Skip to content

เมื่อ IOT เปลี่ยนพฤติกรรม โจทย์ท้าทาย…ยุค Me Data

30 ม.ค. 2562 | 18:44น.
เมื่อ IOT เปลี่ยนพฤติกรรม โจทย์ท้าทาย…ยุค Me Data

คอลัมน์ จับกระแสตลาด

เมื่อพฤติกรรมผู้บริโภคเปลี่ยนเร็วตามเทคโนโลยี ดังนั้น แบรนด์และสินค้าต่าง ๆ ก็ต้องหาเครื่องมือเข้ามาช่วยในการปรับตัว เพื่อให้ทันสถานการณ์ที่เกิดขึ้น พร้อม ๆ กับมัดใจผู้บริโภคให้แน่น

“โกโร โฮคาริ” กรรมการผู้จัดการ ศูนย์วิจัยความเป็นอยู่ฮาคูโฮโดอาเซียน บริษัท ฮาคูโฮโด อิงค์ จำกัด กล่าวว่า ปัจจุบันเทคโนโลยีเข้ามามีบทบาทต่อพฤติกรรมผู้บริโภคและเปลี่ยนพฤติกรรมผู้บริโภคไปอย่างรวดเร็ว ดังนั้น ศูนย์วิจัยจึงได้ศึกษางานวิจัยหัวข้อ Think Future Forward : How Asean Lives Evolve Technolgy Gets Smarter เพื่อศึกษาการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยี แนวโน้มพฤติกรรมผู้บริโภค และการปรับตัวของแบรนด์ที่จะเกิดขึ้นในอนาคต

โดยเก็บข้อมูลเชิงคุณภาพ จากการเยี่ยมบ้านประเทศละ 6 ครัวเรือน รวม 36 คน ในเดือนกันยายน-ตุลาคม 2561 และการเก็บข้อมูลเชิงปริมาณ จากการเก็บข้อมูลทางอินเทอร์เน็ตจาก 6 ประเทศ (ไทย สิงคโปร์ มาเลเซีย อินโดนีเซีย เวียดนาม และฟิลิปปินส์) รวม 5,400 คน ในเดือนมิถุนายน 2561

จากข้อมูลพบว่า อนาคตจะเข้าสู่ยุคไร้จอ “beyond the screen” โดยมี IOT เป็นหัวใจหลักในการเชื่อมต่อดีไวซ์ต่าง ๆ กับชีวิตประจำวันของผู้บริโภค ทำให้การทำกิจกรรมต่าง ๆ ง่ายขึ้น สะดวกขึ้น ประกอบกับมีฐานข้อมูล “me data” ที่เก็บข้อมูลต่าง ๆ เกี่ยวกับตัวเราไว้ ทั้งพฤติกรรมในอดีต ประวัติการสั่งซื้อ ความชื่นชอบ ซึ่งการมีข้อมูลที่ได้เหล่านี้จะทำให้ AI ให้คำแนะนำที่โดนใจผู้ใช้งานได้ดีมากขึ้น

ขณะเดียวกัน สถานการณ์ที่เกิดขึ้นจะเปลี่ยนพฤติกรรมผู้บริโภคอาเซียน เป็น 2 ส่วน ได้แก่ bye-bey boring routines คือ ลดการทำกิจกรรมซ้ำ ๆ ในแต่ละวันลง เพราะ IOT และ AI จะเข้ามาช่วยในการทำกิจกรรมเหล่านี้ เช่น เปิด-ปิดเครื่องใช้ในบ้าน เป็นต้น พร้อมช่วยให้ผู้บริโภคตัดสินใจเลือกซื้อสินค้าบริการได้ง่ายขึ้น

อีกพฤติกรรม คือ match-me journey ผู้บริโภคจะได้รับคำแนะนำจากระบบ AI เกี่ยวกับสินค้าและบริการ ซึ่งถูกกลั่นกรองมาแล้วว่าตรงกับความต้องการของผู้บริโภคนั้น ๆ

“โกโร” บอกว่า เทคโนโลยีกำลังเปลี่ยนพฤติกรรมของผู้บริโภคไปอีกสเต็ป สิ่งที่แบรนด์ต้องเตรียมรับมือ คือ กำหนดคุณค่าของแบรนด์ให้ชัดเจน ให้เหมาะสมกับสถานการณ์นั้น ๆ พร้อมกับการพัฒนาโซลูชั่นใหม่ ๆ ให้สามารถตอบทุกโจทย์ ตอบทุกปัญหาของผู้บริโภคได้อย่างรวดเร็ว

สุดท้าย คือ ต้องนำเสนอคอนเทนต์ให้โดนใจ และตรงกับสถานการณ์ที่ผู้บริโภคกำลังเผชิญ ยกตัวอย่าง เช่น เมื่อสมาร์ทวอตช์แจ้งเตือนว่า อุณหภูมิในร่างกายสูง เหมือนจะมีไข้ และถามว่า จะสั่งอาหารร้าน A หรือไม่ โดยจะส่งให้ถึงบ้าน เพิ่มความสะดวก หรือกรณีเกิดกาแฟหกใส่เสื้อ ถ้าผู้บริโภคถามเข้าไปผ่าน Google Assistant หรือ Siri ในไอโฟน ก็จะมีข้อมูลขึ้นมาทันทีว่าควรทำอย่างไร ซึ่งถ้าแบรนด์สินค้าขจัดคราบ หรือสินค้าที่เกี่ยวข้องกับสถานการณ์ที่ผู้บริโภคกำลังเผชิญ เข้าไปผูกกับ AI ก็จะเพิ่มโอกาสทางการขายและขยายฐานได้กว้างขึ้นด้วย

ผลวิจัยที่เกิดขึ้นเป็นเพียงแนวทางเบื้องต้นในการปรับตัวของแบรนด์ เพื่อรับมือกับไลฟ์สไตล์ของผู้บริโภคที่จะเปลี่ยนไปในอนาคต

 

ไม่พลาดข่าวสารเศรษฐกิจ เจาะลึกทุกประเด็นทั้งภาครัฐ-เอกชน เพิ่มเราเป็นเพื่อนที่ Line ได้เลย พิมพ์ @prachachat หรือ คลิกลิงก์ https://line.me/R/ti/p/@prachachat

หรือจะสแกน QR Code ในรูป เราพร้อมเสิร์ฟข่าวเศรษฐกิจ-ธุรกิจถึงมือผู้อ่านทันที!

แท็กที่เกี่ยวข้อง

IoT ผู้บริโภค