เมื่อวันที่ 22 มกราคม นายจักกพันธุ์ ผิวงาม รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (กทม.) เปิดเผยถึงมาตรการการลดฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM2.5 และ PM 10 ในกรุงเทพมหานคร ว่า กทม.ดำเนินการป้องกันและบรรเทาปัญหาฝุ่นละอองในอากาศอย่างต่อเนื่อง ได้แก่ ล้างทำความสะอาดถนน ทางเท้าและฉีดพ่นละอองน้ำเพื่อลดปริมาณฝุ่นละอองในอากาศให้ครอบคลุมทุกพื้นที่ โดยให้ดำเนินการด้วยความระมัดระวังไม่ส่งผลกระทบต่อการใช้ชีวิตประจำวันของประชาชน พร้อมรณรงค์ประชาสัมพันธ์ขอความร่วมมือประชาชนงดเว้นการเผาในที่โล่ง การใช้บริการรถขนส่งสาธารณะแทนการใช้รถยนต์ส่วนบุคคลที่มีควันดำ และวิธีการป้องกันอันตรายจากฝุ่นละอองขนาดเล็ก เพื่อลดค่าฝุ่นละอองสะสมและสร้างสุขภาพที่ดีให้กับประชาชนในพื้นที่
“ทั้งนี้ ในส่วนของการก่อสร้างทั้งโครงการใหญ่และโครงการขนาดเล็กต่างๆในกรุงเทพฯ ในขั้นตอนการก่อสร้างผู้รับจ้างจะต้องมีการศึกษาผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม และก่อนเข้าพื้นที่ ผู้รับจ้างจะต้องส่งมาตรการป้องกันปัญหาฝุ่นละอองให้ กทม.พิจารณาก่อน เช่น จะต้องมีการสร้างกำแพงป้องกันฝุ่นละอองในพื้นที่ก่อสร้างสูงประมาณ 2 เมตร (ม.) โดยรอบ รถบรรทุกที่ขนอุปกรณ์ก่อสร้างจะต้องมีการสวมผ้าใบคลุม และต้องมีการล้างรถก่อนเข้า-ออกสถานที่ก่อสร้าง และล้างพื้นที่การก่อสร้างสม่ำเสมอ ซึ่งเป็นเงื่อนไขที่ กทม.มีอยู่แล้ว และหาก กทม.ลงพื้นที่ตรวจสอบแล้วพบว่ามีค่าฝุ่นละอองที่เกินมาตรฐาน จะสั่งหยุดก่อสร้างเพื่อให้ปรับปรุงแก้ไขปัญหา และหากพบว่าไม่มีดำเนินการแก้ไขหรือแก้ไขแล้วยังไม่สามารถลดปัญหาได้ สำนักการโยธา (สนย.) หรือสำนักงานเขตสามารถสั่งระงับการดำเนินการได้ทันทีตามเงื่อนไขที่กำหนดไว้ได้อยู่แล้วโดยไม่ต้องพึ่งพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) หรือกฎหมายฉบับไหนเข้าไปบังคับใช้” นายจักกพันธุ์ กล่าว
นอกจากนี้ นายจักกพันธุ์ กล่าวว่า ในส่วนของฝุ่นละอองขนาดเล็ก คือ รถจำนวนมากบนท้องถนน ปัจจุบันมีกฎหมายที่บังคับใช้จากพระราชบัญญัติที่เกี่ยวข้อง อาทิ พ.ร.บ.ส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อมฯ พ.ร.บ.การจราจรทางบกฯ และ พ.ร.บ.การขนส่งฯ สามารถให้อำนาจกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องลงไปดำเนินการตรวจสอบท่อไอเสียรถยนต์ หรือสามารถระงับการนำรถที่ไม่ได้มาตรฐานมาวิ่งบนท้องถนนได้อยู่แล้ว โดยปกติใน 1 รอบปี จะมีช่วงที่ค่าฝุ่นละอองสูงในช่วงฤดูร้อนหรือฤดูหนาวอยู่แล้ว จึงอยากให้ผู้ที่ใช้รถยนต์หมั่นตรวจสอบคุณภาพรถยนต์ให้อยู่ในสภาพที่ดีและไม่ส่งผลกระทบต่อการเพิ่มฝุ่นละอองก็จะสามารถช่วยลดค่าฝุ่นละอองบนท้องถนนได้ นอกจากนี้ สำนักสิ่งแวดล้อม กทม.ยังได้ประสานให้ 50 สำนักงานเขต ฉีดพ่นละอองน้ำหรือล้างพื้นเพื่อลดผลกระทบจากฝุ่นละออง รวมถึงหากมีค่าฝุ่นละอองเกินค่ามาตรฐานในพื้นที่ใดๆ สำนักเขตจะต้องไปดำเนินการตรวจสอบเพื่อหาต้นเหตุ และดำเนินการแก้ไขให้แล้วเสร็จ
วันเดียวกัน กองจัดการคุณภาพอากาศและเสียง สำนักสิ่งแวดล้อม กทม. รายงานผลการตรวจวัดฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน 2.5 ไมครอน ค่าเฉลี่ย 24 ชั่วโมง พบว่า ผลการตรวจวัดเกินค่ามาตรฐาน จำนวน 24 บริเวณ คือ เขตราชเทวี เขตพญาไท เขตบางกะปิ เขตปทุมวัน เขตบางรัก เขตบางกอกน้อย เขตพระนคร เขตหลักสี่ เขตสัมพันธวงศ์ เขตวังทองหลาง เขตบางคอแหลม เขตยานนาวา เขตจตุจักร เขตลาดกระบัง เขตธนบุรี เขตคลองสาน เขตภาษีเจริญ เขตบางเขน เขตบางพลัด เขตบางขุนเทียน เขตสาทร เขตคลองเตย เขตบางซื่อ และเขตบึงกุ่ม โดยตรวจวัดได้ในช่วง 56-102 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร (มคก./ลบ.ม.) (ค่ามาตรฐานเฉลี่ย 24 ชั่วโมงอยู่ที่ 50 มคก./ลบ.ม) คิดเป็นร้อยละ 100 จากจำนวนเขตที่มีสถานีตรวจวัดทั้งหมด โดยผลการตรวจวัดอยู่ในระดับที่เริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพ และมีผลกระทบต่อสุขภาพ ดังนั้น ประชาชนที่อยู่ในพื้นที่ที่คุณภาพอากาศอยู่ในระดับเริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพ และมีผลกระทบต่อสุขภาพ ควรหลีกเลี่ยงหรือลดเวลาการทำกิจกรรมกลางแจ้ง หากหลีกเลี่ยงไม่ได้ควรสวมใส่หน้ากากอนามัย N95 ขณะอยู่กลางแจ้ง
ที่มา มติชนออนไลน์