เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
อุตสาหกรรมชิป เดือด ผวา เครื่องยิงชิปจีน ?
Tech อุตสาหกรรมชิป เดือด ผวา เครื่องยิงชิปจีน ?
คลังเตรียมออกเหรียญกษาปณ์ที่ระลึก ธ.ก.ส. ครบ 60 ปี
Finance คลังเตรียมออกเหรียญกษาปณ์ที่ระลึก ธ.ก.ส. ครบ 60 ปี
กองทุนน้ำมันติดลบ 6.57 หมื่นล้าน แบกหนี้ชดเชยราคาพลังงานเกิน 5.7 หมื่นล้าน
Economic กองทุนน้ำมันติดลบ 6.57 หมื่นล้าน แบกหนี้ชดเชยราคาพลังงานเกิน 5.7 หมื่นล้าน
“แพลนบี” ชวนชาวไทยชม Immersive Art เฉลิมพระเกียรติในหลวงรัชกาลที่ 10 หน้าอาคารสถิตไทยชโย หัวมุมถนนดำเนินกลาง
Business “แพลนบี” ชวนชาวไทยชม Immersive Art เฉลิมพระเกียรติในหลวงรัชกาลที่ 10 หน้าอาคารสถิตไทยชโย หัวมุมถนนดำเนินกลาง
ตำรวจไซเบอร์ เตือนนักลงทุนข้อมูลรั่วจาก TSD มีโอกาสถูก “หลอกซ้ำซ้อนจากวิกฤต” แนะวิธีป้องกัน
Finance ตำรวจไซเบอร์ เตือนนักลงทุนข้อมูลรั่วจาก TSD มีโอกาสถูก “หลอกซ้ำซ้อนจากวิกฤต” แนะวิธีป้องกัน
ยันฮี ชี้ LGBTQ+ Healthcare อนาคตใหม่ธุรกิจการแพทย์ – Medical Tourism ไทย
Business ยันฮี ชี้ LGBTQ+ Healthcare อนาคตใหม่ธุรกิจการแพทย์ – Medical Tourism ไทย
The Senior รพ.ผู้สูงอายุนำ “หุ่นยนต์สัตว์เลี้ยง” เสริมการดูแลผู้ป่วยสมองเสื่อมแนวทางบำบัดแบบไม่ใช้ยา
Business The Senior รพ.ผู้สูงอายุนำ “หุ่นยนต์สัตว์เลี้ยง” เสริมการดูแลผู้ป่วยสมองเสื่อมแนวทางบำบัดแบบไม่ใช้ยา
จีนส่งสัญญาณยอมรับ ‘ภาษีทรัมป์’ หลังโดน 12.5 % Section 301
World จีนส่งสัญญาณยอมรับ ‘ภาษีทรัมป์’ หลังโดน 12.5 % Section 301
โปรดเกล้าฯ ประธานองคมนตรี บำเพ็ญพระราชกุศล ปล่อยโค นก ปลา วันเฉลิมพระชนมพรรษา
ข่าวในพระราชสำนัก โปรดเกล้าฯ ประธานองคมนตรี บำเพ็ญพระราชกุศล ปล่อยโค นก ปลา วันเฉลิมพระชนมพรรษา
ฝ่าย IT ตลาดหลักทรัพย์ฯ เปิดไทม์ไลน์ TSD เริ่มถูกเจาะข้อมูลตั้งแต่เย็นวันเสาร์ 25 ก.ค.
Finance ฝ่าย IT ตลาดหลักทรัพย์ฯ เปิดไทม์ไลน์ TSD เริ่มถูกเจาะข้อมูลตั้งแต่เย็นวันเสาร์ 25 ก.ค.
ดูทั้งหมด

“ประจักษ์” ฟันธง “ประยุทธ์” อยู่ครบเทอม 4 ปี

24 มิ.ย. 2562 | 19:00น.

