อย่าให้เกิดสุญญากาศทางเศรษฐกิจ
บทบรรณาธิการ
การเลือกตั้งกำลังเข้าสู่ช่วงเวลานับถอยหลัง วันลงคะแนนเสียง 24 มีนาคม 2562 ใกล้เข้ามา นอกจากบรรยากาศการหาเสียงทั้งในส่วนกลางและต่างจังหวัดจะเป็นไปอย่างคึกคักแล้ว การเมืองยังดึงดูดความสนใจกลบกระแสข่าวคราวความเคลื่อนไหวอื่น ๆ ไม่เว้นแม้แต่เรื่องเศรษฐกิจ ปัญหาปากท้อง
อย่างไรก็ตาม กว่าการปรับโหมดใหม่ทางการเมืองจะเข้ารูปเข้ารอย เริ่มจากการเลือกตั้งใหญ่ การประกาศผลและรับรองผลการเลือกตั้ง จนถึงขั้นตอนฟอร์มทีมจัดตั้งรัฐบาล จัดทำนโยบายและแถลงนโยบายต่อรัฐสภา คงต้องใช้เวลาอีกนาน เร็วสุดกว่ารัฐบาลใหม่จะเข้าบริหารประเทศก็อาจผ่านไปครึ่งปีไปแล้ว
ช่วงรอยต่อการเมืองผลัดใบ แม้รัฐบาลชุดปัจจุบันยังปฏิบัติหน้าที่ได้ต่อเนื่องและยังมีอำนาจเต็ม แต่การดำเนินภารกิจหลายด้านอาจมีข้อจำกัดไม่สามารถทำได้เต็มที่
บวกกับถูกจับตาจากสาธารณชน ตลอดจนพรรคการเมือง นักการเมือง ทำให้คนในรัฐบาลต้องระมัดระวังไม่ให้ถูกมองว่า มีการใช้อำนาจหน้าที่สร้างผลงานเพื่อหวังคะแนนเสียงจากการเลือกตั้ง
รัฐมนตรีร่วมรัฐบาลที่ประกาศตัวจัดตั้งพรรคการเมืองจึงต้องระวัง ไม่ให้เกิดความสุ่มเสี่ยง เพราะหลังคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) กำหนดวันเลือกตั้งชัด และจะเปิดรับสมัคร ส.ส.แบบแบ่งเขต และ ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ 4-8 กุมภาพันธ์นี้ การแข่งกันลงพื้นที่หาเสียงพบปะประชาชนจะยิ่งเข้มข้นขึ้น คนในรัฐบาลที่ตัดสินใจลงสนามการเมืองจึงต้องไม่ทำผิดกฎ
ล่าสุด 4 รัฐมนตรีในสังกัดพรรคพลังประชารัฐประกอบด้วย นายอุตตม สาวนายน รมว.อุตสาหกรรม และหัวหน้าพรรค นายสุวิทย์ เมษินทรีย์ รมว.วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี และรองหัวหน้าพรรค นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รมว.พาณิชย์ และเลขาธิการพรรค นายกอบศักดิ์ ภูตระกูล รมต.ประจําสํานักนายกรัฐมนตรี และโฆษกพรรค ได้ประกาศลาออกจากตำแหน่ง โดยจะมีผลวันที่ 30 มกราคม
จากนี้ไปงานนโยบายทั้ง 4 กระทรวง ที่อยู่ระหว่างดำเนินการและที่ยังคั่งค้างต้องสะสาง กับการแก้ไขปัญหาของประชาชนหลากหลายกลุ่มที่ต้องเร่งทำ จึงเป็นหน้าที่ของรัฐมนตรีช่วยฯ ที่ยังอยู่ในตำแหน่ง กับรัฐมนตรีที่นายกรัฐมนตรีมอบหมาย
ที่น่าห่วงคือโจทย์เศรษฐกิจซึ่งหลากหลายเรื่องยังไม่ได้รับการแก้ไข โดยเฉพาะอย่างยิ่งปัญหาเศรษฐกิจฐานราก รายได้ภาคการเกษตร เอสเอ็มอี หนี้ภาคครัวเรือน ฯลฯ ข้าราชการในฐานะฟันเฟืองหลักในการขับเคลื่อนประเทศจึงต้องไม่ใส่เกียร์ว่าง เร่งขับเคลื่อนทุกภารกิจให้เกิดผล งานภาครัฐและการแก้ปัญหาเศรษฐกิจจะได้ไม่เกิดสุญญากาศ