เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
สาวงามจาก “โดมินิกัน” คว้า Miss World 2026 ‘น้ำผึ้ง กานต์ธีรา’ ทำดีที่สุดแล้วไม่ผ่านเข้ารอบ
Biz Movement สาวงามจาก “โดมินิกัน” คว้า Miss World 2026 ‘น้ำผึ้ง กานต์ธีรา’ ทำดีที่สุดแล้วไม่ผ่านเข้ารอบ
งามเป็นแก้วเป็นแสง “โอปอล สุชาตา” อำลา Miss World 2025 ในชุดผ้าไหมไทยจากแบรนด์ SIRIVANNAVARI
Biz Movement งามเป็นแก้วเป็นแสง “โอปอล สุชาตา” อำลา Miss World 2025 ในชุดผ้าไหมไทยจากแบรนด์ SIRIVANNAVARI
ในหลวง พระราชินี ทอดพระเนตรคอนเสิร์ต “โอเปรา โกส์ ทู ฮอลลีวูด”
ข่าวในพระราชสำนัก ในหลวง พระราชินี ทอดพระเนตรคอนเสิร์ต “โอเปรา โกส์ ทู ฮอลลีวูด”
บินตรง “คุนหมิง-อุดรฯ” ล่ม ทัวร์เร่งคืนเงินเต็มจำนวนหวั่นกระทบภาพลักษณ์
เศรษฐกิจภูมิภาค บินตรง “คุนหมิง-อุดรฯ” ล่ม ทัวร์เร่งคืนเงินเต็มจำนวนหวั่นกระทบภาพลักษณ์
“โอปอล สุชาตา” เตรียมอำลาตำแหน่ง Miss World 2026
Biz Movement “โอปอล สุชาตา” เตรียมอำลาตำแหน่ง Miss World 2026
“ชัชชาติ” สำรวจ ดาต้าเซ็นเตอร์ พระราม9 หลังชาวบ้าน-ร้านค้าร้องกลิ่นน้ำมันคลุ้ง
News “ชัชชาติ” สำรวจ ดาต้าเซ็นเตอร์ พระราม9 หลังชาวบ้าน-ร้านค้าร้องกลิ่นน้ำมันคลุ้ง
‘เอสซี-เสนา’ ฝ่าวิกฤตกู้ยาก ผนึก ‘แบงก์ใหญ่’ ช่วยคนซื้อบ้าน 
Real Estate ‘เอสซี-เสนา’ ฝ่าวิกฤตกู้ยาก ผนึก ‘แบงก์ใหญ่’ ช่วยคนซื้อบ้าน 
ยศชนัน-ศูนย์กันก่อนท่วม ชู Localize Technology ปั้นน้ำเป็นทุนเศรษฐกิจ
การศึกษา ยศชนัน-ศูนย์กันก่อนท่วม ชู Localize Technology ปั้นน้ำเป็นทุนเศรษฐกิจ
WOODY เจ้าตลาดคอนเทนต์สู่ Well-being Ecosystem
Biz Movement WOODY เจ้าตลาดคอนเทนต์สู่ Well-being Ecosystem
เปิดหลังบ้านความยั่งยืน NCC ‘Carbon Neutral Event’ เรื่องที่ไม่เคยถูกเล่ามาก่อน
SD เปิดหลังบ้านความยั่งยืน NCC ‘Carbon Neutral Event’ เรื่องที่ไม่เคยถูกเล่ามาก่อน
ดูทั้งหมด

สศช.แจงนักลงทุนต่างชาติพ้นปี’60 ไปเศรษฐกิจไทยโตปีละ 5%

29 ส.ค. 2560 | 15:19น.
ดร.ปรเมธี วิมลศิริ เลขาธิการ คณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) กล่าวปาฐกถา หัวข้อ “ยุทธศาสตร์ชาติระยะ 20 ปี และการปฏิรูปประเทศไทย (Thailand 20 Year Strategic Plan and Reforms)” ในงาน Thailand Focus 2017: Establishing the New Engine ว่า ในระยะที่ผ่านมาเศรษฐกิจของประเทศไทยได้ขยายตัวและเจริญเติบโตเป็นที่น่าพอใจ เนื่องจากในช่วงปี 2557 ประเทศไทยได้ประสบปัญหาความไม่มั่นคงทางการเมือง ทำให้อัตราการเติบโตของ GDP ชะงักอยู่ที่ 0.8% แต่หลังจากนั้นอัตราการเติบโตของ GDP ได้เพิ่มขึ้นเป็น 2.9% ในปี 2558 และเพิ่มขึ้นเป็น 3.2% ในปี 2559 ที่ผ่านมา และอัตราการเติบโตล่าสุดในปี 2560 ที่ประมาณการไว้คือ 3.7% ซึ่งถือเป็นสัญญาณทางเศรษฐกิจที่ดี
 
นอกจากนี้ การส่งออกของภาคเกษตรกรรมยังมีการขยายตัวอยู่ที่ 15% ซึ่งเป็นอัตราการเจริญเติบโตแบบก้าวกระโดดเมื่อเทียบกับในระยะก่อนหน้าที่อัตราการส่งออกติดลบ และเพิ่งขยายตัวเป็น 8% เมื่อไตรมาสที่สองที่ผ่านมา ยิ่งไปกว่านั้น อัตราการบริโภคภาคเอกชนได้เพิ่มขึ้นถึง 3% และอัตราการลงทุนภาคเอกชนอยู่ที่ 2% เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา จึงทำให้ สศช. คาดการณ์ว่าการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจจะเติบโตอย่างมั่นคงกว่าในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา ซึ่งได้คาดการณ์อัตราการเจริญเติบโตของ GDP ไว้ที่ 3.5–4% ในปีนี้ และ 5% ปีต่อ ๆ ไป
 
