพท์มือถือ

ในอนาคตยังเตรียมเปิดตัวแนวคิดระบบสะสมคะแนนสำหรับลูกค้า โดยฮอนด้าพัฒนาประสบการณ์ Honda Dream Drive ด้วยความร่วมมือกับผู้นำในอุตสาหกรรมค้าปลีก และเอ็นเตอร์เทนเมนต์ ด้วยเจตนารมณ์ของฮอนด้าที่จะร่วมเสริมสร้างระบบนิเวศสำหรับสตาร์ตอัพในสหรัฐอเมริกาและทั่วโลก โครงการ Honda Xcelerator จะมุ่งเน้นการร่วมมือกับสองสตาร์ตอัพ คือ Noveto Systems และ Percep-tive Automata เพื่อพัฒนาเทคโนโลยีที่ช่วยในการขับขี่

สำหรับเทคโนโลยีและนวัตกรรมที่ฮอนด้าได้นำมาเสนอครั้งนี้ นอกจากต้องการโชว์ให้เห็นถึงความสำเร็จอีกขั้นของการพัฒนาต่อยอดนวัตกรรมแล้ว ฮอนด้ายังได้เตรียมนำความสำเร็จมาใช้กับผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ ของบริษัทในอนาคต และสิ่งสำคัญที่เป็นหมุดหมายหลัก คือ การมองหาความร่วมมือใหม่ ๆ จากพันธมิตรและผู้ที่สนใจเพื่อร่วมกันพัฒนา โดยใช้นวัตกรรมและเทคโนโลยีมาร่วมขับเคลื่อนโลกใบนี้ให้น่าอยู่ยิ่งขึ้นเพื่อคนรุ่นต่อไป