เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ทุน BOI ทะลุ 1.47 ล้านล้าน ดันตลาด EPC รับลงทุน Data Center-พลังงานสะอาด
Business ทุน BOI ทะลุ 1.47 ล้านล้าน ดันตลาด EPC รับลงทุน Data Center-พลังงานสะอาด
ราคาบิตคอยน์วันนี้ (23 ต.ค. 69) ปรับลง 3.52% อยู่ที่ 81,313 เหรียญสหรัฐ
Finance ราคาบิตคอยน์วันนี้ (23 ต.ค. 69) ปรับลง 3.52% อยู่ที่ 81,313 เหรียญสหรัฐ
ราคาน้ำมันวันนี้ (23 ต.ค. 69) เช็กราคาดีเซล-แก๊สโซฮอล์ล่าสุด
News ราคาน้ำมันวันนี้ (23 ต.ค. 69) เช็กราคาดีเซล-แก๊สโซฮอล์ล่าสุด
Thai PBS กับโจทย์ใหญ่สื่อสาธารณะ งบ 2,000 ล้าน อิสระ และความอยู่รอด
News Thai PBS กับโจทย์ใหญ่สื่อสาธารณะ งบ 2,000 ล้าน อิสระ และความอยู่รอด
มนร.ถอดรหัสน้ำผึ้งมรกต ‘ต่อยอด’ งานวิจัยถึงเซลล์มะเร็ง
SD มนร.ถอดรหัสน้ำผึ้งมรกต ‘ต่อยอด’ งานวิจัยถึงเซลล์มะเร็ง
ดีเดย์ 1 พ.ย. กม.ใหม่ ยิง ADs เข้าไทยต้องสแกนหน้า 4 บิ๊กแพลตฟอร์ม เมิน ไม่ชี้แจงความพร้อม
Tech ดีเดย์ 1 พ.ย. กม.ใหม่ ยิง ADs เข้าไทยต้องสแกนหน้า 4 บิ๊กแพลตฟอร์ม เมิน ไม่ชี้แจงความพร้อม
‘จิตติมา’ ดัน IP ค้ำเงินกู้เอสเอ็มอี
Economic ‘จิตติมา’ ดัน IP ค้ำเงินกู้เอสเอ็มอี
ถอดรหัส OR รุก Budget Hotel ปั้นธุรกิจ (ใหม่) ต่อยอดสมบัติ (เก่า)
Business ถอดรหัส OR รุก Budget Hotel ปั้นธุรกิจ (ใหม่) ต่อยอดสมบัติ (เก่า)
ทีทีบี เดินหน้าซื้อหุ้นคืน 1.4 หมื่นล้าน 16-27 พ.ย.นี้ กำหนดกรอบราคา 2.49-2.63 บาท
Finance ทีทีบี เดินหน้าซื้อหุ้นคืน 1.4 หมื่นล้าน 16-27 พ.ย.นี้ กำหนดกรอบราคา 2.49-2.63 บาท
วันหยุด 23 ตุลาคม 2569 วันปิยมหาราช ขึ้นทางด่วนฟรี 3 สาย
News วันหยุด 23 ตุลาคม 2569 วันปิยมหาราช ขึ้นทางด่วนฟรี 3 สาย
ดูทั้งหมด

เรตติ้งลด…ทีวีฝุ่นตลบ ปรับกลยุทธ์-ระดมคอนเทนต์ ชิงคนดู

17 ก.ค. 2562 | 20:51น.

ผ่านครึ่งปีแรกไปอย่างทุลักทุเลแต่ธุรกิจทีวีดิจิทัลก็ยังต้องเดินต่อ ท่ามกลางความนิยมผู้ชม (เรตติ้ง) ที่ลดลงต่อเนื่อง จากพฤติกรรมการรับสื่อที่เปลี่ยนไป ล่าสุด หลายช่องเรตติ้งยังติดหล่ม กู้ตัวเลขกลับคืนมายังไม่ได้ สะท้อนจากรายงานของบริษัท เดอะ นีลเส็น คอมปะนี (ประเทศไทย) จำกัด ที่ระบุว่า เรตติ้งของผู้ชมในกลุ่มอายุ 4 ปีขึ้นไป ช่วงครึ่งปีแรกนี้ (มกราคม-มิถุนายน 62) พบว่าช่องติดกลุ่มท็อป 4 ยังรักษาอันดับได้ แต่ในแง่เรตติ้งมีแนวโน้มลดลงเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อน

