เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ปลัดคลัง ชี้ ‘รถเก่าแลกรถกระบะใหม่’ ต้องซื้อปิกอัพใช้ B20 ยันกำจัดซากได้ปีละ 1 หมื่นคัน
Finance ปลัดคลัง ชี้ ‘รถเก่าแลกรถกระบะใหม่’ ต้องซื้อปิกอัพใช้ B20 ยันกำจัดซากได้ปีละ 1 หมื่นคัน
วัธนเวคิน จับมือ EIM เปิด ‘ดัลลิช คอลเลจ กรุงเทพ’ รร.นานาชาติ ย่านบางนา
การศึกษา วัธนเวคิน จับมือ EIM เปิด ‘ดัลลิช คอลเลจ กรุงเทพ’ รร.นานาชาติ ย่านบางนา
เปิดแล้วธุรกิจใหม่ ลูกสาวเศรษฐา ‘ชีสเค้กฮอกไกโด’
Biz Movement เปิดแล้วธุรกิจใหม่ ลูกสาวเศรษฐา ‘ชีสเค้กฮอกไกโด’
สรรพสามิต ชงขอใช้เงินกู้ลุย ‘รถเก่าแลกรถกระบะใหม่-อุดหนุนมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้า’ รวม 1.2 หมื่นล้าน
Finance สรรพสามิต ชงขอใช้เงินกู้ลุย ‘รถเก่าแลกรถกระบะใหม่-อุดหนุนมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้า’ รวม 1.2 หมื่นล้าน
‘สหัสวัต’ ชี้ CI ไม่ใช่ใบการันตีสัญชาติ-อาชญากรรม จี้รัฐบาลไทยขึ้นทะเบียนแรงงานเอง
Politics ‘สหัสวัต’ ชี้ CI ไม่ใช่ใบการันตีสัญชาติ-อาชญากรรม จี้รัฐบาลไทยขึ้นทะเบียนแรงงานเอง
แสนสิริ x SCB WEALTH จัดเสวนาสุดเอ็กซ์คูลซีฟ ไฮไลต์ “เศรษฐา-ทศ-อาทิตย์” แชร์เบื้องหลังบริหารธุรกิจสู่ระดับโลก
Real Estate แสนสิริ x SCB WEALTH จัดเสวนาสุดเอ็กซ์คูลซีฟ ไฮไลต์ “เศรษฐา-ทศ-อาทิตย์” แชร์เบื้องหลังบริหารธุรกิจสู่ระดับโลก
OR กำไร 5,138 ล้านบาท ฟื้นตัวจากไตรมาสก่อนเดินหน้ารุกธุรกิจ Lifestyle
Economic OR กำไร 5,138 ล้านบาท ฟื้นตัวจากไตรมาสก่อนเดินหน้ารุกธุรกิจ Lifestyle
ฮุนได ถล่มเดือดส่งท้ายปี ให้ส่วนลดสูงสุด 5 แสนบาท
Automotive ฮุนได ถล่มเดือดส่งท้ายปี ให้ส่วนลดสูงสุด 5 แสนบาท
GULF กำไร Q3 เกือบหมื่นล้านรับธุรกิจไฟฟ้าฟื้น-AIS หนุน ลุย COD โรงไฟฟ้าใหม่กว่า 600 MW ปี’70
Economic GULF กำไร Q3 เกือบหมื่นล้านรับธุรกิจไฟฟ้าฟื้น-AIS หนุน ลุย COD โรงไฟฟ้าใหม่กว่า 600 MW ปี’70
KGH ปั้นแบรนด์ “KUO” พลิกเกมแฟรนไชส์โรงแรม 2-3 ดาว เจาะกลุ่มทุนต่ำ
Biz Movement KGH ปั้นแบรนด์ “KUO” พลิกเกมแฟรนไชส์โรงแรม 2-3 ดาว เจาะกลุ่มทุนต่ำ
ดูทั้งหมด

ติดดาบแบงก์เร่งยึดทรัพย์ ล้างพอร์ตหนี้เน่า 2 แสนล้าน

09 ก.ย. 2560 | 23:00น.

แบงก์เฮ!กฎหมายวิธีแพ่งฉบับใหม่ เอื้อแบงก์ให้เคลียร์หนี้เสีย-ยึดทรัพย์เร็วขึ้น เผยลดขั้นตอน “ไม่ต้องยื่นศาล-ห้ามคัดค้านราคา-ห้ามร้องเพิกถอนการขาย” แบงก์กรุงไทยเผยทีมกฎหมายเตรียมพร้อมเร่งสางคดีค้างเก่าตามหนี้คืน กรมบังคับคดีเผยทรัพย์ค้างพอร์ตรอขายทอดตลาดกว่า 2 แสนล้าน 