วันที่ 21 มิถุนายน 62 สำนักพิมพ์มติชน จัดงานและเสวนาเปิดหนังสือ “ประชาธิปไตยเมื่อไหร่จะตั้งมั่น” โดยมีวิทยา ผศ.ดร.ประจักษ์ ก้องกีรติ อาจารย์ประจำคณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และ ผศ.ดร.ดุลยภาค ปรีชารัชช อาจารย์ประจำโครงการเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ศึกษา คณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรมศาสตร์ โดยการเสวนาใครนี้มุ่งไปที่ประเด็น การสร้างประชาธิปไตย ที่เป็นปึกแผ่น การจะทำให้ระบบเผด็จการหายไป

การเลือกตั้งผ่านไป…ยังไม่สูญสิ้นระบบเผด็จการ

ผศ.ดร.ประจักษ์ ก้องกีรติ กล่าวว่า แม้ประเทศไทยจะผ่านการเลือกตั้งมาแล้ว แต่ยังไม่เป็นประชาธิปไตยแบบ 100% ยังไม่สิ้นสุดระบอบเผด็จการ เป็นเพียงประชาธิปไตยแบบผสม คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.)  ได้พยายามจะแปลงรูปจากระบบเผด็จการ 100% เป็นระบบเผด็จการน้อยลง เพื่อให้รับความชอบธรรมมากขึ้น แต่การพยายามที่จะแปลงรูปการเลือกตั้งครั้งที่ผ่านมาเกิดล้มเหลว  จากความพิสดารของกฏหมาย ทั้งการคำนวณสมาชิกผู้แทนราษฎร (ส.ส.) หรือแม้แต่บทบาทของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) จนคนไทยและคนทั่วโลกตั้งคำถามถึงความบริสุทธิ์ยุติธรรมของการเลือกตั้งครั้งที่ผ่านมา เป็นเหตุให้รัฐบาลใหม่ของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ขาดความชอบธรรม

สว.มีอำนาจมากที่สุดในโลก

ผศ.ดร.ประจักษ์ ก้องกีรติ กล่าวต่อว่า รัฐธรรมฉบับนี้ ไม่ได้ร่างมาเพื่อสร้างประชาธิปไตยตั้งแต่ต้น แต่ร่างมาเพื่อการเปลี่ยนแปลงจากเผด็จการเต็มใบเป็นเผด็จการครึ่งใบ เมื่อชนชั้นนำรู้ว่า เมื่อมีประชาธิปไตยเต็มใบ ประชาชน มีสิทธิเสรีภาพ สื่อมีอำนาจในการตรวจสอบ จะทำให้อำนาจที่ได้มาจากการรัฐประหาร ใน พ.ศ. 2557 สิ้นสุดไป จึงจำเป็นที่ต้องร่างรัฐธรรมนูญขึ้นใหม่ ให้อำนาจยังคงอยู่

ซึ่งโครงสร้างองค์ของรัฐธรรมนูญฉบับนี้ มาจากการยึดอำนาจและร่างรัฐธรรมนูญขึ้นใหม่ โดยที่ประชาชนไม่ได้มีส่วนร่วม อีกทั้งการกล่าวอ้างถึงทำประชามติที่ไม่ได้มีความบริสุทธิ์ยุติธรรม รวมถึงการแต่งตั้งสมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) ทั้ง 250 คน ที่แต่งตั้งโดยคณะรัฐประหาร มีสิทธิเลือกนายกรัฐมนตรี “เป็นการใช้อำนาจที่เปลือยเปล่าอย่างมาก”

“ส.ว. ของประเทศไทย เป็น ส.ว. ที่มีอำนาจมากที่สุดในโลก เนื่องจากไมได้มาจากการเลือกตั้งแล้วนั้น แต่มีอำนาจในการเลือกผู้นำฝ่ายบริหาร ซึ่งไม่มีประเทศไหนในโลกที่ให้อำนาจ ส.ว. มากขนาดนี้ มีอำนาจและอยู่ยาวกว่า ส.ส. ซึ่งในวาระเพียง4 ปี แต่ส.ว.อยู่ได้ถึง 5 ปี สามารถเลือกนายกรัฐมนตรีได้อีกรอบ”