ดร.ปรเมธี กล่าวว่า การคาดการณ์อัตราการเจริญเติบโตของ GDP ไว้ที่ 5% นั้นเป็นเพราะว่าแม้ในช่วงที่ประเทศไทยประสบปัญหาความไม่มั่นคงทางการเมืองและภาวะเศรษฐกิจโลกถดถอยจนทำให้เกิดการชะงักงันทางเศรษฐกิจ เศรษฐกิจและการค้าของประเทศไทยได้ฟื้นตัวอย่างรวดเร็วและแสดงให้เห็นถึงอัตราการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจที่น่าพอใจ ซึ่งรัฐบาลได้วางแผนยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี และได้นำวางแผนยุทธศาสตร์ชาตินี้ไปเป็นรากฐานหนึ่งของรัฐธรรมนูญ และมีคณะกรรมาธิการขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ และรัฐบาลได้มอบหมายให้คณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติเป็นผู้วางเป้าหมายและกรอบการทำงานระยะยาวให้กับยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี โดยที่เป้าหมายและกรอบการทำงานได้อธิบายถึงโอกาสและความท้าทายที่ประเทศไทยต้องประสบทั้งภายในและภายนอก
 
โดยความท้าทายภายนอกได้แก่ การพัฒนาทางเทคโนโลยี ซึ่งก่อให้เกิดภัยคุกคามทางความมั่นคง โดยเฉพาะอาชญากรรมในโลกออนไลน์ และความท้าทายภายใน ได้แก่ แนวโน้มทางประชากรของไทยกำลังเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ เนื่องจากประมาณ 20% ของประชากรกำลังเข้าสู่วัยสูงอายุและเพิ่มขึ้นเป็น 30% หลังการดำเนินยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี ประเทศไทยจึงจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องทบทวนนโยบายทางเศรษฐกิจและสังคมให้สอดรับกับความท้าทายเหล่านี้
 
ทั้งนี้ ยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปีนี้มี 6 ประเด็นหลักที่ สศช. มุ่งเน้นในการพัฒนา คือ 1) ความมั่นคง โดยเฉพาะความมั่นคงทางพลังงาน ความมั่นคงในโลกไซเบอร์ และความมั่นคงทางอาหาร 2) การเพิ่มศักยภาพการแข่งขันทางเศรษฐกิจ 3) ทรัพยากรมนุษย์ โดยเฉพาะการเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ ซึ่งรัฐบาลได้เน้นย้ำถึงการวางแผนการออมหลังวัยเกษียณ และคุณภาพการศึกษา ซึ่งเน้นการยกระดับคุณภาพการศึกษาให้เด็กไทยทำคะแนนสอบได้มากขึ้น โดยเฉพาะการพัฒนาคุณภาพการศึกษาตามมาตรฐานของ PISA 4) การลดความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจ และการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจ 5) ปัญหาสิ่งแวดล้อม และภาวะโลกร้อน และ 6) การปฏิรูปประเทศ ซึ่งถือเป็นตัวขับเคลื่อนการพัฒนาประเทศในภาพรวมทั้งหมด
 
“ในด้านเศรษฐกิจ ยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปีจะนำพาประเทศไทยเข้าสู่การเป็นประเทศรายได้สูงภายใน 20 ปีนี้ ซึ่ง สศช. ได้คาดการณ์การเพิ่มขึ้นของรายได้ต่อหัวที่ 15,000 ดอลลาร์สหรัฐ จาก 6,500 ดอลลาร์สหรัฐในปัจจุบัน ซึ่งแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติระยะ 12 ปีนี้จะเป็นระยะ 5 ปีแรกของยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี ซึ่ง SMEs และบริษัท Startup จะเป็นแรงผลักดันสำคัญให้กับการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศ” ดร.ปรเมธีกล่าว
 
นอกจากนี้ แม้ในขณะนี้ประเทศไทยจะยังไม่สามารถบรรลุเป้าหมายการลงทุนในการวิจัยและพัฒนาเป็นจำนวน 1% ของ GDP แต่ค สศช.ได้เล็งเห็นว่าการวิจัยและพัฒนาจะเป็นกุญแจสำคัญในการพัฒนาเศรษฐกิจในยุคปัจจุบันที่เศรษฐกิจเชื่อมโยงกับเทคโนโลยีเป็นอย่างมาก และนักวิจัยของไทยก็มีงานวิจัยที่จะเป็นประโยชน์ให้กับการพัฒนาเศรษฐกิจฐานรากให้แก่ประเทศ โดยเฉพาะในด้านโรโบติกส์
 
“ที่ผ่านมา สศช.ได้มีส่วนร่วมกับทั้งคณะกรรมาธิการปฏิรูปประเทศทั้ง 11 คณะ และการวางยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปีไว้ในรัฐธรรมนูญจะเป็นปัจจัยสำคัญที่จะทำให้รัฐบาลต่อ ๆ ไปนำพาประเทศไปสู่เป้าหมายการเป็นประเทศรายได้สูงและลดความเหลื่อมล้ำทางรายได้ตามแผนยุทธศาสตร์ที่วางไว้ โดยที่ประชาชน กฎหมาย และนวัตกรรม จะเป็นแรงผลักดันสำคัญให้ยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปีนี้สำเร็จลุล่วงไปได้” ดร.ปรเมธีกล่าว