ปลดล็อกยึดทรัพย์ 2 แสนล้าน

แหล่งข่าวจากกรมบังคับคดี เปิดเผย”ประชาชาติธุรกิจ” ว่า การแก้ไขประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง (วิฯ แพ่ง)ฉบับที่ 30 ซึ่งประกาศในราชกิจจานุเบกษาเมื่อ 6 ก.ค. 2560 และมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 5 ก.ย. 2560 เป็นต้นไป ถือเป็นการปรับปรุงกฎหมายให้สอดคล้องกับสภาพเศรษฐกิจ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ ลดขั้นตอนการบังคับคดี รวมถึงลดโอกาสการใช้ช่องทางกฎหมายเพื่อประวิงคดี โดยเฉพาะการขายทอดตลาดทรัพย์ที่อยู่ระหว่างรอการขายทอดตลาดจะทำได้รวดเร็วขึ้นกว่าเดิม เนื่องจากมีการลดขั้นตอนการขออนุญาตศาลขายทอดตลาดลง โดยการแก้ไขกฎหมายนี้จะเป็นประโยชน์กับทั้งเจ้าหนี้ และลูกหนี้ โดยเจ้าหนี้ก็จะรับชำระหนี้เร็วขึ้นช่วยเพิ่มสภาพคล่อง ส่วนลูกหนี้การชำระหนี้ได้เร็วขึ้นก็ทำให้ไม่ต้องเสียดอกเบี้ยเพิ่ม เพราะตลอดเวลาที่อยู่ในกระบวนการบังคับคดี อัตราดอกเบี้ยก็ยังเดิน

แหล่งข่าวกล่าวว่า ปัจจุบันกรมบังคับคดีมีทรัพย์สินที่อยู่ระหว่างรอการขายทอดตลาดทั้งที่ดิน ห้องชุด ฯลฯ เป็นมูลค่ามากกว่า 2 แสนล้านบาท ซึ่งการระบายออกไปได้จะเกิดผลดีต่อเศรษฐกิจ

“กฎหมายวิฯ แพ่ง ฉบับนี้มีการเสนอแก้ไขมานานแล้ว แต่เรื่องไปค้างอยู่ที่กฤษฎีกา พอนางสาวรื่นวดี สุวรรณมงคล อธิบดีกรมบังคับคดี มารับตำแหน่งเมื่อปี 2557 ก็ผลักดัน เนื่องจากมองว่าจะทำให้เกิดประโยชน์ต่อระบบเศรษฐกิจ เพราะเป็นปัจจัยบวกต่อการประเมินความยากง่าย ในการประกอบธุรกิจ (Ease of Doing Business) ของธนาคารโลกด้วย”

แหล่งข่าวกล่าวว่า กฎหมายใหม่ มีการลดขั้นตอนการขออนุญาตศาลขายทอดตลาด โดยกำหนดว่า เมื่อพ้นจาก 60 วัน นับตั้งแต่เจ้าพนักงานบังคับคดีดำเนินการยึดทรัพย์แล้ว ให้สามารถนำทรัพย์ที่ยึดมาออกขายทอดตลาดได้ทันที จากเดิมกว่าจะขออนุญาตศาลให้มีคำสั่งขายทอดตลาดทรัพย์ที่ยึดมาได้มีหลายขั้นตอนซึ่งค่อนข้างใช้เวลานาน

ยกเลิกสิทธิคัดค้านขายทรัพย์

นอกจากนี้กฎหมายเก่าเปิดโอกาสให้ผู้มีส่วนได้เสีย เช่น เจ้าหนี้ ลูกหนี้ ผู้รับจำนอง เจ้าของร่วม สามารถคัดค้านการขายทรัพย์ได้ เมื่อมีการคัดค้าน ก็ทำให้ต้องเลื่อนการขายทอดตลาดออกไปอีก 21 วัน และปกติจะมีการคัดค้านกันหลาย ๆ รอบ ทำให้การขายทอดตลาดล่าช้าออกไปอีก ดังนั้นกฎหมายใหม่จะไม่ให้สิทธิในการคัดค้านการขายทรัพย์แล้ว แต่จะให้สิทธิในการหาคนเข้าไปสู้ราคาในการประมูลขายทรัพย์ได้เลย หรือจะเข้าไปร่วมเสนอราคาประมูลเองก็ได้

