เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
“โอปอล สุชาตา” เตรียมอำลาตำแหน่ง Miss World 2026
Biz Movement “โอปอล สุชาตา” เตรียมอำลาตำแหน่ง Miss World 2026
“ชัชชาติ” สำรวจ ดาต้าเซ็นเตอร์ พระราม9 หลังชาวบ้าน-ร้านค้าร้องกลิ่นน้ำมันคลุ้ง
News “ชัชชาติ” สำรวจ ดาต้าเซ็นเตอร์ พระราม9 หลังชาวบ้าน-ร้านค้าร้องกลิ่นน้ำมันคลุ้ง
‘เอสซี-เสนา’ ฝ่าวิกฤตกู้ยาก ผนึก ‘แบงก์ใหญ่’ ช่วยคนซื้อบ้าน 
Real Estate ‘เอสซี-เสนา’ ฝ่าวิกฤตกู้ยาก ผนึก ‘แบงก์ใหญ่’ ช่วยคนซื้อบ้าน 
ยศชนัน-ศูนย์กันก่อนท่วม ชู Localize Technology ปั้นน้ำเป็นทุนเศรษฐกิจ
การศึกษา ยศชนัน-ศูนย์กันก่อนท่วม ชู Localize Technology ปั้นน้ำเป็นทุนเศรษฐกิจ
WOODY เจ้าตลาดคอนเทนต์สู่ Well-being Ecosystem
Biz Movement WOODY เจ้าตลาดคอนเทนต์สู่ Well-being Ecosystem
เปิดหลังบ้านความยั่งยืน NCC ‘Carbon Neutral Event’ เรื่องที่ไม่เคยถูกเล่ามาก่อน
SD เปิดหลังบ้านความยั่งยืน NCC ‘Carbon Neutral Event’ เรื่องที่ไม่เคยถูกเล่ามาก่อน
ไทยเบฟร่วม Bangkok Business Summit 2026 ชู SEP สร้างการเติบโตยั่งยืน
SD ไทยเบฟร่วม Bangkok Business Summit 2026 ชู SEP สร้างการเติบโตยั่งยืน
เชียงใหม่-ลำพูน ปลุกอีเวนต์โคมลอย “Moonlight Sky Lantern 2026” ดันห้องพักยี่เป็งเต็ม 100%
เศรษฐกิจภูมิภาค เชียงใหม่-ลำพูน ปลุกอีเวนต์โคมลอย “Moonlight Sky Lantern 2026” ดันห้องพักยี่เป็งเต็ม 100%
CP ALL จัดพิธีบวงสรวง-ตอกเข็มฤกษ์ก่อสร้างศูนย์กระจายสินค้า RDC & CDC นิคมอุดรฯ
เศรษฐกิจภูมิภาค CP ALL จัดพิธีบวงสรวง-ตอกเข็มฤกษ์ก่อสร้างศูนย์กระจายสินค้า RDC & CDC นิคมอุดรฯ
“พิพัฒน์” แก้คอขวด ICD ลาดกระบัง สางปัญหาสัมปทาน เปิดประมูลใหม่ 20 ปี“พันล้าน”
Real Estate “พิพัฒน์” แก้คอขวด ICD ลาดกระบัง สางปัญหาสัมปทาน เปิดประมูลใหม่ 20 ปี“พันล้าน”
ดูทั้งหมด

ลุ้นUS-จีนยุติสงครามการค้า เซฟการ์ดทุบส่งออกอิเล็กทรอนิกส์เดี้ยง

12 ก.พ. 2562 | 10:01น.
จับตา “จีน-สหรัฐ” เคลียร์ปมสงครามการค้ารอบใหม่ 27-28 นี้ หากยืดเยื้อฉุดส่งออกปี’62 สรท.ชี้มาตรการเซฟการ์ดทุบส่งออกอุตฯชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ต่อเนื่อง หวั่นนักลงทุนหันสู่เวียดนามใช้ประโยชน์ EVFTA-เทกระจาดสินค้ามาไทย

