เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ครม. อุ้ม ‘นายจ้าง-ลูกจ้าง’ ชะลอเก็บเงินกองทุนสงเคราะห์ 3 เดือน พิษน้ำท่วม-เศรษฐกิจซบ
Politics ครม. อุ้ม ‘นายจ้าง-ลูกจ้าง’ ชะลอเก็บเงินกองทุนสงเคราะห์ 3 เดือน พิษน้ำท่วม-เศรษฐกิจซบ
สตง. ตรวจสอบ Thai PBS พบอะไรบ้าง สรุปข้อสังเกต-คำชี้แจง 2 ฝ่าย
News สตง. ตรวจสอบ Thai PBS พบอะไรบ้าง สรุปข้อสังเกต-คำชี้แจง 2 ฝ่าย
‘แอมเนสตี้’ จี้ หยุดใช้คดีอาญาขู่ประชาชน! อัดปม ‘อนุทิน’ ฟ้อง ‘ยิ่งชีพ’ สวนทางกฎหมาย SLAPPs
Politics ‘แอมเนสตี้’ จี้ หยุดใช้คดีอาญาขู่ประชาชน! อัดปม ‘อนุทิน’ ฟ้อง ‘ยิ่งชีพ’ สวนทางกฎหมาย SLAPPs
‘ไทยเครดิต’ คว้า 2 รางวัลใหญ่ ก.ล.ต. ดัน ‘ตังค์โต Know-how’ ปูพรหมสร้างภูมิคุ้มกันการเงินฐานราก
Biz Movement ‘ไทยเครดิต’ คว้า 2 รางวัลใหญ่ ก.ล.ต. ดัน ‘ตังค์โต Know-how’ ปูพรหมสร้างภูมิคุ้มกันการเงินฐานราก
Bangkok Blueprint  “โอนเงินข้ามประเทศ” วางระบบป้องกันสแกมเมอร์ก่อน “เส้นเลือดใหญ่” ติดเชื้อ
World Bangkok Blueprint “โอนเงินข้ามประเทศ” วางระบบป้องกันสแกมเมอร์ก่อน “เส้นเลือดใหญ่” ติดเชื้อ
คลังจัดสินเชื่อบ้าน “คนละหลัง PLUS” หนุนผู้มีรายได้น้อย-ปานกลางมีบ้าน กู้ไม่เกิน 3 ล้าน คิดดอกเบี้ย 2 เรต
Finance คลังจัดสินเชื่อบ้าน “คนละหลัง PLUS” หนุนผู้มีรายได้น้อย-ปานกลางมีบ้าน กู้ไม่เกิน 3 ล้าน คิดดอกเบี้ย 2 เรต
เกษตรฯ ชู “ข้าวคาร์บอนต่ำ” รับมือโลกร้อน ดึงกลไกการเงิน-ตลาดเอกชน หนุนรายได้เกษตรกร
Economic เกษตรฯ ชู “ข้าวคาร์บอนต่ำ” รับมือโลกร้อน ดึงกลไกการเงิน-ตลาดเอกชน หนุนรายได้เกษตรกร
อนุทิน คุย รองนายกฯรัสเซีย ดัน Thai-EAEU FTA ร่วมมือเกษตร-พลังงาน-เทคโนโลยี
Politics อนุทิน คุย รองนายกฯรัสเซีย ดัน Thai-EAEU FTA ร่วมมือเกษตร-พลังงาน-เทคโนโลยี
“Siam Paragon Bangkok International Fashion Week 2026”ชูความสำเร็จ-ผนึกพลังดีไซเนอร์ไทย
Biz Movement “Siam Paragon Bangkok International Fashion Week 2026”ชูความสำเร็จ-ผนึกพลังดีไซเนอร์ไทย
สมเด็จพระเทพฯ บวงสรวงพระราชรถ และพระยานมาศ ในพระราชพิธีถวายพระเพลิง พระพันปีหลวง
ข่าวในพระราชสำนัก สมเด็จพระเทพฯ บวงสรวงพระราชรถ และพระยานมาศ ในพระราชพิธีถวายพระเพลิง พระพันปีหลวง
ดูทั้งหมด

IAA คาดหุ้นไทย Q2 อาจเห็นแรงเหวี่ยงทำจุดต่ำสุดที่ 1,583 จุด

01 เม.ย. 2562 | 17:37น.

