เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ครบรอบ 1 เดือน น้ำท่วม กทม. เปิดสถิติล่าสุด อนุมัติเงินเยียวยาพุ่งทะลุ 4,000 ล้านบาท
News ครบรอบ 1 เดือน น้ำท่วม กทม. เปิดสถิติล่าสุด อนุมัติเงินเยียวยาพุ่งทะลุ 4,000 ล้านบาท
แอสเซทไวส์ JV บิ๊กอสังหาฯญี่ปุ่น ผุด “โวโค่ ภูเก็ต บางเทา” ขยายพอร์ตโรงแรมหรู เปิดปี‘70
Real Estate แอสเซทไวส์ JV บิ๊กอสังหาฯญี่ปุ่น ผุด “โวโค่ ภูเก็ต บางเทา” ขยายพอร์ตโรงแรมหรู เปิดปี‘70
ดึงแบงก์รัฐปล่อยกู้ช่วย Vendor แก้เกมทิ้งโซลาร์ล้านครัวเรือน
ข่าวหน้า 1 ดึงแบงก์รัฐปล่อยกู้ช่วย Vendor แก้เกมทิ้งโซลาร์ล้านครัวเรือน
เมื่อโลกแขวนอยู่บนเส้นด้าย AI Bubble พาค้นหาทางรอดให้พอร์ตลงทุน
Finance เมื่อโลกแขวนอยู่บนเส้นด้าย AI Bubble พาค้นหาทางรอดให้พอร์ตลงทุน
‘ภูมิใจไทย’ ถอดเขี้ยวฝ่ายค้าน แก้ข้อบังคับสภา โละ-รื้ออำนาจกรรมาธิการ
Politics ‘ภูมิใจไทย’ ถอดเขี้ยวฝ่ายค้าน แก้ข้อบังคับสภา โละ-รื้ออำนาจกรรมาธิการ
เลือกตั้งกลางเทอมสหรัฐ 2026 รับมืออิทธิพลทรัมป์ขาลง?
ข่าวหน้า 1 เลือกตั้งกลางเทอมสหรัฐ 2026 รับมืออิทธิพลทรัมป์ขาลง?
สปส. เคลียร์คะแนนเลือกตั้ง ‘บอร์ดประกันสังคม’ เตรียมชง กกต. รับรองผล 5 พ.ย.นี้
Politics สปส. เคลียร์คะแนนเลือกตั้ง ‘บอร์ดประกันสังคม’ เตรียมชง กกต. รับรองผล 5 พ.ย.นี้
SRT Bangkok Connex กรุงเทพฯ-อยุธยา ปรับเวลา-เพิ่มเที่ยวรถ เริ่ม 1 พ.ย. 69
News SRT Bangkok Connex กรุงเทพฯ-อยุธยา ปรับเวลา-เพิ่มเที่ยวรถ เริ่ม 1 พ.ย. 69
‘วิทัย’ลุยต่อบทบาทใหม่ธปท. สกัดทุนเทา-คุมน็อนแบงก์
ข่าวหน้า 1 ‘วิทัย’ลุยต่อบทบาทใหม่ธปท. สกัดทุนเทา-คุมน็อนแบงก์
อุตุฯ เตือนรับมือฝนถล่ม กทม.-ใต้ อ่วม 60% เฝ้าระวังน้ำท่วมฉับพลัน-คลื่นสูง 2 เมตร
News อุตุฯ เตือนรับมือฝนถล่ม กทม.-ใต้ อ่วม 60% เฝ้าระวังน้ำท่วมฉับพลัน-คลื่นสูง 2 เมตร
ดูทั้งหมด

รุกนวัตกรรม “ทุเรียน” หนีบทเรียนซ้ำรอย

18 พ.ค. 2562 | 21:01น.