นางสาวกัณญภัค ตันติพิพัฒนพงศ์ ประธานสภาผู้ส่งสินค้าทางเรือแห่งประเทศไทย (สรท.) เปิดเผยว่า แม้ว่าจะสหรัฐและจีนจะยุติสงครามการค้าชั่วคราวถึง 1 มี.ค. 2562 และกำหนดให้มีการเจรจาระหว่างผู้นำทั้งสองประเทศเพื่อยุติปัญหานี้อีกครั้งในวันที่ 27-28 ก.พ. 62 ที่ประเทศเวียดนาม แต่ภาวะความตึงเครียดสงครามการค้ายังคงส่งผลกระทบต่อการส่งออกไทย โดยจะเห็นว่ายอดส่งออกเดือนธันวาคม 2561 ไปยังตลาดจีนลดลง 7.34% มูลค่า 2,447 ล้านเหรียญ โดยเฉพาะสินค้าที่ปรับตัวลดลงต่อเนื่องยังคงเป็น กลุ่มสินค้าอุตสาหกรรม อาทิ คอมพิวเตอร์ อุปกรณ์ส่วนประกอบ แผงวงจรไฟฟ้า เครื่องใช้ไฟฟ้า อิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งไทยต้องเผชิญกับมาตรการเซฟการ์ด ประกอบกับการกำหนดนโยบายสิ่งแวดล้อมของจีนที่ส่งผลต่อการนำเข้ามันสำปะหลังของไทย

“เดิมจะมีการปรับขึ้นภาษีจาก 10% เป็น 25% ซึ่งผลการเจรจาต้องสิ้นสุดก่อนวันที่ 1 มี.ค. 62 ทำให้ความกังวลว่าสงครามการค้าอาจส่งผลต่อบรรยากาศการค้าโลก และเศรษฐกิจภายในสหรัฐอเมริกา โดยอัตราการว่างงานเริ่มปรับเพิ่มจาก 3.9% เป็น 4.0% ซึ่งจะมีผลเชื่อมโยงถึงกำลังซื้อของผู้บริโภคทั้งจีนและอเมริกาลดลง หากยังคงยืดเยื้อต่อไป ไทยจะส่งออกลดลงตามไปด้วย ทาง สรท.จึงยังคงเป้าหมายส่งออกรวมปีนี้โต 5%”

อย่างไรก็ตาม แม้บริษัทใหญ่จะใช้วิธีย้ายฐานการผลิตชิ้นส่วนไปยังประเทศที่ไม่ได้รับผลกระทบจากสงครามการค้า แต่สิ่งที่น่ากังวลมากกว่า คือ สินค้าจากจีนทะลักเข้ามายังอาเซียน และย้ายฐานมาไทย เพราะสินค้าจีนไม่สามารถส่งออกโดยตรงไปยังสหรัฐได้ และประเด็นความล่าช้าในการเจรจาการค้าเสรีของไทยกับประเทศคู่ค้าสำคัญ อาทิ การเจรจาระหว่างสหภาพยุโรปและไทยอาจจะทำให้นักลงทุนที่ย้ายการลงทุนมา หันมองไปยังประเทศอื่นที่มีการเจรจาไปแล้ว เช่น เวียดนาม ที่กำลังจะทำเอฟทีเอเวียดนาม-อียู (EVFTA) หรือในฟิลิปปินส์ และอินโดนีเซีย ที่ได้สิทธิประโยชน์ด้านภาษีศุลกากร (GSP) จาก EU ขณะที่ไทยถูกตัดสิทธิ GSP ไปแล้ว

ด้านนายคงฤทธิ์ จันทริก ผู้อำนวยการบริหาร สรท.กล่าวว่า ในช่วงตรุษจีนที่ผ่านมาพบว่าทิศทางอัตราค่าระวางเรือมีการปรับสูงขึ้น ทั้งเส้นทางอเมริการวมถึงแอฟริกา และอาเซียนปรับขึ้นเล็กน้อย ส่งผลให้การส่งออกไปจีนน้อยลงกว่าช่วงเวลาเดียวกันของปีที่ผ่านมา เป็นสัญญาณสินค้ากับค่าระวางยังไม่สมดุลไปในทิศทางที่ควรจะเป็น หากเทียบกับตรุษจีนปีที่ผ่านมา