แหล่งข่าวกล่าวอีกว่า กฎหมายใหม่ ยังมีการยกเลิกการเปิดให้ร้องขอเพิกถอนการขายทอดตลาดทรัพย์อันเนื่องมาจากขายที่เจ้าของทรัพย์มองว่าได้ราคาต่ำอีกด้วย ซึ่งกฎหมายเดิมสามารถร้องได้ โดยศาลจะใช้เวลาพิจารณาไม่เกิน 90 วัน แต่กฎหมายใหม่กำหนดให้ผู้มีส่วนได้เสียสามารถขอเปลี่ยนแปลงวิธีการขาย เป็นแบบแยกรายการ หรือขายรวมกันไป ในกรณีที่ยึดทรัพย์มาหลายรายการ โดยให้สิทธิร้องคัดค้านก่อนถึงวันขาย แต่ต้องภายใน 3 วัน นับตั้งแต่วันประกาศกรณีมีผู้อ้างว่าทรัพย์ที่ยึดไว้ไม่ใช่ทรัพย์ของลูกหนี้ตามคำพิพากษา จะเปิดให้ยื่นคำร้องต่อศาลได้ภายใน 60 วัน นอกจากนี้ผู้ที่ซื้อทรัพย์จากการขายทอดตลาดสามารถขอให้ศาลสั่งให้ลูกหนี้ออกจากพื้นที่ได้

แหล่งข่าวกล่าวอีกว่า กฎหมายใหม่ยังให้ความคุ้มครองลูกหนี้มากขึ้น โดยกำหนดมูลค่าทรัพย์สินที่ไม่สามารถยึดตามคำพิพากษาสูงขึ้นด้วย ได้แก่ทรัพย์สินของใช้ส่วนตัว เช่น เครื่องนุ่งห่ม เครื่องใช้ในครัวเรือนไม่เกิน 20,000 บาท และส่วนของเครื่องมือเครื่องใช้ในการประกอบอาชีพไม่เกิน 100,000 บาท

นอกจากนี้ได้กำหนดทรัพย์สินที่ไม่อยู่ในความรับผิดชอบแห่งการบังคับคดี คือเป็นสิทธิเรียกร้องของลูกหนี้ที่อายัดไม่ได้ เช่น เงินเดือน ค่าจ้าง ไม่เกินเดือนละ 20,000 บาท และบำเหน็จหรือค่าชดเชยไม่เกิน 300,000 บาท

เอื้อแบงก์-เอื้อเศรษฐกิจ

ด้านนายบุญทักษ์ หวังเจริญ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธนาคารทหารไทย หรือ TMB กล่าวว่า การแก้ไขประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ที่ช่วยเร่งขบวนการบังคับคดี การยึดทรัพย์ต่าง ๆ ให้รวดเร็วขึ้นนั้น เชื่อว่าส่งผลดีระบบแบงก์ให้มีการเร่งเคลียร์หลักทรัพย์ที่อยู่ระหว่างการบังคับคดีใด้รวดเร็วขึ้น เพราะเดิมเมื่อเข้าสู่ขบวนการฟ้องร้อง และการบังคับคดีของศาลจะต้องใช้ระยะเวลานาน เช่น บ้านที่ต้องใช้ระยะเวลาถึง 4-5 ปี กว่าจะยึดทรัพย์ได้ กฎหมายฉบับนี้ก็ถือมาสร้างความเป็นธรรม และมาเร่งขั้นตอนต่าง ๆ ให้จบเร็วขึ้น

“กฎหมายนี้ ไม่เพียงแต่ส่งผลบวกต่อระบบแบงก์ แต่ยังส่งผลดีต่อระบบเศรษฐกิจด้วย เพราะการเกิดเอ็นพีแอลในระบบเศรษฐกิจถือป็นการกระจายทรัพย์ที่ผิดเซ็กเตอร์ หากไม่สามารถนำกลับมากระจายใหม่ เศรษฐกิจก็ไม่มีทางจะฟื้นได้เร็ว โดยรวมแล้วกฎหมายนี้เป็นการทำให้แบงก์ยึดทรัพย์ทำได้ง่ายขึ้น จากเดิมกระบวนการบังคับคดีของอสังหาริมทรัพย์ไม่ว่าบ้านหรือโรงงานต่าง ๆ จะต้องใช้เวลาราว 4-5 ปี ซึ่งปัญหาส่วนใหญ่ของเราคือเมื่อเป็นหนี้เสียแล้ว กระบวนการยาวมากกว่าจะยึดทรัพย์ได้” นายบุญทักษ์กล่าว

โดยหลักทรัพย์ที่เป็นปัญหาอยู่ระหว่างการฟ้องร้องและเข้าสู่การบังคับคดีของธนาคาร ส่วนใหญ่ธนาคารได้มีการตั้งสำรองและตัดหนี้สูญ หรือ Write off ไปแล้ว โดยพอร์ตตอนนี้มีประมาณ 2.6 หมื่นล้านบาท

