เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ไม่พลิกโผ ! กยศ. ประกาศแต่งตั้ง “พิมพ์เพ็ญ ลัดพลี” ผู้จัดการกองทุนฯ คนใหม่
Finance ไม่พลิกโผ ! กยศ. ประกาศแต่งตั้ง “พิมพ์เพ็ญ ลัดพลี” ผู้จัดการกองทุนฯ คนใหม่
จ้างผู้พิการไม่ใช่แค่ CSR ธุรกิจชี้เป็นกลยุทธ์สู้วิกฤตแรงงาน
HR จ้างผู้พิการไม่ใช่แค่ CSR ธุรกิจชี้เป็นกลยุทธ์สู้วิกฤตแรงงาน
ไทยพีบีเอส ประกาศนโยบาย AI ยึด 7 หลัก ย้ำ “AI เป็นผู้ช่วย มนุษย์ตัดสินใจ”
Tech ไทยพีบีเอส ประกาศนโยบาย AI ยึด 7 หลัก ย้ำ “AI เป็นผู้ช่วย มนุษย์ตัดสินใจ”
สำรวจ ‘บัตรเครดิตหรู’ อยากดูแพง ติดแกลม ต้องรวยเบอร์ไหน?
Finance สำรวจ ‘บัตรเครดิตหรู’ อยากดูแพง ติดแกลม ต้องรวยเบอร์ไหน?
DEX จัดนิทรรศการโคนัน 30 ปี ครั้งแรกในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
Business DEX จัดนิทรรศการโคนัน 30 ปี ครั้งแรกในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
กรมศุลกากร ยึด ‘LSD แสตมป์เมา’ ยาเสพติดแบบสติกเกอร์การ์ตูน ป้องกันระบาดในกลุ่มเยาวชน
Finance กรมศุลกากร ยึด ‘LSD แสตมป์เมา’ ยาเสพติดแบบสติกเกอร์การ์ตูน ป้องกันระบาดในกลุ่มเยาวชน
บริดจสโตน ส่ง “POTENZA SPORT EVO” เจาะตลาดรถยนต์สมรรถนะสูงและรถอีวี
Automotive บริดจสโตน ส่ง “POTENZA SPORT EVO” เจาะตลาดรถยนต์สมรรถนะสูงและรถอีวี
ส่องโปรเจ็กต์พันล้าน “สะพานคนเดินข้าม” แม่น้ำเจ้าพระยา แลนด์มาร์กใหม่ “ชัชชาติ 2”
Real Estate ส่องโปรเจ็กต์พันล้าน “สะพานคนเดินข้าม” แม่น้ำเจ้าพระยา แลนด์มาร์กใหม่ “ชัชชาติ 2”
ย้อนดูเศรษฐกิจกัมพูชา หลังปิดด่านชายแดนทางบกกับไทย ครบ 1 ปี
World ย้อนดูเศรษฐกิจกัมพูชา หลังปิดด่านชายแดนทางบกกับไทย ครบ 1 ปี
บีโอไอ เคลียร์ชัดส่งเสริมลงทุนยึดคุณภาพโครงการไม่ใช่สัญชาติผู้ลงทุน หนุนร่วมทุนปรับตัวสู่ EV
Economic บีโอไอ เคลียร์ชัดส่งเสริมลงทุนยึดคุณภาพโครงการไม่ใช่สัญชาติผู้ลงทุน หนุนร่วมทุนปรับตัวสู่ EV
ดูทั้งหมด

เล็งต่อยอด “แต๊ะเอียช่วยชาติ” คลังรุกคืบระบบภาษีอิเล็กทรอนิกส์

07 ก.ค. 2562 | 18:15น.

ช่วงที่ผ่านมา แม้จะยังไม่มีคณะรัฐมนตรี (ครม.) ชุดใหม่ แต่กระทรวงการคลังก็มีเรื่องเสนอให้ ครม.ทุกสัปดาห์

เมื่อเร็วๆ นี้ “อภิศักดิ์ ตันติวรวงศ์” รมว.คลัง ได้เสนอรายงานสรุปผลการดำเนิน “มาตรการส่งเสริมการชำระเงินเพื่อซื้อสินค้าและบริการ และการนำส่งข้อมูลภาษีมูลค่าเพิ่มผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์” หรือที่เรียกกันว่า “แต๊ะเอียช่วยชาติ” นั่นเอง