คอลัมน์ ชั้น 5 ประชาชาติ โดย กฤษณา ไพฑูรย์

ทุกปีเมื่อถึงหน้าฤดูไม้ผลสำคัญอย่างทุเรียน ระหว่างช่วงเดือนเมษายน-มิถุนายนในภาคตะวันออก และภาคใต้ที่ผลผลิตจะออกตั้งแต่ช่วงกลางเดือนกรกฎาคม-กลางเดือนสิงหาคม มักได้ยินข่าวปัญหาวิกฤตการส่งออกทุเรียนสดมากมาย ตั้งแต่การตรวจพบสารเคมีตกค้าง โรคแมลง การขาดแคลนตู้คอนเทนเนอร์ในการบรรจุสินค้าส่งออก การขาดแรงงานเก็บผลไม้ แรงงานต่างด้าวข้ามเขตไม่ได้ ฯลฯ

ทั้งหมดล้วนเป็นปัญหา “ซ้ำซาก” ที่เกิดมาต่อเนื่องมาเนิ่นนานหลายปี แต่ไม่สามารถหาทางออก ! ได้อย่างยั่งยืน เพราะทุกปีหน่วยราชการยื่นมือเข้ามาแก้ปัญหากันแบบ “เฉพาะหน้า” !

ปีต่อปี ให้ผ่านพ้นช่วงฤดูไม้ผลไป ทั้งที่ “ทุเรียน” ส่งไปขายตลาดจีน เป็นไม้ผลทางเศรษฐกิจที่สร้างรายได้ให้ประเทศไทยปีละกว่า 20,000 ล้านบาท

ซ้ำร้ายมาปีนี้ปัญหาหลายเรื่องกลับหนักหน่วงกว่าทุกปี อย่างที่ปรากฏตั้งแต่ช่วงสงกรานต์เดือนเมษายนต่อเนื่องมาถึงเดือนพฤษภาคม คือทุเรียนไทยที่ใส่ตู้คอนเทนเนอร์ขนส่งไปทางบกกว่า 1,000 ตู้ และทางเรือกว่า 2,000 ตู้ ถูกตรวจสอบเข้มจากทางการจีน 100% จากเดิมเพียง “สุ่มตรวจ” ไม่กี่ตู้ ส่งผลให้เกิดความล่าช้า รถต้องจอดรอเข้าคิวค้างที่ด่านลางเซิน ประเทศเวียดนาม เพื่อรอผ่านด่านโหย่วอี้กวน มณฑลกว่างซี ประเทศจีน

ความล่าช้ากว่า 3 สัปดาห์ของปัญหาที่เกิดขึ้น ประกอบกับทางการจีนได้เปลี่ยนโครงสร้างองค์กรในการตรวจสอบสินค้าที่ด่านใหม่ ทำให้เพิ่มความล่าช้าจาก 2-3 วัน เป็น 7-8 วัน ส่งผลต่อการควบคุมอุณหภูมิของตู้ค่อนข้างมีปัญหา ทุเรียนสุก แตกเสียหายจำนวนมาก

เมื่อรถผ่านด่านไปส่งให้ลูกค้าจากที่ตกลงซื้อขาย 1 ตู้คอนเทนเนอร์ น้ำหนัก 18 ตัน ราคาเฉลี่ยตู้ละ 2-2.5 ล้านบาท ถูกกดราคารับซื้อลงกว่าครึ่ง ขณะที่การขนส่งทางเรือที่ล่าช้าทำให้อุณหภูมิความร้อนสูงเกินกว่าที่จีนกำหนด

จีนตีกลับไม่ให้ขนสินค้าขึ้นท่าเรือ กว่าที่รัฐบาล โดยกระทรวงพาณิชย์จะ “ยื่นมือ” เข้ามาแก้ปัญหา…ทุกอย่างบานปลาย เสียหาย ถูกกดราคา ต้นทุนพุ่งกันไปแล้ว

หากย้อนมาดูสาเหตุที่จีนเพิ่ม “ความเข้มงวด” คงเป็นผลสืบเนื่องมาจากปี 2561 ทางการจีนตรวจพบ “แมลงศัตรูพืช” ในทุเรียน (เพลี้ยแป้ง เพลี้ยหอย หนอนเจาะเมล็ด) และ “สารตกค้าง” ต่าง ๆ เกินมาตรฐาน ! ถึง 1,700 ครั้ง !

