เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
สมาคมธนาคารไทยย้ำไม่ประมาทภัยไซเบอร์ ลงทุนต่อเนื่อง
Finance สมาคมธนาคารไทยย้ำไม่ประมาทภัยไซเบอร์ ลงทุนต่อเนื่อง
‘รฤกวังหน้า…มหาสุรสิงหนาท’ น้อมรำลึก 223 ปี วังหน้าพระองค์แรกแห่งกรุงรัตนโกสินทร์
Biz Movement ‘รฤกวังหน้า…มหาสุรสิงหนาท’ น้อมรำลึก 223 ปี วังหน้าพระองค์แรกแห่งกรุงรัตนโกสินทร์
รพ.นครธน สบช่องสังคมสูงวัย รุก Long-term Care ชิงเค้กโรคซับซ้อน 
Biz Movement รพ.นครธน สบช่องสังคมสูงวัย รุก Long-term Care ชิงเค้กโรคซับซ้อน 
อัพเดต ผลคะแนนเลือกตั้งกลางเทอมสหรัฐ 2026
World อัพเดต ผลคะแนนเลือกตั้งกลางเทอมสหรัฐ 2026
รื้อใหญ่สวัสดิการเกิดถึงตาย ส่องงบฯ 5 ปี จ่าย 1.5 ล้านล้าน 
Politics รื้อใหญ่สวัสดิการเกิดถึงตาย ส่องงบฯ 5 ปี จ่าย 1.5 ล้านล้าน 
‘เอกนัฏ’ เตรียมดึงไฟสำรองป้อน Data Center ใช้ประโยชน์โรงไฟฟ้า-ลดต้นทุนค่าพร้อมจ่าย
Economic ‘เอกนัฏ’ เตรียมดึงไฟสำรองป้อน Data Center ใช้ประโยชน์โรงไฟฟ้า-ลดต้นทุนค่าพร้อมจ่าย
ธปท.เหนือ เผย “สินเชื่อ Q3 หดตัวลึก -1.3%” ฉุด SMEs – อสังหาฯ ซบเซาหนัก
เศรษฐกิจภูมิภาค ธปท.เหนือ เผย “สินเชื่อ Q3 หดตัวลึก -1.3%” ฉุด SMEs – อสังหาฯ ซบเซาหนัก
เศรษฐกิจใต้ Q3 โตต่อ ยาง-ปาล์ม-ท่องเที่ยวแรงหนุน จับตาสงคราม-เอลนีโญฉุดปี’70
เศรษฐกิจภูมิภาค เศรษฐกิจใต้ Q3 โตต่อ ยาง-ปาล์ม-ท่องเที่ยวแรงหนุน จับตาสงคราม-เอลนีโญฉุดปี’70
ราคาทองวันนี้ (4 พ.ย. 69) พุ่งขึ้น 1,900 บาท ทองรูปพรรณบาทละ 65,200 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (4 พ.ย. 69) พุ่งขึ้น 1,900 บาท ทองรูปพรรณบาทละ 65,200 บาท
ไขปม “ศูนย์ CI” เมียนมาในไทย กางไทม์ไลน์-ขั้นตอนยื่นเอกสาร เช็กค่าใช้จ่ายในกระบวนการ
News ไขปม “ศูนย์ CI” เมียนมาในไทย กางไทม์ไลน์-ขั้นตอนยื่นเอกสาร เช็กค่าใช้จ่ายในกระบวนการ
ดูทั้งหมด

กฎหมาย e-Payment ในปีนี้กับผลกระทบในปีหน้า

28 มี.ค. 2562 | 12:32น.

คอลัมน์ Pawoot.com

โดย ภาวุธ พงษ์วิทยภานุ

กฎหมายภาษีอีเพย์เมนต์ที่ผมเคยได้พูดถึงไปบ้างแล้ว มีผลบังคับใช้เมื่อ 21 มี.ค. ก่อนอื่นต้องทำความเข้าใจก่อนว่าพื้นฐานกฎหมายตัวนี้เกิดจากภาครัฐต้องการหารายได้เข้ารัฐมากขึ้น และเริ่มเห็นว่าคนทำธุรกิจการค้าขายบนออนไลน์เพิ่มขึ้น แต่ไม่ค่อยได้เสียภาษีเท่าใดนัก จึงน่าจะมีวิธีดึงเม็ดเงินเข้าให้รัฐ

เรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องใหม่ สรรพากรเองพยายามจะทำมานาน เพราะอีคอมเมิร์ซเกิดในไทยเกือบ 20 ปีแล้ว ที่สุดแล้วสรรพากรจึงออกกฎหมายนี้ เพื่อให้คนทำธุรกิจออนไลน์ที่มีรายได้ แม้จะเป็นบุคคลธรรมดาก็ต้องเสียภาษี เพราะธุรกิจออนไลน์บางครั้งไม่ได้จดทะเบียนบริษัท การติดตามเรื่องภาษีจึงค่อนข้างท้าทาย

ในต่างประเทศส่วนใหญ่คนที่ทำธุรกิจจะมีการรายงานเกี่ยวกับเรื่องนี้ตรง ๆ แต่คนเอเชียหลายคนมักไม่รู้ว่ารายได้เกิดขึ้นจากการค้าขายออนไลน์ หรือทำการค้าใดต้องนำมาคำนวณตอนสิ้นปี รัฐจึงพยายามจะกระตุ้นมาหลายปี แต่ไม่เป็นผล