มาตรการนี้ รัฐจะจ่าย “เงินชดเชย” ให้แก่ผู้ชำระเงินค่าซื้อสินค้าหรือค่าบริการด้วย “บัตรเดบิต” หรือ “คิวอาร์โค้ด” ให้แก่ร้านค้าในระบบภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) ที่ใช้ระบบบันทึกการเก็บเงิน (point of sale : POS) จำนวน 5 บาท ในทุก ๆ การชำระ VAT จำนวน 7 บาท และจะชดเชยสูงสุดไม่เกิน 1,000 บาทต่อคน หรือเท่ากับค่าซื้อสินค้าหรือบริการรวม VAT สูงสุด 21,400 บาทต่อคน

ซึ่งตั้งแต่วันที่ 7-15 ก.พ. 2562 มีประชาชนสนใจลงทะเบียนเข้าร่วมมาตรการ ผ่าน www.epayment.go.th ทั้งสิ้น 34,865 ราย มีร้านค้าเข้าร่วมตั้งแต่วันที่ 25 ธ.ค. 2561-31 ม.ค. 2562 จำนวน 213 ราย หรือรวมทั้งสิ้น 19,551 สาขาทั่วประเทศ

อย่างไรก็ดี พบว่า ผู้ลงทะเบียน ที่ซื้อสินค้าและบริการมีเพียง 6,466 ราย โดยชำระเงินเพื่อซื้อสินค้าและบริการเป็นจำนวนทั้งสิ้น 12,740 รายการ คิดเป็นมูลค่าสินค้าและบริการ รวม VAT ที่ 16,238,174 บาท คิดเป็น VAT ที่ 915,861 บาท ทำให้ยอดเงินชดเชยที่รัฐต้องจ่ายคืนอยู่ที่ 654,186 บาท

ถือว่าต่ำกว่ากรอบงบประมาณที่ประเมินไว้ว่าจะต้องใช้ราว 9,240 ล้านบาท

กระทรวงการคลังวิเคราะห์ว่า การที่มีผู้ลงทะเบียนซื้อสินค้าและบริการแค่ 18.55% ของผู้ลงทะเบียนทั้งหมดนั้น เนื่องจากการชำระเงินผ่าน “บัตรเดบิต” และ “คิวอาร์โค้ด” อาจไม่สอดคล้องกับพฤติกรรมของคนที่นิยมทำผ่าน “บัตรเครดิต” ที่มีแรงจูงใจมากกว่า ทั้งในแง่ส่วนลด การสะสมคะแนน และการผ่อนชำระ

ที่สำคัญยังพบว่า ประชาชนมีความกังวลในเรื่อง “การเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล” และ “ข้อมูลธุรกรรมทางการเงิน”

อย่างไรก็ตาม กระทรวงการคลังเห็นว่า มาตรการดังกล่าวมีส่วนช่วยกระตุ้นให้เกิดการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมการชำระเงินของผู้บริโภค และการรับชำระเงินของผู้ประกอบการจาก “ระบบเงินสด” ไปสู่ “ระบบอิเล็กทรอนิกส์” ซึ่งจะช่วยผลักดันให้ผู้ประกอบการ ธนาคารพาณิชย์ และผู้ให้บริการเงินอิเล็กทรอนิกส์ (e-Money) พัฒนาระบบมารองรับ โดยจะต้องปรับปรุงรูปแบบการให้บริการการชำระเงินและการรับชำระเงินเป็นระบบเปิด (open-loop system) ที่สามารถใช้ร่วมกันได้

ซึ่งการดำเนินมาตรการลักษณะนี้อย่างต่อเนื่องจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการจัดเก็บภาษี เพราะจะจูงใจให้ผู้ประกอบการ ธนาคาร และอีมันนี่ มีการลงทุนพัฒนาระบบ ขณะที่ภาครัฐจะมีข้อมูลเพื่อใช้ประโยชน์ในการจัดเก็บภาษี รวมถึงจูงใจให้ผู้ประกอบการเข้าสู่ระบบภาษีมูลค่าเพิ่มมากขึ้น ลดต้นทุนผู้เสียภาษี และต้นทุนการเก็บภาษีของรัฐ

“มาตรการลักษณะนี้อาจจะนำไปมาใช้พร้อมกับการยกเลิกการยกเว้นภาษี VAT สำหรับการประกอบกิจการประเภทต่าง ๆ ในปัจจุบัน ซึ่งจะทำให้ระบบภาษีมีความเป็นธรรมมากยิ่งขึ้น และเพิ่มประสิทธิภาพในการใช้จ่ายและการกำหนดนโยบายของภาครัฐ ที่จะสามารถนำภาษีมาจ่ายเงินคืนให้กับผู้ที่สมควรได้รับประโยชน์ หรือกลุ่มเป้าหมายที่รัฐบาลกำหนด รวมถึงพัฒนาระบบให้สามารถแยกประเภทสินค้าที่รัฐต้องการส่งเสริมในแต่ละช่วงเวลาได้”

