เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ในหลวง พระราชินี ทอดพระเนตรคอนเสิร์ต “โอเปรา โกส์ ทู ฮอลลีวูด”
ข่าวในพระราชสำนัก ในหลวง พระราชินี ทอดพระเนตรคอนเสิร์ต “โอเปรา โกส์ ทู ฮอลลีวูด”
บินตรง “คุนหมิง-อุดรฯ” ล่ม ทัวร์เร่งคืนเงินเต็มจำนวนหวั่นกระทบภาพลักษณ์
เศรษฐกิจภูมิภาค บินตรง “คุนหมิง-อุดรฯ” ล่ม ทัวร์เร่งคืนเงินเต็มจำนวนหวั่นกระทบภาพลักษณ์
“โอปอล สุชาตา” เตรียมอำลาตำแหน่ง Miss World 2026
Biz Movement “โอปอล สุชาตา” เตรียมอำลาตำแหน่ง Miss World 2026
“ชัชชาติ” สำรวจ ดาต้าเซ็นเตอร์ พระราม9 หลังชาวบ้าน-ร้านค้าร้องกลิ่นน้ำมันคลุ้ง
News “ชัชชาติ” สำรวจ ดาต้าเซ็นเตอร์ พระราม9 หลังชาวบ้าน-ร้านค้าร้องกลิ่นน้ำมันคลุ้ง
‘เอสซี-เสนา’ ฝ่าวิกฤตกู้ยาก ผนึก ‘แบงก์ใหญ่’ ช่วยคนซื้อบ้าน 
Real Estate ‘เอสซี-เสนา’ ฝ่าวิกฤตกู้ยาก ผนึก ‘แบงก์ใหญ่’ ช่วยคนซื้อบ้าน 
ยศชนัน-ศูนย์กันก่อนท่วม ชู Localize Technology ปั้นน้ำเป็นทุนเศรษฐกิจ
การศึกษา ยศชนัน-ศูนย์กันก่อนท่วม ชู Localize Technology ปั้นน้ำเป็นทุนเศรษฐกิจ
WOODY เจ้าตลาดคอนเทนต์สู่ Well-being Ecosystem
Biz Movement WOODY เจ้าตลาดคอนเทนต์สู่ Well-being Ecosystem
เปิดหลังบ้านความยั่งยืน NCC ‘Carbon Neutral Event’ เรื่องที่ไม่เคยถูกเล่ามาก่อน
SD เปิดหลังบ้านความยั่งยืน NCC ‘Carbon Neutral Event’ เรื่องที่ไม่เคยถูกเล่ามาก่อน
ไทยเบฟร่วม Bangkok Business Summit 2026 ชู SEP สร้างการเติบโตยั่งยืน
SD ไทยเบฟร่วม Bangkok Business Summit 2026 ชู SEP สร้างการเติบโตยั่งยืน
เชียงใหม่-ลำพูน ปลุกอีเวนต์โคมลอย “Moonlight Sky Lantern 2026” ดันห้องพักยี่เป็งเต็ม 100%
เศรษฐกิจภูมิภาค เชียงใหม่-ลำพูน ปลุกอีเวนต์โคมลอย “Moonlight Sky Lantern 2026” ดันห้องพักยี่เป็งเต็ม 100%
ดูทั้งหมด

“ศาลรัฐธรรมนูญ” ฤดูผลัดใบ ฝ่า 6 คดีร้อน ชี้ชะตา “บิ๊กตู่-ธนาธร-หุ้นสื่อ”

02 ก.ย. 2562 | 13:05น.