ปีหน้าความโกลาหลมาแน่ ๆ

2 ปีที่ผ่านมา อีคอมเมิร์ซเริ่มเป็นช่องทางที่คนไทยนิยมมาก เราได้เห็นข่าวเด็กมหาวิทยาลัย ทำธุรกิจบนโลกออนไลน์มียอดขายปีหนึ่งถึง 10-20 ล้านบาท แต่ก็ไม่เคยได้เสียภาษีเลย

กฎหมายตัวนี้เริ่มคุยและประชาพิจารณ์ตั้งแต่ก่อนปีที่แล้ว แต่จะว่าไปกฎหมายนี้ก็ถูกเร่งมาเร็วไปหน่อย

ข้อกำหนดก็คือหากมีการฝากเงิน หรือโอนเงินเข้าเกิน 3,000 ครั้งต่อปี หรือ 400 ครั้งต่อปี และมียอดรวมกันเกิน 2 ล้านบาทต่อปี ธนาคารหรือสถาบันการเงินหรือผู้ให้บริการอีเพย์เมนต์ อีวอลเลต มีหน้าที่ต้องรายงานหรือส่งข้อมูลให้กับสรรพากรเพื่อเอาไปตรวจสอบ โดยจะอ้างอิงจาก 1 เลขที่บัตรประชาชนต่อ 1 ธนาคาร ดังนั้น ถึงแม้จะเป็นบัญชีที่เปิดคู่กับอีกบุคคลหนึ่งก็ต้องถูกนำมารวมด้วยเหมือนกัน

สำหรับผู้ให้บริการวอลเลตจากต่างประเทศนั้นตอนนี้ยังไม่ครอบคลุม โดยจะครอบคลุมกับผู้ที่ได้ขึ้นทะเบียนกับธนาคารแห่งประเทศไทยเท่านั้น จึงเป็นไปได้ว่าอาจจะมีบางกลุ่มหนีไปใช้บริการของผู้ให้บริการต่างประเทศ

การนับ transaction จะนับเฉพาะเงินเข้าเท่านั้น แต่ที่น่ากลัว คือ ถึงจะแค่ฝากเงินธนาคารและมีดอกเบี้ยเข้าก็ถูกนับด้วย หรือเปิดพอร์ตหุ้น 10 ตัว มีเงินปันผลเข้าก็นับเป็น 10 ครั้ง

ที่สำคัญ การสแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อจ่ายเงินก็จะถูกนับจำนวนครั้งด้วย กลายเป็นนโยบายที่ย้อนแย้งกับความพยายามผลักดันให้สังคมไทยเข้าสู่ cashless society ปัญหาที่ตามมา คือ ตอนนี้บรรดาร้านค้าต่าง ๆ ที่เคยรับเงินโอนด้วยคิวอาร์โค้ด พร้อมเพย์ หรืออีแบงกิ้งก็ไม่อยากรับ หลายร้านเก็บป้ายคิวอาร์โค้ดแล้ว จะเกิดเหตุการณ์ที่ร้านค้าขอรับเป็นเงินสดดีกว่าเพราะปลอดภัยกว่า

คนบางกลุ่มจึงหันไปเปิดเป็นบริษัทให้มันถูกต้อง รับเงินเข้าบริษัทและเสียภาษีอย่างถูกต้อง หรือกลุ่มที่สองที่กลัวมากก็ไม่ใช้เลยทั้งคิวอาร์โค้ด หรือพร้อมเพย์ หรือบางคนก็จะใช้วิธีการเปิดบัญชีธนาคารไว้หลาย ๆ บัญชี ตอนนี้ไทยมี 20 ธนาคาร ถ้าเราเปิดบัญชีทุกธนาคารจะสามารถรับเงินได้ราว 40 ล้านบาทเลยทีเดียว บอกได้เลยครับว่า หลังจากนี้ออกมาจะมีปริมาณการเปิดบัญชีธนาคารในรายย่อยจะเพิ่มขึ้น เพื่อให้มีช่องทางรับเงินที่หลากหลายมากขึ้น

สำหรับการค้าขายบนมาร์เก็ตเพลซที่มี transaction เข้ามาเดือนละครั้ง หรืออาทิตย์ละครั้ง ปีหนึ่งจะไม่ถึง 400 ครั้ง
แม้ว่ายอดเงินจะเกิน 2 ล้านบาท ก็ไม่เข้าข่ายถูกตรวจสอบ เพราะยอดออร์เดอร์จะถูกรวมเป็นเงินก้อนเดียว เป็นการลดปริมาณ transaction ลงได้เหมือนกัน หรือวิธีการเก็บเงินปลายทางหรือใช้บริการพวกเพย์เมนต์เกตเวย์ก็ช่วยลด transaction ได้ด้วยเหมือนกัน

มุมมองในแง่ของคนทำงานอีคอมเมิร์ซมองว่ารัฐออกกฎหมายนี้เร็วเกินไป เพราะไทยกำลังปรับเข้าสู่สังคมไร้เงินสด คนยังไม่ได้เริ่มใช้กันเท่าไหร่ ก็อาจทำให้คนเลิกใช้ หากรัฐรออีกสองปี ให้ใช้จนเป็นเรื่องปกติก่อน ออกกฎหมายมาถึงโอเค

จะตื่นตัวกันขนานใหญ่ในปีหน้า เมื่อมีคนโดนสรรพากรเรียก เพราะปีนี้เริ่มเก็บข้อมูลแล้ว และจะไปเริ่มบังคับใช้มีนาคมในปีหน้า ความโกลาหลจะเริ่มเกิดขึ้นอย่างแน่นอน

แท็กที่เกี่ยวข้อง

e-payment คอลัมน์ Pawoot.com