นายบุญทักษ์กล่าวเพิ่มเติมว่า ถือว่าเป็นการสร้างความเป็นธรรมทางกฎหมาย คือกระบวนการยึดทรัพย์ต้องเร็ว แต่ขณะเดียวกันก่อนหน้านี้ก็มีการกฎหมายล้มละลายที่เอื้อให้ลูกหนี้มีเวลาในการปรับตัว และเคลียร์ปัญหาต่าง ๆ ถ้าปรับได้ก็เป็นประโยชน์ต่อทุกฝ่ายคือต่อแบงก์ ต่อลูกหนี้ แต่ถ้าปรับตัวไม่ได้ก็ต้องทำให้กระบวนการยึดทรัพย์เร็ว กฎหมายทั้งสองตัว จึงเป็นกฎหมายที่ถ่วงดุลกัน และสร้างความเป็นธรรม ทั้งในส่วนของแบงก์และลูกหนี้

KTB เตรียมเอกสารเร่งคดี

นายผยง ศรีวณิช กรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงไทย กล่าวว่า ธนาคารได้เตรียมตัวพอสมควร ในการรับกฎหมายใหม่ ทั้งในส่วนของการเตรียมเอกสารต่าง ๆ เพื่อมาดูว่า ขณะนี้มีคดีความใดที่อยู่ระหว่างการยึดทรัพย์และการบังคับคดีของศาลบ้าง ซึ่งเมื่อกฎหมายบังคับใช้ก็หวังว่าจะสามารถเร่งให้ธนาคารสามารถเคลียร์คดีเก่า ๆ และเร่งขบวนการเจรจายึดทรัพย์ให้รวดเร็วขึ้นได้

กฎหมายนี้มีผลบวกกับธนาคารค่อนข้างมาก อย่างไรก็ตาม แม้กฎหมายจะทำให้แบงก์ทำงานง่าย และยึดหลักทรัพย์มาเป็นของแบงก์เร็วขึ้น แต่วิธีการระบายหลักทรัพย์เหล่านั้น ทำได้ยากในภาวะปัจจุบันที่เอ็นพีเอ หรือทรัพย์รอการขายล้นตลาด เพราะทุกแบงก์มีการนำหลักทรัพย์ที่มีปัญหา และหนี้เสียต่าง ๆ ออกมาขายตลาดมากขึ้น ดังนั้นการขายเอ็นพีเอ เอ็นพีแอลจากพอร์ตธนาคารทำได้ยากขึ้น

ดังนั้นวิธีการเมื่อยึดทรัพย์มาแล้ว ธนาคารก็ต้องดูวิธีการจัดการหลักทรัพย์ต่าง ๆ อย่างเหมาะสม ไม่ใช่หน้ามืดขาย โดยการลดราคาหลักทรัพย์เพื่อเร่งระบายหนี้เสียเหล่านี้ออกจากพอร์ต ดังนั้นก็ต้องรอจังหวะที่ดี ราคาดี เหมาะสมธนาคารจึงจะตัดพอร์ตออกขาย

“กฎหมายนี้ จะช่วยลดขั้นตอนที่ยืดยาวให้สั้นลง การยึดทำได้ง่ายขึ้น หลังจากนั้นแบงก์ก็เอามาขายก็ได้ แต่เวลานี้ ขายยาก ซึ่งเราก็ไม่เร่งขายจนขาดทุน วันนี้แม้กฎหมายเอื้อ แต่เราก็ไม่สามารถเคลียร์หลักทรัพย์ต่าง ๆ ได้เร็วนัก” นายผยงกล่าว

กสิกรฯชี้ลดภาระต้นทุนแบงก์

นายปรีดี ดาวฉาย กรรมการผู้จัดการ ธนาคารกสิกรไทย กล่าวว่า ปัจจุบันเคสที่อยู่ในขั้นตอนการเจรจา ระหว่างลูกหนี้กับแบงก์เจ้าหนี้ของศาลมีค่อนข้างมาก ซึ่งแต่ละเคสต้องใช้ระยะเวลาเจรจาค่อนข้างนานบางเคสถึง 1 ปีครึ่ง หรือมากกว่านั้น ถึงจะสามารถปิดคดี และเข้าสู่ขบวนการยึดทรัพย์ได้ ซึ่งเหล่านี้ถือเป็นการสร้างต้นทุนให้แบงก์ ในการบริหารจัดการหลักทรัพย์เหล่านี้ ดังนั้นเมื่อกฎหมายนี้ออกมาก็เชื่อว่าจะส่งผลบวกต่อแบงก์ให้สามารถตัดขบวนการเจรจาการยึดทรัพย์ทำให้เร็วขึ้นได้

“หลักทรัพย์เยอะที่ติดอยู่ที่ศาล ที่เคลียร์กันไม่ได้ ซึ่งส่วนนี้ก็อยู่ในเอ็นพีเอของธนาคาร ซึ่งก็เชื่อว่าหากเคลียร์ได้ ก็ส่งผลบวกต่อแบงก์แน่นอน เพราะจะเร่งระบายเอ็นพีเอเก่า ๆ ออกไปได้” นายปรีดีกล่าว

แท็กที่เกี่ยวข้อง

การเงิน หุ้น