ลุ้นจัดตั้งรัฐบาลสำเร็จหนุน SET ยืนระดับ 1,689 จุด ผลสำรวจนักวิเคราะห์การลงทุน (IAA Survey) คาดดัชนีตลาดหุ้นไทยไตรมาส 2/62 แตะ 1,689 จุด รับปัจจัยบวกการจัดตั้งรัฐบาลสำเร็จ ชี้ หุ้นไทยอาจเห็นแรงเหวี่ยงแตะจุดต่ำสุดที่ 1,583 จุด หากพรรคบางพรรคยังไม่แน่ชัดว่าจะอยู่ฝั่งไหน-กกต.แจกใบเหลือง-ใบส้ม-ใบแดง ส่วนแรงหนุนฟันด์โฟลว์คาดหากนำกระดาน NVDR มารวมคำนวณในดัชนี MSCI Thailand จะมีเงินไหลทะลักเข้า SET

นายสมบัติ นราวุฒิชัย เลขาธิการและกรรมการผู้อำนวยการ สมาคมนักวิเคราะห์การลงทุน (IAA) เปิดเผยว่า ดัชนีหุ้นไทยในระยะสั้นมีแนวโน้มทิศทางเป็นบวก และมีโอกาสกลับขึ้นไปยืนที่ 1,689 จุด ภายในไตรมาส 2/62 นี้ อย่างไรก็ตามตลอดทั้งปีดัชนีมีโอกาสยืนอยู่ที่ 1,740 จุด โดยคาดดัชนีต่ำสุดระหว่างปีมีค่าเฉลี่ยอยู่ที่ 1,583 จุด ส่วนจุดสูงสุด 1,764 จุด ซึ่งคาดว่าจะมีกำไรสุทธิต่อหุ้น (EPS) ปีนี้อยู่ที่ 110.02 บาท และมี EPS Growth เฉลี่ยที่ 9.67%

ตลาดหุ้นไทยคาดว่าได้รับแรงหนุนจากปัจจัยทางด้านการเมืองในประเทศ แต่ทั้งนี้อาจต้องรอจนถึงต้นเดือน พ.ค.62 ถึงจะเห็นตัวเลข ส.ส.อย่างเป็นทางการ รวมทั้งกระบวนการในการให้ใบเหลือง ใบส้ม และใบแดง ส่วนปัจจัยเชิงลบเชื่อว่าอาจจะมีการรับรู้ไปมากแล้ว ที่สุดแล้วน่าจะจัดตั้งรัฐบาลได้ ซึ่งอาจจะใช้เวลาประมาณ 2-3 เดือน

“เมื่อเห็นตัวเลข ส.ส.ชัดเจน และใครอยู่ฝั่งไหน แม้มีบางพรรคอันดับ 4 และอันดับ 5 ที่ยังไม่แน่ใจว่าจะอยู่ฝั่งไหนแน่ แต่ท้ายที่สุดแล้วจะต้องเลือกสักฝั่ง เพราะฉะนั้นคงได้ผลบวกอีกครั้งจากความชัดเจนตรงนั้น รวมถึงการจัดตั้งรัฐบาล แต่ระหว่างทางอาจมีกระแสข่าวออกมาทำให้หุ้นไทยเกิดแรงกระเพื่อมแกว่งขึ้นแกว่งลงบ้าง จนอาจะเห็นแรงเหวี่ยงทำจุดต่ำสุดที่ 1,583 จุดได้ในช่วงไตรมาส 2 นี้” นายสมบัติกล่าว

นอกเหนือจากการเมืองในประเทศ ตลาดอาจจะได้รับผลกระทบจากสงครามการค้าระหว่างสหรัฐกับจีน แม้จะมีทิศทางที่ดีแต่ก็ยังมีความไม่แน่นอน