ด้านนางสาวบรรจงจิตต์ อังศุสิงห์ อธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ เปิดเผยว่า ตั้งเป้าการส่งออกปี 2562 ขยายตัว 8% มูลค่า 272,685 ล้านเหรียญสหรัฐ โดยเฉลี่ยการส่งออกต้องมีมูลค่าไม่น้อยกว่า 22,724 ล้านเหรียญสหรัฐต่อเดือน จากการส่งออกไปยังตลาดต่าง ๆ ยังคงขยายตัวเพิ่มขึ้น เช่น อเมริกาเหนือ ขยายตัว 6.1% สหภาพยุโรป (27) 3% ตะวันออกกลาง 3% ละตินอเมริกา 6% เอเชียใต้ 8% แอฟริกา 10% รัสเซียและ CIS 10% จีน 12% ฮ่องกง 12% เอเชียตะวันออก 7% อาเซียน (5) 8.2% และ CLMV 8.4% ทวีปออสเตรเลีย 6.0%

“ถึงแม้สงครามการค้าจะส่งผลกระทบต่อไทย แต่ก็ยังมีสินค้าที่จะได้รับผลประโยชน์ 15 รายการ โดยเฉพาะสินค้าการเกษตร และเฟอร์นิเจอร์ อย่างไรก็ตาม สิ่งสำคัญ ไทยยังต้องรักษาคุณภาพสินค้าเพื่อรักษาความสามารถในการแข่งขัน”

อย่างไรก็ตาม ทางกรมได้วางกลยุทธ์ที่จะผลักดันการส่งออก โดยมุ่งเน้นการขยายโอกาสทางการค้าการลงทุน สนับสนุนผู้ประกอบการชุมชนเข้าสู่ตลาดโลก การเจาะตลาดใหม่ เช่น แอฟริกา ตลาดจีนรายมณฑล และอินเดีย ส่งเสริมสินค้าสำหรับผู้สูงอายุ สินค้าสำหรับสัตว์เลี้ยง และสินค้าฮาลาล เชื่อมต่อ e-Markerplace ทั่วโลก ตลอดจนขยายธุรกิจบริการศักยภาพ การใช้ประโยชน์จาก big data/ยกระดับการให้บริการ

นายสมคิด ภคภาสน์วิวัฒน์ นักวิชาการอิสระ กล่าวว่า หากสงครามการค้าสหรัฐ-จีนไม่สามารถหาข้อตกลงกันได้ คาดการณ์ว่าจะทวีความรุนแรงมากยิ่งขึ้น แม้ว่าจะไม่ส่งผลกระทบต่อไทยโดยตรง เนื่องจากจะมีการนำเข้าสินค้าเข้าไปทดแทนในตลาดมากขึ้น โดยเฉพาะสินค้าเกษตร แต่อย่างไรก็ตาม ภาพรวมการส่งออกในอนาคตของไทยจะลดน้อยลง ฉะนั้น ไทยต้องผลิตสินค้าที่มีคุณภาพ ตลอดจนหาคู่ค้าหรือตลาดใหม่รองรับ และในฐานะที่ไทยเป็นประธานอาเซียน ต้องผลักดันให้เกิดการค้าในกลุ่มความตกลงหุ้นส่วนยุทธศาสตร์ภูมิภาค RCEP มากขึ้น

 

ไม่พลาดข่าวสารเศรษฐกิจ เจาะลึกทุกประเด็นทั้งภาครัฐ-เอกชน เพิ่มเราเป็นเพื่อนที่ Line ได้เลย พิมพ์ @prachachat หรือ คลิกลิงก์ https://line.me/R/ti/p/@prachachat 

หรือจะสแกน QR Code ในรูป เราพร้อมเสิร์ฟข่าวเศรษฐกิจ-ธุรกิจถึงมือผู้อ่านทันที!