แหล่งข่าวจากกระทรวงคลัง กล่าวว่า สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) เห็นว่าควรดำเนินมาตรการดังกล่าวต่อเนื่องในปีต่อ ๆ ไป แต่ต้องปรับปรุงในรายละเอียดมากขึ้น เพื่อต่อยอด เพราะจะเป็นการผลักดันให้เกิดการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน “ระบบการชำระเงินแบบอิเล็กทรอนิกส์” และ “ระบบภาษีอิเล็กทรอนิกส์” อย่างเป็นรูปธรรมสูงสุด

“มาตรการจะมุ่งสู่การกำหนดเงื่อนไข เช่น จะต้องจ่ายค่าซื้อสินค้าและบริการผ่านทางอิเล็กทรอนิกส์ (รวมถึงบัตรเครดิต) ซื้อสินค้าและบริการกับผู้ประกอบการจดทะเบียน VAT โดยผู้ประกอบการ ต้องมีระบบ POS ช่วยเก็บบันทึกการขาย ยอดขาย จำนวน VAT ที่แยกออกจากราคาสินค้าและบริการ รายละเอียดสินค้า พิมพ์ใบกำกับภาษี และต้องรับและส่งข้อมูลจำนวน VAT ในแต่ละรายการที่รับชำระค่าสินค้าและบริการได้แบบ real-time รวมถึงต้องพัฒนาระบบให้สามารถแยกประเภทสินค้าที่รัฐต้องการจะส่งเสริมในแต่ละช่วงเวลาได้ เป็นต้น เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการจัดเก็บภาษีอากรและประสิทธิภาพในการใช้จ่ายของภาครัฐต่อไป” แหล่งข่าวกล่าว

ขณะที่ “เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ” อธิบดีกรมสรรพากร ระบุว่า ได้ให้นโยบายผู้บริหารสรรพากรทั่วประเทศขับเคลื่อนองค์กรด้วยดิจิทัลอย่างเข้มข้นต่อเนื่อง โดยขณะนี้กำลังพัฒนาระบบการออกใบกำกับภาษี/ใบเสร็จภาษีอิเล็กทรอนิกส์ (e-Tax invoice/e-Receipt) ซึ่งผู้ประกอบการที่ลงทุนพัฒนาระบบ e-Tax invoice/e-Receipt รวมถึงระบบ POS และระบบการนำส่งภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่ายอิเล็กทรอนิกส์ (e-Withholding tax) สามารถนำรายจ่ายจากการลงทุนดังกล่าวมาหักภาษีได้ 2 เท่า ขณะที่ล่าสุด ก็มีบริการอากรแสตมป์สำหรับตราสารอิเล็กทรอนิกส์ (e-Stamp) เริ่มใช้ตั้งแต่เดือน ก.ค.เป็นต้นไป

“กรมจะยึดหลักการว่า หากใครเข้าระบบอิเล็กทรอนิกส์จะถือว่าเป็นผู้ประกอบการที่ดี ไม่จัดอยู่ในกลุ่มเสี่ยงที่กรมจะต้องตรวจสอบอย่างเข้มข้น ซึ่งในกรณีกลุ่มเสี่ยงนั้นหากตรวจสอบแล้วพบว่า เสียภาษีไม่ถูกต้อง ก็จะถูกเรียกเก็บภาษีที่ขาด พร้อมเบี้ยปรับและเงินเพิ่ม รวมถึงหากมีการใช้ใบกำกับภาษีปลอม ก็ยังต้องถูกดำเนินคดีทางอาญาอีกด้วย” อธิบดีกรมสรรพากรระบุ

จะเห็นได้ว่า ถึงแม้ว่า “แต๊ะเอียช่วยชาติ” จะดูไม่ค่อยเวิร์กนักในแง่ผลการดำเนินงาน แต่กระทรวงการคลังและกรมสรรพากรก็ปักธงชัดเจนแล้วว่า ระบบภาษีอิเล็กทรอนิกส์ คือ คำตอบที่จะช่วยให้เก็บภาษีได้อย่างเต็มเม็ดเต็มหน่วยมากขึ้นในระยะข้างหน้า