ส่วนทิศทางฟันด์โฟลว์ต่างชาติอาจจะคาดคะเนยาก แต่อย่างไรก็ดียังมีตัวแปรเชิงบวกที่จะได้รับคือ MSCI จะพิจารณานำกระดาน NVDR มารวมคำนวณในดัชนี MSCI Thailand ซึ่งหลายสำนักประเมินว่า จะทำให้เห็นเม็ดเงินลงทุนต่างชาติเข้ามาเวลาลงทุนตามน้ำหนักดัชนี MSCI โดยบางสำนักคาดว่าเงินจะไหลเข้ามาประมาณ 4 หมื่นล้านบาท หรือบางสำนักประเมินว่าจะเห็นสัก 2-3 หมื่นล้านบาท อย่างไรก็ดีตัวแปรนี้ตัวแปรเดียวหากเกิดขึ้นจริง จะทำให้เงินต่างชาติกลับเข้ามาโดยที่ยังไม่ได้อิงปัจจัยอื่นๆ

“แม้ฟันด์โฟลว์นักลงทุนต่างชาติจะคาดคะเนยาก แต่ยังมีนักลงทุนสถาบันไทยที่มีทิศทางขยายตัวเป็นลำดับ เพราะในช่วง 5-6 ปีที่ผ่านมา (ปี 2556-2561) นักลงทุนต่างชาติเทขายหุ้นไทยไปประมาณ 6 แสนกว่าล้านบาท ผู้ที่มาค้ำยันไว้ได้คือนักลงทุนสถาบันไทย” นายสมบัติกล่าว

ส่วนทิศทางดอกเบี้ยสหรัฐ ขณะนี้ทางธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) มีท่าทีจะไม่ขึ้นดอกเบี้ยในปีนี้ เพราะฉะนั้นทำให้ทิศทางค่อนข้างเปลี่ยนไปมาก สิ่งที่เคยเป็นปัจจัยลบปรับสมมุติฐานใหม่ในเชิงบวกมากขึ้น และสำหรับทิศทางดอกเบี้ยไทย คาดว่า กนง.จะไม่ปรับขึ้นดอกเบี้ยนโยบาย แต่ในสมการหากทิศทางดอกเบี้ยปรับขึ้นไป 0.25% อาจจะมีผลกระทบสัก 10 เท่าของราคาหุ้นหรือประมาณ 2.5% แต่หากดอกเบี้ยไม่ปรับขึ้นจากที่คาดการจะปรับขึ้นนั้น จะมีผลกระทบเชิงบวกกับราคาหุ้นประมาณ 2-3% ซึ่งน่าจะรับรู้ไปบ้างแล้ว

อย่างไรก็ดีหุ้นเด่นที่แนะนำในช่วงนี้คือ

1. AOT ที่มีปัจจัยสนับสนุนจากธีมท่องเที่ยว ซึ่งเป็นนโยบายหลักของแทบทุกพรรคการเมือง

2. BBL มีปัจจัยสนับสนุนจากภาวะการลงทุนในประเทศฟื้นตัว โดยวงจรการลงทุนน่าจะหนุนสินเชื่อภาคธุรกิจ

3. CPALL มีปัจจัยสนับสนุนจากการบริโภคฟื้นตัวจากมาตรการผลักดันภาครัฐ ผลดีจากความเชื่อมั่นผู้บริโภค และนโยบายรัฐบาลชุดใหม่เกี่ยวกับการกระตุ้นการบริโภคเติบโตดี นอกจากนั้น CPALL ก็เป็นบริษัทที่มีกระแสเงินสดแข็งแกร่ง

4. SCC มีปัจจัยสนับสนุนจากกำไรกลับมาเติบโตอีกครั้งในปีนี้ หลังจากที่ปรับตัวลงในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา จากธุรกิจปูนซีเมนต์ฟื้นตัวและราคาน้ำมันมีเสถียรภาพ โดยแนวโน้มรายได้และกำไรเข้าสู่ขาขึ้น

และ 5. STEC โดยอิงธีมการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานของประเทศ หุ้นรับเหมาก่อสร้างที่ได้ประโยชน์จากการเดินหน้าต่อ mega projects ซึ่งมีงานในมืออยู่กว่า 1.2 แสนล้านบาท และมีโอกาสได้งานใหม่เพิ่ม

แท็กที่เกี่ยวข้อง

หุ้นไทย