ซึ่งเป็นกลไกลที่แยบยล จากบทเรียนในอดีต เมื่อรัฐบาลที่มาจากการยึดอำนาจ กลับมาสู่การเลือกตั้ง ที่มีความไม่แน่นอน ที่จะได้กลับเข้าบริหารอีกหรือไม่ จึงต้องสร้างหลักประกันเพิ่ม แม้พรรคพลังประชารัฐจะไม่ถล่มทลาย แต่การมีกลไกล ส.ว. นั้น ทำให้อยู่รอดได้

หลายคนมักพูดว่า รัฐบาลของพล.อ.ประยุทธ์สมัยที่ 2 อยู่ได้ไม่นาน เป็นการตัดสินใจที่เร็วไปจะพูดเช่นนั้น การดูแค่ ส.ส. ปริ่มน้ำนั้น อาจดูเหมือนไม่มีเสถียรภาพ แต่การมี ส.ว.ที่สามารถเลือกนายกรัฐมนตรีได้และคาดการว่าในอนาคต จะโหวตกฏหมายอื่น ๆ ได้ด้วย ถือเป็นกลไกลที่สำคัญอย่างมาก

พรรค ส.ว. พรรคที่มีเอกภาพที่สุด

ผศ.ดร.ประจักษ์ ก้องกีรติ เผยว่า ส.ว.เปรียบเหมือนพรรคการเมืองขนาดใหญ่ ที่เป็นเอกภาพที่สุดขอการเมืองไทยยุคปัจจุบัน ที่มี 250 เสียงในรัฐสภาไทย ซึ่งมากกว่ากว่าพรรคที่ได้รับการเลือกตั้งมาเป็นอันดับ 1

ในส่วนของ ผศ.ดร.ดุลยภาค มองว่า รัฐบาลขณะนี้เป็นรัฐบาลกึ่งแข่งขันกึ่งครอบงำ  ไม่เห็นด้วยกับการที่บอกว่า ส.ว. เหมือนพรรคการเมืองพรรคหนึ่ง มองว่า พรรคการเมืองต้องมาจากการเลือกตั้ง มีการแข่งขัน  ส.ว.ที่เป็นการแปลงรูปของเผด็จการ ที่มีในหลาย ๆ ประเทศ บางรัฐ ที่มีความขัดแย้งมายาวนาน  ได้ใช้นวัตกรรมทางการเมือง การเนรมิตร ส.ว. ขึ้นมา

เพื่อให้มีการถ่วงดุลอำนาจขึ้นมา ใช้การลากตั้งเข้าไป เป็นอำนาจอภิสิทธิ์ เพื่อท่วงอำนาจคัดค้านกับพรรครัฐบาลเสียเปรียบ เมื่อโดนโจมตีในรัฐสภา และคิดว่าอำนาจอภิสิทธิ์เป็นสิ่งที่สำคัญ ในตะวันออกเฉียงใต้ อินโดนีเซียหรือเมียนมา ก็ใช้โมเดลตัวนี้ ใช้พลังของทหารขึ้นมา แต่ส.ว. ไทยมีสิ่งที่พิเศษกว่า คือการทหารตั้งเข้ามา แต่อีกหลายส่วนภาคพลเรือน และสังคมที่อยู่ภายใต้ คสช. หรือ เสนาธิปัตย์ ทั้งหมด

บิ๊กตู่อยู่ครบ 4 ปี หรือมากกว่านั้น…

ผศ.ดร.ประจักษ์ มองว่า เป็นไปได้รัฐบาลพล.อ.ประยุทธ์จะอยู่ถึง 4 ปี คือ ครบเทอมโดยระบบคสช.ก่อนหน้านี้อยู่มาได้ถึง 5 ปี เป็นระบอบรัฐประหารที่ยาวที่สุดในโลกตั้งแต่สิ้นสุดสงครามเย็น ซึ่งไม่สามารถประเมินต่ำหรือประเมินตามใจปราถนาของเราได้ ดังนั้น การที่อยู่มา 5 ปี รวมถึงในตอนนี้ ยังมีกลไกลรัฐธรรมนูญปี 2560 ส.ว.แต่งตั้ง 250 เสียง องค์กรอิสระต่าง ๆ โอกาสที่จะอยู่ครบ 4 ปีมีสูง