ส่วนอันดับที่ 5-10 มีการเปลี่ยนแปลงตำแหน่งของอันดับช่องเล็กน้อย เช่น ช่องวัน 31 ขยับขึ้นมาอยู่อันดับ 5 จากอันดับที่ 6 พร้อมเรตติ้งที่เพิ่มเป็น 0.543 จากช่วงเดียวกันปีก่อนที่มีเรตติ้ง 0.522 ตามด้วย ไทยรัฐ ขึ้นมาอยู่อันดับที่ 6 จากเดิมอยู่ที่ 7 ด้วยเรตติ้ง 0.426 จากช่วงเดียวกันปีก่อนที่มีเรตติ้ง 0.338 เช่นเดียวกับพีพีทีวี ที่ไต่ขึ้นมาติดท็อป 10 จากเรตติ้ง 0.193 จากช่วงเดียวกันปีก่อนที่มีเรตติ้ง 0.153

ขณะที่อมรินทร์ทีวี แม้อยู่ในอันดับ 8 แต่ตัวเลขเรตติ้งกลับลดลง เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อน โดยมีเรตติ้ง 0.307 จากช่วงเดียวกันปีก่อน ที่มีเรตติ้ง 0.321 ส่วน ช่อง 8 จากเดิมเคยติดท็อป 5 ตลอด 5 ปีที่ผ่านมาก็ตกมาอยู่อันดับ 7 และเรตติ้งเหลือ 0.309 จากปีก่อนที่มีเรตติ้ง 0.589

หากย้อนกลับไป พบว่าครึ่งปีแรกที่ผ่านมา แทบทุกช่องต่างเคลื่อนไหวอย่างหนัก ทั้งเพิ่มคอนเทนต์แม่เหล็กหวังดันเรตติ้งติดท็อป 10 ให้เร็วที่สุด ตามมาด้วยการปรับโมเดลธุรกิจ เพื่อหารายได้ใหม่ อาทิ ช่อง 7 เจ้าตลาด ที่เคยถูกมองว่าเป็นเสือนอนกิน ไม่ต้องออกแรงอะไรมากแต่เม็ดเงินโฆษณาก็วิ่งเข้าหา เมื่อถึงคราวจำเป็นก็ต้องลุกขึ้นมาปรับตัวยกใหญ่ เพื่อรักษาพื้นที่เดิมไว้ให้ได้ โดยเขย่าผังรายการบ่อยขึ้น หรือเฉลี่ย 6 เดือนครั้ง พร้อมทยอยปล่อยทีเด็ดลงจอ

ล่าสุดครึ่งปีหลังนี้ก็เพิ่งเติมรายการใหม่ เช่น THE NEXT IRON CHEF รายการ “World Star ดาวคู่ดาว” เป็นต้น
รวมถึงไฮไลต์ละครหลังข่าวลอตใหม่ ซึ่งชื่อของ “เวียร์ ศุกลวัฒน์” จาก “ผู้บ่าวอินดี้ ยาหยีอินเตอร์” ที่กำลังออกอากาศวันศุกร์ เสาร์ อาทิตย์ ก็ไม่ทำให้ช่อง 7 ผิดหวัง เพราะโกยเรตติ้งสูงสุดให้ช่องของเดือนมิถุนายนนี้ถึง 8.873

ส่วนช่อง 3 เบอร์ 2 ของตลาด หลังจากที่คู่แข่งไล่เก็บเรตติ้งมาติด ๆ ก็ต้องเคลียร์ปัญหาภายในให้จบ เพื่อเดินหน้าต่อให้ได้ โดยงานนี้ “อริยะ พนมยงค์” แม่ทัพคนใหม่ ได้ประกาศทุ่มสุดตัว ทั้งการ rethink กลยุทธ์และวางแผนใหม่ทุก ๆ ด้าน ทั้งคอนเทนต์ บุคลากร ตั้งเป้าพา ช่อง 3 กลับมายิ่งใหญ่อีกครั้ง

ขณะที่ ช่องวัน และพีพีทีวี ต่างฝ่ายต่างอัดคอนเทนต์แม่เหล็กไม่ยั้ง โดย “ถกลเกียรติ วีรวรรณ” หัวเรือใหญ่ ช่องวัน 31 ย้ำว่า ช่องวัน จะเร่งใส่คอนเทนต์ใหม่ ๆ โดยเฉพาะละคร ตามด้วยการเขย่าผังรายการวันเสาร์-อาทิตย์ ด้วยการเติมรายการวาไรตี้ ละครลงจอ ถือเป็นการปิดจุดบอดช่วงวันหยุดและเสริมความแข็งแรงให้ช่อง ตั้งเป้าว่าปีนี้จะพาช่องติดท็อป 3 ให้ได้

ส่วนพีพีทีวี ก็ยอมไม่ได้ โดยปล่อยละครลงผังครึ่งปีหลังนี้ ออนแอร์ทุกวันพุธ-ศุกร์ เวลา 20.15-21.15 น. และเตรียมละครอีกกว่า 10 เรื่อง พร้อมเสริมทัพด้วย พรีเมี่ยมลีกอังกฤษฤดูกาลใหม่

