เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
เศรษฐาชวนเจ ชนาธิปชิมกาแฟน่านโลละ 2 หมื่น เผยห่วงเกษตรกรน้ำท่วมพัดโอกาสและเงินไปด้วย
Biz Movement เศรษฐาชวนเจ ชนาธิปชิมกาแฟน่านโลละ 2 หมื่น เผยห่วงเกษตรกรน้ำท่วมพัดโอกาสและเงินไปด้วย
พ่อน้องเนเน่โพสต์ขอบคุณ ‘ศุภชัย เจียรวนนท์’ สนับสนุนอุปกรณ์การเรียน
Biz Movement พ่อน้องเนเน่โพสต์ขอบคุณ ‘ศุภชัย เจียรวนนท์’ สนับสนุนอุปกรณ์การเรียน
ชง 5 มาตรการคุมเข้ม ‘อุเทนถวาย-ปทุมวัน’ งดสอน 90 วัน-เร่งหาพื้นที่ใหม่
การศึกษา ชง 5 มาตรการคุมเข้ม ‘อุเทนถวาย-ปทุมวัน’ งดสอน 90 วัน-เร่งหาพื้นที่ใหม่
“ธนัชวิชญ์” กางสูตร 3 ระยะรับมือน้ำมันแพง กระทุ้งรัฐดัน Ecosystem แบตเตอรี่-ปั๊มชาร์จ EV Bus
Interview “ธนัชวิชญ์” กางสูตร 3 ระยะรับมือน้ำมันแพง กระทุ้งรัฐดัน Ecosystem แบตเตอรี่-ปั๊มชาร์จ EV Bus
โปรดเกล้าฯ แต่งตั้ง พระบรมราชินี ดำรงตำแหน่ง สภานายิกาสภากาชาดไทย
ข่าวในพระราชสำนัก โปรดเกล้าฯ แต่งตั้ง พระบรมราชินี ดำรงตำแหน่ง สภานายิกาสภากาชาดไทย
ในหลวง พระราชินี เสด็จฯทอดพระเนตรบัลเลต์ เรื่อง “โรมิโอ แอนด์ จูเลียต”
ข่าวในพระราชสำนัก ในหลวง พระราชินี เสด็จฯทอดพระเนตรบัลเลต์ เรื่อง “โรมิโอ แอนด์ จูเลียต”
‘เดอลีฟ’ ยกระดับสมุนไพรไทยสู่สากล ลุยตลาดเวียดนาม-อาเซียน ดัน ‘อิงฟ้า’ ปีที่ 2 เจาะนวัตกรรมผิว
Biz Movement ‘เดอลีฟ’ ยกระดับสมุนไพรไทยสู่สากล ลุยตลาดเวียดนาม-อาเซียน ดัน ‘อิงฟ้า’ ปีที่ 2 เจาะนวัตกรรมผิว
นายกฯ ปฏิบัติภารกิจผู้แทนพระองค์ ร่วมพระราชพิธีพระบรมศพกษัตริย์ฮารัลด์ ที่ 5 แห่งนอร์เวย์
Politics นายกฯ ปฏิบัติภารกิจผู้แทนพระองค์ ร่วมพระราชพิธีพระบรมศพกษัตริย์ฮารัลด์ ที่ 5 แห่งนอร์เวย์
“ถูกโกงออนไลน์” พุ่งใน 7 เดือนแรก มพบ.จี้รัฐล้อมคอกแพลตฟอร์ม-แก้หนี้เปราะบาง
News “ถูกโกงออนไลน์” พุ่งใน 7 เดือนแรก มพบ.จี้รัฐล้อมคอกแพลตฟอร์ม-แก้หนี้เปราะบาง
เจาะกำลังซื้อ ‘ชาวจีนในไทย’ แชมป์รายได้สูงสุดใน APAC ‘อีเทอร์นิตี้เอ็กซ์’ ชี้ช่องแบรนด์ไทยลุยตลาดข้ามพรมแดน
Biz Movement เจาะกำลังซื้อ ‘ชาวจีนในไทย’ แชมป์รายได้สูงสุดใน APAC ‘อีเทอร์นิตี้เอ็กซ์’ ชี้ช่องแบรนด์ไทยลุยตลาดข้ามพรมแดน
ดูทั้งหมด

สำนักงานประกันสังคม แจง ร.พ. เอกชน ออกโครงการฯเหตุผลทางธุรกิจ

03 ก.ย. 2560 | 21:50น.

