เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
พระราชินี พระราชทานรางวัลชนะเลิศกอล์ฟควีนส์คัพไทยแลนด์ แชมเปี้ยนชิพ 2569
ข่าวในพระราชสำนัก พระราชินี พระราชทานรางวัลชนะเลิศกอล์ฟควีนส์คัพไทยแลนด์ แชมเปี้ยนชิพ 2569
ตราดชงแผนรับมือฤดูกาลผลไม้ตะวันออก แก้ราคาตกต่ำ-แรงงานขาดแคลน
เศรษฐกิจภูมิภาค ตราดชงแผนรับมือฤดูกาลผลไม้ตะวันออก แก้ราคาตกต่ำ-แรงงานขาดแคลน
“ดร.เอกก์” ชี้ทางรอด SMEs เชียงใหม่ “เจาะลึก-แม่นยำ” ดึงไปรษณีย์ไทยช่วยกระจายสินค้า
เศรษฐกิจภูมิภาค “ดร.เอกก์” ชี้ทางรอด SMEs เชียงใหม่ “เจาะลึก-แม่นยำ” ดึงไปรษณีย์ไทยช่วยกระจายสินค้า
ทชม. ซ้อมใหญ่แผน CEMEX-26 จำลองเหตุ “กราดยิง-วินาศกรรม” รับมือภัยคุกคาม
เศรษฐกิจภูมิภาค ทชม. ซ้อมใหญ่แผน CEMEX-26 จำลองเหตุ “กราดยิง-วินาศกรรม” รับมือภัยคุกคาม
“ภาวุธ” ห่วงติดกับ แพลทฟอร์มต่างชาติกินรวบ เสนอรัฐคุย “ยักษ์” ทุกค่าย
News “ภาวุธ” ห่วงติดกับ แพลทฟอร์มต่างชาติกินรวบ เสนอรัฐคุย “ยักษ์” ทุกค่าย
ประมวลภาพสหรัฐจัดฉลองใหญ่ วันประกาศเอกราช 250 ปี -ทรัมป์ลั่น “เราจะเป็นที่หนึ่งตลอดไป”
World ประมวลภาพสหรัฐจัดฉลองใหญ่ วันประกาศเอกราช 250 ปี -ทรัมป์ลั่น “เราจะเป็นที่หนึ่งตลอดไป”
64 ปี “มูลนิธิเอสซีจี” มุ่งมั่นพัฒนาคน ให้โอกาสทางการศึกษา สร้างสังคมคุณภาพให้มีทั้งคนเก่งและคนดี
SD 64 ปี “มูลนิธิเอสซีจี” มุ่งมั่นพัฒนาคน ให้โอกาสทางการศึกษา สร้างสังคมคุณภาพให้มีทั้งคนเก่งและคนดี
10 บิ๊กอสังหาฯ สวนกระแส อัดงบซื้อที่ดิน 4.4 หมื่นล้าน SC กวาด 15 แปลงทำเลเด็ด
Real Estate 10 บิ๊กอสังหาฯ สวนกระแส อัดงบซื้อที่ดิน 4.4 หมื่นล้าน SC กวาด 15 แปลงทำเลเด็ด
‘สายมู’ ตะลุย ฮ่องกงกางทริป-เที่ยวปังตลอดปี
SD ‘สายมู’ ตะลุย ฮ่องกงกางทริป-เที่ยวปังตลอดปี
ส.ค.นี้เปิดใช้ M6 ช่วง “บางปะอิน-ปากช่อง” วันหยุดสุดสัปดาห์ วิ่งฉลุยตลอดสายปีใหม่
Real Estate ส.ค.นี้เปิดใช้ M6 ช่วง “บางปะอิน-ปากช่อง” วันหยุดสุดสัปดาห์ วิ่งฉลุยตลอดสายปีใหม่
ดูทั้งหมด

เปิดผลวิจัยลึก MBI 8 บ.ยึด “เมียนมา” ฐานส่งออกอาหารสัตว์ บทพิสูจน์มลพิษภาคเหนือ-รัฐฉาน

26 เม.ย. 2562 | 21:00น.