“สุรินทร์ กฤตยาพงศ์พันธ์” กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท บางกอก มีเดียแอนด์ บรอดแคสติ้ง จำกัด ผู้บริหารพีพีทีวี ให้มุมมองว่า ทีวีไม่เหมือนธุรกิจอื่น คนดูทีวีไม่ลอยัลตี้ ถ้าใส่รายการคุณภาพ คนก็จะมาดูเรา แต่อาจจะต้องใช้เวลาและความต่อเนื่องเข้ามาช่วย เชื่อว่า ถ้าเราใส่คอนเทนต์คุณภาพ เรตติ้งก็จะเพิ่มขึ้นและสามารถแข่งขันได้ จนทำให้ช่องติดท็อป 5 ได้แน่นอน

ความเคลื่อนไหวของช่อง 8 ภายใต้การคุมทัพของ “สุรชัย เชษฐโชติศักดิ์” ก็ปรับโมเดลธุรกิจยกใหญ่ ด้วยการหันมาให้ความสำคัญกับการเพิ่มรายได้ในส่วนธุรกิจสื่อที่อยู่ในมือและนำมาต่อยอดธุรกิจการขายสินค้า เพื่อหารายได้ชดเชยเม็ดเงินโฆษณาสื่อทีวีที่หายไป

ขณะที่อมรินทร์ทีวี ที่เปิดตัวธุรกิจทีวีโฮมช็อปปิ้ง “อมรินทร์ ช็อปปิ้ง” ไปเมื่อต้นปี พร้อมทุ่มอีก 500 ล้านบาท เสริมความแข็งแกร่งคอนเทนต์

สำหรับ “เวิร์คพอยท์ทีวี” ที่แม้ว่าเรตติ้งจะติดอยู่ในกลุ่มหัวแถว แต่ก็พยายามจะเพิ่มรายได้จากช่องทางอื่น ๆ เข้ามาเสริม โดยเฉพาะธุรกิจโฮมช็อปปิ้ง “1346 Hello Shops” พร้อมกับเติมรายการใหม่ลงจออย่างหนักหน่วงในช่วงครึ่งปีหลังนี้ เช่น กล่องของขวัญ (Big Box) ทุกวันจันทร์-ศุกร์ เวลา 19.15-20.00 น. แทน ปริศนาฟ้าแล่บ ตามด้วย 10 Fight 10 เป็นต้น หวังเพิ่มเรตติ้ง

“ธราภุช จารุวัฒนะ” ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ไอพีจี มีเดียแบรนด์ ประเทศไทย ให้มุมมองว่า ทีวีดิจิทัลยังต้องเผชิญกับมรสุมลูกใหญ่อยู่ นั่นคือเม็ดเงินโฆษณาที่เป็นรายได้หลักของธุรกิจนี้ค่อย ๆ ลดลง โดยช่วง 5 เดือนที่ผ่านมา ตลาดนี้มีมูลค่า 27,150 ล้านบาท โต 0.87% จากช่วงเดียวกันปีก่อนที่มีมูลค่า 26,916 ล้านบาท

ขณะที่แนวโน้มเรตติ้งก็ยังคงขึ้นลงตามความแรงของคอนเทนต์ ถ้าช่องไหนมีคอนเทนต์แรง เรตติ้งก็พุ่งขึ้น ดังนั้นแต่ละช่องก็พยายามหาคอนเทนต์ใหม่เข้ามาเติมต่อเนื่อง แต่ท้ายที่สุด การใช้งบฯโฆษณาของสินค้าก็ยังวนกลับมาที่เดิม คือเรตติ้งและค่าโฆษณาที่จ่ายออกไปครอบคลุมและคุ้มค่ากับจำนวนคนดูหรือไม่ ถ้าคุ้มค่าสินค้าก็ยอมจ่าย

อย่างไรก็ตาม ครึ่งปีหลังนี้แม้ทีวีจะหายไป 7 ช่อง แต่ภาพรวมของตลาดทีวีที่เหลือผู้เล่นอยู่ 15 ช่อง ก็ยังไม่เปลี่ยนจากเดิม ทุกช่องพร้อมลุยต่อ ดังนั้นการแข่งขันก็จะรุนแรงขึ้นต่อเนื่อง โดยเฉพาะการแข่งกันด้านคอนเทนต์ เพื่อดึงคนดูให้มากที่สุด

ท่ามกลางปัจจัยที่ถาโถมเข้ามาและจำนวนคู่แข่งที่ไม่ได้จำกัดอยู่เฉพาะแค่ทีวีด้วยกัน แต่หมายรวมถึงทุกแพลตฟอร์ม ทำให้ทีวีต้องปรับกลยุทธ์ในหลาย ๆ มิติ เพื่ออยู่ต่อให้ได้เพราะธุรกิจยังต้องเดินต่อไป