วันที่ 3 กันยายน นพ.สุรเดช วลีอิทธิกุล เลขาธิการสำนักงานประกันสังคม(สปส.) กระทรวงแรงงาน ชี้แจงกรณีโรงพยาบาลเอกชนถอนตัวจากโครงการประกันสังคมจำนวน 3 แห่ง ได้แก่ โรงพยาบาลยันฮี กรุงเทพฯ โรงพยาบาลเกษมราษฎร์ รัตนาธิเบศร์ จ.นนทบุรี และโรงพยาบาลศรีระยอง จ.ระยอง ว่า ขอให้ผู้ประกันตนอย่าได้วิตกกังวล เพราะหากผู้ประกันตนเจ็บป่วยยังสามารถใช้บริการทางการแพทย์ของโรงพยาบาลทั้ง 3 แห่งดังกล่าว ได้จนถึง 31 ธันวาคม 2560 สำหรับเหตุผลของสถานพยาบาล 3 แห่งดังกล่าวได้ถอนตัวออกจากโครงการประกันสังคม เนื่องจากเป็นการดำเนินตามแนวทางการบริหารธุรกิจของแต่ละแห่ง เช่น การเป็นโรงพยาบาลเฉพาะทางการที่สถานที่ตั้งของโรงพยาบาลในเครือที่อยู่ใกล้ กันจะได้ไม่แย่งลูกค้ากันเอง หรือเป็นโรงพยาบาลที่มีผู้ประกันตนเลือกจำนวนน้อย และขอยืนยันว่าที่ผ่านมาไม่มีโรงพยาบาลเอกชนออกจากโครงการประกันสังคม เนื่องจากภาวะการขาดทุน ทั้งนี้ต่างจากโรงพยาบาลเอกชนตามโครงการของสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่ง ชาติที่ขอถอนตัวเนื่องจากประสบภาวการณ์ขาดทุน

นพ.สุรเดช กล่าวว่า สำนักงานประกันสังคมได้จัดสถานพยาบาลทดแทนให้กับผู้ประกันตนที่ได้รับผลกระ ทบทั้งหมดแล้ว โดยขณะนี้ได้ดำเนินการแจ้งให้ผู้ประกันตนมาตรา 33 และมาตรา 39 เพื่อเลือกสถานพยาบาล ภายในวันที่ 31 ตุลาคม 2560 นี้ หากไม่เลือกมาภายในกำหนด สำนักงานประกันสังคมจะจัดสถานพยาบาลให้ผู้ประกันตน และสำนักงานประกันสังคมจะแจ้งผลการเลือกสถานพยาบาลให้สถานประกอบการ (มาตรา 33) และผู้ประกันตนมาตรา 39 วันที่ 17 ธันวาคม 2560

เลขาธิการ สำนักงานประกันสังคม ยังได้กล่าวชี้แจงเพิ่มเติมว่า ในปี 2560 นี้ คณะกรรมการประกันสังคมมีมติปรับอัตราค่าบริการทางการแพทย์ เมื่อวันที่ 6 มิถุนายน 2560 โดยมีรายละเอียดในการเพิ่มค่าบริการทางการแพทย์ดังนี้ เพิ่มค่าบริการทางการแพทย์เหมาจ่ายรายหัวจากเดิม 1,460 บาท/คน/ปี เป็น 1,500 บาท/คน/ปี เพิ่มค่าบริการทางการแพทย์กรณีโรคที่มีภาระเสี่ยง จากเดิม 432 บาท /คน/ปี เป็น 447 บาท/คน/ปี ใช้งบประมาณทั้งสิ้น 5,364 ล้านบาท
เพิ่มค่ารักษาผู้ป่วยในที่มีค่าใช้จ่ายสูง จากเดิม 560 บาท/คน/ปี เป็น 640 บาท/คน/ปี โดยใช้งบประมาณทั้งสิ้น เป็นเงิน 7,680 ล้านบาท กรณีการรักษาผู้ป่วยในที่มีค่าใช้จ่ายเกินหนึ่งล้านบาท ได้เพิ่มค่าบริการทางการแพทย์ให้สถานพยาบาลในอัตราร้อยละ 80 ของค่าใช้จ่ายที่เกินหนึ่งล้านบาท ตามหลักเกณฑ์ที่คณะกรรมการการแพทย์กำหนด ทั้งนี้มีผลตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม 2560 ที่ผ่านมา

ทั้งนี้ เมื่อรวมค่าบริการทางการแพทย์ทุกรายการ เช่น เหมาจ่าย เหมาจ่าย 1,500 บาท/คน/ปี โรคเรื้อรังที่เป็นภาระเสี่ยง 447 บาท/คน/ปี โรคที่มีค่าใช้จ่ายสูง 640 บาท/คน/ปี ค่ารักษาที่เกินหนึ่งล้านบาท 15 บาท/คน/ปี ค่ารักษาอื่นๆ เช่น ค่าแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทาง ยาสำหรับผู้ป่วยที่ติดเชื้อ HIV ยาสำหรับผู้ป่วยที่มีความจำเป็นเฉพาะและค่าส่งเสริมสุขภาพเป็นการตรวจ ร่างกายประจำปี 397 บาท/คน/ปี กรณีประสบอันตราย/ฉุกเฉิน ค่าบริการทันตกรรม มียอดรวมทั้งสิ้น 3,399.69 บาท/คน/ปี ซึ่งเป็นอัตราที่สูงและไม่น้อยกว่ากองทุนประกันสุขภาพอื่นๆ

 

ที่มา มติชนออนไลน์