ขณะที่ ศ.ดร.ธเนศ อาภรณ์สุวรรณ ธรรมศาสตราภิชาน ม.ธรรมศาสตร์ ร่วมแสดงความคิดเห็นว่า รัฐบาลจะอยู่ได้นานเท่าไหร่ นโยบายเศรษฐกิจจะเป็นตัวชี้วัด ถ้าเศรษฐกิจเคลื่อนคนชั้นกลางได้ ในแง่นี้คนที่กำหนดการเลือกตั้งของไทยได้ คือ คนชั้นกลาง เชื่อได้ว่าผลประโยชน์ ถึงมือคนแล้ว เห็นว่าอีก 4 ปีก็จะได้แบบนี้อีก คำตอบก็คือ “ถ้าทำเหมือนประเทศจีนได้ ร่ำรวยขึ้นทั้งประเทศ คุณจะปกครองด้วยระบอบคอมมิวนิสต์คนก็เอา”

ลุ้น 7 พรรคฝ่ายประประชาธิปไตย “ปฏิวัติผ่านคูหาเลือกตั้ง”

ผศ.ดร.ประจักษ์ เชื่อว่า ทั้งเพื่อไทยและอนาคตใหม่ ถ้ายังจับมือกันต่อไป จะมีศักยภาพในการนำประชาธิปไตยคนสู่ประชาชน หากทั้ง 7 พรรค ที่มีการลงนามสัตยาบัน เป็นแนวร่วมต่อสู้เพื่อประชาธิปไตย เอาเรื่องประชาธิปไตยเป็นเป้าหมาย ซึ่งเป็นสิ่งไม่เคยปรากฏมาก่อน รวมถึงพรรคคเพื่อไทยในครั้งนี้ ยอมปรับเปลี่ยนหลายอย่าง ทั้งการสละตำแหน่ง ไม่รับตำแหน่งใดๆ ขอเพียงให้การสกัดกั้นการสืบทอดอำนาจได้

ซึ่งทำให้การเมืองไทยขณะนี้มีความคล้ายคลึงกับการเลือกตั้งของประเทศมาเลเซีย ที่แนวร่วมพรรคฝ่ายค้านที่มีเอกภาพอย่างมาก สามารถโค่นล้มพรรคฝ่ายรัฐได้ ซึ่งครองอำนาจมาเกือบ 60 ปี เป็นปรากฏการณ์ที่นักสังเกตการณ์ทางการเมืองเรียกว่า “การปฏิวัติผ่านคูหาเลือกตั้ง” เป็นการปฏิวัติโค้นกลุ่มอำนาจเดิม ผ่านพลังของประชาชน ด้วยการหย่อนบัตรเลือกตั้ง

“หาก 7 พรรคแนวร่วม ยังจับมือ ยังเข้มแข็ง การเลือกตั้งครั้งหน้า ยังเหนียวแน่นเช่นนี้ เป็นพรรคฝ่ายค้านที่ไม่มีผลประโยชน์แต่รักกันขนาดนี้ คิดว่าการเลือกตั้งครั้งหน้า ก็มีสิทธิ ในขณะที่ฝ่ายรัฐบาล ดูไม่รักกัน และไม่แน่ใจว่า การเลือกตั้งครั้งหน้า ทั้งประชาธิปัตย์และภูมิใจไทยจะยังร่วมรัฐบาลกับพรรรคพลังประชารัฐอีกหรือไม่ ยังคงมีคำถามใหญ่มาก” ผศ.ดร.ประจักษ์ ก้องกีรติ กล่าว

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ประจักษ์ ก้องกีรติ มติชน