ตลอดระยะเวลา 12 ปีที่ผ่านมา โจทย์ในการแก้ไขปัญหาหมอกควันพิษที่ปกคลุมภาคเหนือในช่วงเดือนมีนาคม-เมษายน ประเด็นหนึ่งที่ชัดเจนคือมวลหมอกควันที่ไม่จางหาย ไม่ได้มาจากพื้นที่ภาคเหนือของไทยเพียงฝ่ายเดียว เพราะหลังจากพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้เดินทางลงพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ เพื่อแก้ไขปัญหาก็ทำให้จุดความร้อนลดลงโดยการบัญชาการของกองทัพภาคที่ 3

ทว่า หากมอนิเตอร์จุดความร้อนต่อเนื่องแล้ว จะพบว่ายังเกิดจุดไฟไหม้เป็นวงกว้างในพื้นที่รัฐฉานของเมียนมา และลาวตอนเหนือ จึงเกิดคำถามว่าทำไมจึงมีการเผาเป็นฤดูกาลต่อเนื่องในห้วงเวลาเดียวกันก่อนช่วงฤดูฝนทุกปี เป็นหมอกควันพิษข้ามพรมแดนที่มีต้นเหตุมาจากเรื่องใด

ที่ผ่านมามีการเปิดประเด็นจากคนในแวดวงการเกษตรว่า ต้นเหตุมาจากผลพวงจากการทำเกษตรพันธสัญญา (contract farming) ที่ทุนข้ามชาติเข้าไปส่งเสริมการปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ในประเทศเพื่อนบ้านเพื่อส่งต่อไปขายยังประเทศจีน โดยระบุว่าการปลูกข้าวโพดในเมียนมา 60-70% ดำเนินการโดยบริษัทยักษ์ใหญ่ด้านปศุสัตว์ครบวงจรของไทย

ขณะที่มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ร่วมกับกรีนพีซ ได้ออกรายงานการวิเคราะห์เบื้องต้นมลพิษทางอากาศข้ามพรมแดนจากแผนที่ภาพถ่ายดาวเทียมความเข้มข้นของฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน 2.5 ไมครอน (PM 2.5) ในประเทศไทยและประเทศเพื่อนบ้าน (เมียนมา สปป.ลาว และกัมพูชา) ช่วงปี พ.ศ. 2559-2561 บทสรุปตรงประเด็นว่าวิกฤตหมอกควันและฝุ่น PM 2.5 นั้น มีความคาบเกี่ยวกับการขยายตัวของพืชเชิงเดี่ยวทั้งในประเทศไทยและประเทศเพื่อนบ้าน โดยเฉพาะการปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ซึ่งมีการขยายพื้นที่เพาะปลูกอย่างชัดเจน

สอดคล้องกับรายงานการวิจัยของ MEKONG BUSINESS INITIATIVE (MBI) ซึ่งโครงการให้คำปรึกษา เพื่อส่งเสริมการพัฒนาภาคเอกชน ในประเทศกัมพูชา ลาว เมียนมา และเวียดนาม ด้วยการสนับสนุนการช่วยเหลือภาคธุรกิจ แหล่งเงินทุนทางเลือก และนวัตกรรม ทั้งนี้ MBI ได้รับการสนับสนุนจากสำนักงานเพื่อการพัฒนาระหว่างประเทศแห่งออสเตรเลีย (Australian Agency for International Development-AusAID) ของรัฐบาลออสเตรเลีย

โดยได้จัดทำงานวิจัยเรื่อง MYANMAR”S CORN VALUE CHAIN หรือห่วงโซ่อุปทานการปลูกข้าวโพดในเมียนมา เมื่อเดือนพฤษภาคม 2560 ระบุว่าข้าวโพดคือภาคการเกษตรที่ใหญ่มาก ทั้งด้านการส่งออกและการสร้างเศรษฐกิจในประเทศเมียนมา ในรายงานการวิจัยได้เจาะลึกถึงกระบวนการผลิตที่สำคัญตั้งแต่การค้า การตรวจสอบคุณภาพผู้เล่นสำคัญ รวมถึงแนวโน้มด้านเกษตรอุตสาหกรรมในเมียนมาระบุว่า ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ในเมียนมาติด 10 อันดับของพืชเกษตร มีมูลค่าการตลาดในปี 2559-2560 ถึง 357 ล้านเหรียญสหรัฐ โดยมีพื้นที่เพาะปลูกประมาณ 530,000 เฮกตาร์ หรือ 3,312,500 ไร่ และมีแนวโน้มพื้นที่ปลูกเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ  โดยเมล็ดพันธุ์จะเป็นแบบไฮบริด และผู้เล่นสำคัญคือ CP Myanmar โดยพื้นที่ส่วนใหญ่อยู่ในรัฐฉาน