ครั้นจะว่า “จีนเล่นเกม” เพื่อเป็นข้ออ้าง “กดราคา” ทุเรียนไทยคงพูดไม่ได้เต็มปากเต็มคำ เหตุเพราะโรงคัดบรรจุจำนวนมาก “ไม่ได้มาตรฐาน” หลักเกณฑ์และวิธีการที่ดีในการผลิต (GMP) ขณะที่สวนผลไม้ที่ปลูกเพื่อส่งออกยังไม่ได้มาตรฐานการปฏิบัติทางการเกษตรที่ดี (GAP) อีกจำนวนมากเช่นกัน

แถมผู้ส่งออกหลายรายใช้วิธี “สวมสิทธิ์” ของสวนผลไม้ที่ได้มาตรฐาน GAP และ “สวมสิทธิ์” โรงคัดแยกที่ได้มาตรฐาน GMP ไปกรอกข้อมูลในใบรับรองสุขอนามัยพืช (PC) ทำให้เมื่อตรวจพบสารตกค้าง ฝ่ายราชการของไทยที่เกี่ยวข้องถึงอึ้ง เพราะไม่สามารถ “ตรวจสอบย้อนกลับ” ได้ ทำให้เมื่อปลายเดือนธันวาคม 2561 จีนจี้มาชัดเจนว่า จะเข้มงวดกับผลผลิตในปี 2562 !

ทำให้หลายเดือนที่ผ่านมาหลายหน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์จึงได้เร่ง “ล้อมคอก” ระดมข้าราชการจากต่างพื้นที่มาช่วยกันทำงานแบบ “ฝุ่นตลบ” เพื่อนับถอยหลังก่อนผลไม้ฤดูกาลนี้ออกมา

แต่ดูเหมือนว่าจะทำงานไม่ทันกับเวลา เพราะมี “ล้งรายเล็กหน้าใหม่” เกิดขึ้นมาอีกนับ 100 ราย ด้วยเพราะความต้องการของตลาดจีนที่พุ่งสูงขึ้น ส่งผลให้ราคาทุเรียนพุ่งสูงตาม หลายคนจึงหันเข้ามาสู่อาชีพนี้เพิ่มขึ้น

ทั้งนี้อีกไม่ถึง 10 วัน ปัญหาทั้งหมดอาจจะปะทุขึ้นมาอีกครั้ง เพราะทุเรียนลอตใหม่ในภาคตะวันออกกำลังจะออกมาอีกระลอก ขณะที่ทุเรียนในภาคใต้จะเริ่มทยอยออกผลผลิตในช่วงกลางเดือนกรกฎาคมเป็นต้นไปและมีจุดพีกที่ผลผลิตออกมาจำนวนมาก บรรดาล้งทั้งหลายกังวลใจจะเกิด “ประวัติศาสตร์ซ้ำรอย” ภาคตะวันออก ซึ่งแนวทางออกคงเป็นเรื่องที่ทุกฝ่าย ทั้งหน่วยราชการ ล้ง และชาวสวนเองต้องร่วมแรงร่วมใจกัน ปรับปรุงมาตรฐาน แก้ปัญหาข้อผิดพลาดที่ผ่านมา เพื่อไม่ให้จีนมีข้ออ้างเล่นงานไทยได้

อย่างไรก็ตาม การส่งออกทุเรียนสด หลายคนอาจจะเห็นเป็นเรื่องง่าย ได้กำไรงาม จึงก้าวกันเข้ามาแบบ “ไร้มาตรฐานคุณภาพ” ก่อให้เกิดปัญหาตามมามากมาย แถมทำลายชื่อเสียงทุเรียนไทย ขณะที่ฝ่ายภาครัฐหากมัวชักช้าไม่เข้มงวด เด็ดขาด มีหวังถูกทุเรียนสดของประเทศเพื่อนบ้านอย่างมาเลเซีย เวียดนาม ฟิลิปปินส์ อินโดนีเซีย และกัมพูชา ที่กำลังเร่ง “พัฒนาสายพันธุ์” เข้าไปขายเสียบตลาดจีนแทนแน่ ๆ

ที่สำคัญหนทางออกที่ดีที่สุดทุกฝ่ายควรเร่งวิจัยและพัฒนา “นวัตกรรมทุเรียน” เพิ่มมูลค่าผลผลิตมากกว่าการส่งออก “ทุเรียนสด” ที่อนาคตไทยจะสู้เรื่อง “ต้นทุน” กับประเทศเพื่อนบ้านที่มีค่าแรงงานต่ำกว่าไม่ได้