ฝ่ายค้าเงินตราต่างประเทศ ธนาคารกรุงเทพ รายงานภาวะการเคลื่อนไหวตลาดปริวรรตเงินตราประจำวันพฤหัสบดีที่ 4 เมษายน 2562 ว่า ค่าเงินบาทเปิดตลาดเช้าวันนี้ (4/4) ที่ระดับ 31.72/73 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ แข็งค่าขึ้นเล็กน้อยจากระดับปิดตลาดในวันพุธ (3/4) ที่ระดับ 31.73/74 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ ค่าเงินดอลลาร์ทรงตัวขณะที่นักลงทุนยังรอความชัดเจนในประเด็นการเจรจาทางการค้าระหว่างสหรัฐและจีน โดยเมื่อวานนี้ (3/4) สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่าสหรัฐ และจีนกำลังร่างข้อตกลงทางการค้า หลังนายโรเบิร์ต ไลท์ไฮเซอร์ ผู้แทนการค้าและนายสตีเวน มนูริน รมว.คลังสหรัฐ ได้เริ่มเจรจารอบใหม่กับนายหลิว เหอ รองนายกรัฐมนตรีจีน
โดยข้อตกลงดังกล่าวเสนอว่าจะให้เวลาจีนถึงปี 2568 ในการเพิ่มการนำเข้าสินค้าโภคภัณฑ์จากสหรัฐ อาทิ ถั่วเหลืองและผลิตภัณฑ์กลุ่มพลังงาน พร้อมเปิดโอกาสให้บริษัทสหรัฐที่ทำธุรกิจในจีนนั้นเป็นเจ้าของบริษัทได้ร้อยละ 100 และหากจีนไม่ปฏิบัติตามข้อผูกมัดดังกล่าวภายในปีที่กำหนดไว้ สหรัฐจะใช้มาตรการตอบโต้ แต่ทั้งสองฝ่ายยังไม่เห็นตรงกันในเรื่องของวิธีการบังคับใช้ข้อตกลงดังกล่าว โดยจีนต้องการให้สหรัฐยกเลิกภาษีที่เรียกเก็บจากสินค้านำเข้าของจีนในขณะนี้ ขณะที่สหรัฐต้องการให้จีนตกลงกับเงื่อนไขของกลไกการบังคับใช้เพื่อรับประกันว่าจีนจะปฏิบัติตามข้อตกลง
ทั้งนี้หากข้อตกลงดังกล่าวประสบผลสำเร็จ จะนำพาไปสู่พิธีลงนามระหว่างประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐกับประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ของจีน สำหรับรายงานตัวเลขทางเศรษฐกิจ เมื่อวาน (4/4) ออโตเมติก ดาต้า โพรเซสซิ่ง อิงค์ (ADP) และมูดี้ส์ อนาลิติกส์ เปิดเผยว่า การจ้างงานของภาคเอกชนสหรัฐปรับตัวเพิ่มขึ้นเพียง 129,000 ตำแหน่งในเดือนมีนาคม ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดในรอบ 18 เดือน และต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่าจะปรับเพิ่ม 175,000 ตำแหน่ง นอกจากนี้สถาบันจัดการด้านอุปทานของสหรัฐ (ISM) ได้เปิดเผยผลสำรวจ ซึ่งระบุว่า ดัชนีภาคบริการของสหรัฐปรับตัวลดลงสู่ระดับ 56.1 ในเดือนมีนาคม ต่ำกว่าระดับที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่าจะอยู่ที่ระดับ 58.0 ทั้งนี้ระหว่างวันค่าเงินบาทเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 31.72-31.80 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ ก่อนปิดตลาดที่ระดับ 31.77/78 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ
สำหรับการเคลื่อนไหวของค่าเงินยูโร ค่าเงินยูโรปิดตลาดเช้าวันนี้ (4/4) ที่ระดับ 1.1246/47 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร ทรงตัวจากระดับปิดตลาดเมื่อวันพุธ (3/4) ที่ระดับ 1.1245/46 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร เงินยูโรเคลื่อนไหวในกรอบแคบ ถึงแม้ว่าเมื่อวาน (3/4) ไอเอชเอส มาร์กิตได้เปิดเผยดัชนีราคาผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคบริการขั้นสุดท้ายในเดือนมีนาคมของสเปน อิตาลี ฝรั่งเศส เยอรมนี และสหภาพยุโรป ว่าอยู่ที่ 56.8, 53.1, 49.1, 55.4 และ 53.3 ตามลำดับ ซึ่งดัชนีทุกตัวออกมาสูงกว่าระดับที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ อีกทั้งมีรายงานว่ายอดค้าปลีกของสหภาพยุโรปประจำเดือนกุมภาพันธ์ปรับตัวเพิ่มขึ้นร้อยละ 0.4 มากกว่าระดับที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่าจะเพิ่มขึ้นร้อยละ 0.3
อย่างไรก็ตาม นักลงทุนยังจับตาดูสถานการณ์ Brexit โดยล่าสุดสภาสามัญชนแห่งสหราชอาณาจักรได้ลงคะแนนเสียงให้ผ่านกฎหมายซึ่งบังคับให้นางเทเรสซา เมย์ ต้องไปเจรจาขอยึดขั้นตอนของ Brexit กับสหภาพยุโรปออกไป ซึ่งกฎหมายดังกล่าวมีจุดประสงค์ที่จะป้องกันไม่ให้สหราชอาณาจักรแยกตัวจากสหภาพยุโรปโดยไม่มีข้อตกลง ทั้งนี้ระหว่างวันค่าเงินยูโรเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 1.12181-1.1248 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร และปิดตลาดที่ระดับ 1.1223/25 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร
สำหรับการเคลื่อนไหวของค่าเงินเยน ค่าเงินเยนเปิดตลาดเช้าวันนี้ (4/4) ที่ระดับ 111.46/47 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ ปรับตัวแข็งค่าจากระดับปิดตลาดเมื่อวันพุธ (3/4) ที่ระดับ 111.48/49 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ เงินเยนเคลื่อนไหวในกรอบแคบขณะที่นักลงทุนยังคงรอให้การเจรจาทางการค้าระหว่างสหรัฐกับจีนและข้อตคกลง Brexit มีความชัดเจนมากขึ้น ทั้งนี้ระหว่างวันค่าเงินเยนเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 111.32-111.51 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ และปิดตลาดที่ระดับ 111.40/42 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ
ดัชนีสำคัญทางเศรษฐกิจในสัปดาห์นี้ัได้แก่ ยอดใช้จ่ายภาคครัวเรือนของญี่ปุ่น (4/4) และ ตัวเลขจ้างงานนอกภาคเกษตรของสหรัฐ (5/4)
สำหรับอัตราป้องกันความเสี่ยง (swap point) ภาคเช้า 1 เดือนในประเทศอยู่ที่ -2.20/-2.00 สตางค์/ดอลลาร์สหรัฐ และอัตราป้องกันความเสี่ยงภาคเช้า 1 เดือนต่างประเทศอยู่ที่ +0.25/+0.75 สตางค์/ดอลลาร์สหรัฐ