ผลผลิตประมาณกว่า 50% ส่งออกไปยังต่างประเทศ โดยส่วนใหญ่ 98% จะส่งออกไปยังจีนผ่านด่านการค้าชายแดนที่ด่านมูเซเป็นหลัก โดยขนส่งถึง 7,000 กระสอบต่อวัน (กระสอบละ 50 กิโลกรัม) ส่วนด่านการค้าชายแดนอื่นผ่านทางด่าน Kunlon, Nanfu, Ho-pang และด่าน Hsenwi ที่เหลือรองลงมาคือ สิงคโปร์ มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ เวียดนาม และปากีสถาน ส่วนข้าวโพดที่เหลือประมาณ 40% จะใช้ภายในประเทศ โดยจะใช้ในอุตสาหกรรมอาหารสัตว์ที่ย่างกุ้ง มัณฑะเลย์ และในรัฐฉานเอง

ปัจจุบันมี 8 บริษัทข้ามชาติขนาดใหญ่เข้าไปลงทุนด้านอาหารสัตว์ในเมียนมา ประกอบด้วย CP (ประเทศไทย), Japfa (อินโดนีเซีย), Sunjin (เกาหลี), New Hope (จีน), DeHeus (เนเธอร์แลนด์), Green Feed (เวียดนาม), Betagro (ประเทศไทย) และ Cargill (สหรัฐ)

อย่างไรก็ตาม จะเห็นว่า 2 ใน 8 บริษัทยักษ์ใหญ่ที่เข้าไปปลูกข้าวโพดในเมียนมา ประกอบด้วยบริษัทสัญชาติไทย 2 ราย

สอดคล้องกับข้อมูลของเครือ ซี.พี.ที่ได้เริ่มเข้าไปส่งเสริมการปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ในประเทศเพื่อนบ้านตั้งแต่ปี 2550 จำนวน 3.2 ล้านไร่ แบ่งเป็นพื้นที่ส่งเสริมในประเทศกัมพูชา 500,000 ไร่ ประเทศลาว 300,000 ไร่ เมียนมา 700,000 ไร่ และเวียดนาม 1,700,000 ไร่ เนื่องจากไม่เสียภาษี เพราะดำเนินการส่งเสริมภายใต้กรอบ ACMECS (Ayeyawady-Chao Phraya-Mekong Economic Cooperation Strategy) หรือโครงการยุทธศาสตร์ความร่วมมือทางเศรษฐกิจ อิรวดี-เจ้าพระยา-แม่โขง ซึ่งถือเป็นโอกาสและช่องทางการค้าปกติที่พ่อค้าทุกคนจะไขว่คว้าไว้

แต่ปัญหามลพิษหมอกควันที่เกิดขึ้นในภาคเหนือ และได้ข้ามพรมแดนมายังประเทศไทยหลายเดือนที่ผ่านมาจนถึงวันนี้กับการเดิมพันปัญหาสุขภาพประชากรในลุ่มแม่น้ำโขงตอนบนทั้งเมียนมา ลาวตอนเหนือ และภาคเหนือของไทย ที่ได้มีการประเมินว่าจะสูญกว่า 1.6 แสนล้านบาทต่อปี…น่าจะไม่ใช่เรื่อง “ปกติ”

ประเด็นนี้จึงเป็นคำถามที่จะสะท้อนไปยังบริษัทข้ามชาติทั้งหลายว่า ถึงเวลาที่จะ “ทบทวนวิธีการดำเนินธุรกิจใหม่” สำหรับการส่งเสริมการปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ในเมียนมาและลาวตอนเหนือ เพื่อจะร่วมด้วยช่วยกันในการแก้ไขปัญหากับเกษตรกรอย่างไร “เรียนผูก คงต้องเรียนแก้”…ด้วย หรือจะดีดลูกคิด…แต่ “ผลกำไร” ของบริษัทเพียงอย่างเดียว

ทั้งหมดนี้นับเป็นโจทย์ท้าทายอย่างมากในการแก้ปัญหาหมอกควัน ทั้งของภาครัฐและภาคเอกชน ควรต้องเร่งแก้ไข ก่อนเริ่มครอปฤดูการเพาะปลูกใหม่ในฤดูฝนที่จะมาถึง !