รายงานพิเศษ

ถนนทุกสายของการเมืองอาจต้องโฟกัสไปยังศาลรัฐธรรมนูญ เพราะสารพัดคดี (การเมือง) ที่ตัดสินการอยู่-การไปของฝ่ายรัฐบาลและฝ่ายค้านกำลังทยอยเข้าสู่การชำระสะสางคดีในเวลาไม่กี่อึดใจนี้ อย่างน้อย 6 คดี

คดีแรกร้อนที่สุดและต้องลุ้นก่อนใคร คือ วันที่ 18 ก.ย.ศาลรัฐธรรมนูญได้นัดอ่านคำวินิจฉัยในคำร้องที่ ส.ส.พรรคฝ่ายค้าน 110 คน เข้าชื่อให้วินิจฉัยความเป็นรัฐมนตรีของ พล.อ.ประยุทธ์สิ้นสุดลงเฉพาะตัวตามรัฐธรรมนูญ จากกรณีที่ “พล.อ.ประยุทธ์” เป็นแคนดิเดตนายกฯในเสื้อคลุมพรรคพลังประชารัฐ ขณะที่เป็นเจ้าหน้าที่อื่นของรัฐที่เป็นคุณสมบัติต้องห้ามตามรัฐธรรมนูญหรือไม่

หากที่สุดแล้วศาลรัฐธรรมนูญชี้ว่า “พล.อ.ประยุทธ์” ต้องพ้นจากตำแหน่ง สเต็ปต่อไปจะต้องโหวตเลือกนายกรัฐมนตรีคนใหม่ ฟอร์มรัฐบาลใหม่ แต่หากศาลวินิจฉัยว่า “พล.อ.ประยุทธ์” ไม่มีคุณสมบัติขัดรัฐธรรมนูญ ก็ถือว่าปิดคดี ไม่มีอะไรเกิดขึ้น

บิ๊กตู่ลุ้นปมถวายสัตย์ฯ

คดีที่ 2 เพิ่งถูกส่งไปให้ศาลรัฐธรรมนูญชี้ขาดหมาด ๆ คือ “พล.อ.ประยุทธ์” ถวายสัตย์ปฏิญาณไม่ครบตามรัฐธรรมนูญ สำหรับเหตุผลของมติ “ผู้ตรวจการแผ่นดิน” ในฐานะองค์กรบุรุษไปรษณีย์ที่ส่งคดีร้อนไปที่ศาลรัฐธรรมนูญนั้น ระบุว่า

“เมื่อนายกฯกล่าวถวายสัตย์ปฏิญาณไม่ครบถ้วนตามที่รัฐธรรมนูญกำหนดไว้ จึงเป็นการกระทำที่ขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญ ส่งผลให้การปฏิบัติหน้าที่ในการบริหารราชการแผ่นดินของนายกรัฐมนตรีและคณะรัฐมนตรีมีปัญหาเกี่ยวกับความชอบด้วยรัฐธรรมนูญไปด้วย”

“วิษณุ เครืองาม” รองนายกรัฐมนตรี หัวหน้าฝ่ายกฎหมายรัฐบาล ตอบไปตามหลักการว่า เมื่อศาลรัฐธรรมนูญรับคำร้องแล้ว รัฐบาลโดย พล.อ.ประยุทธ์ ชี้แจงภายใน 15 วัน จากนั้นจะเข้าสู่กระบวนการพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ แล้วแต่ศาลว่าใช้เวลาเท่าใด

“ธนาธร” รอชี้ชะตา

คดีที่ 3 ร้อนแรงไม่แพ้กันกับกรณี “ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ” หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ ถือหุ้นบริษัท วี-ลัค มีเดีย จำกัดที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ส่งให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยสมาชิกภาพส.ส.ของ “ธนาธร” สิ้นสุดลงตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 82 วรรค 4 ถือหุ้นในกิจการสื่อ ซึ่งเป็นคุณสมบัติต้องห้ามหรือไม่

ภายหลังศาลรับคำร้องเมื่อ 23 พ.ค. ในที่สุดเมื่อ 27 ส.ค.ที่ผ่านมา ศาลรัฐธรรมนูญได้นัดอภิปรายเพื่อนำไปสู่การวินิจฉัย และจะนัดอภิปรายเพื่อนำไปสู่การวินิจฉัยต่อไปในการประชุมครั้งถัดไป ซึ่งส่วนมากศาลจะนัดประชุมทุก ๆ วันพุธ …อันเป็นสัญญาณว่ากรณี “ธนาธร” ใกล้วันชี้ชะตา

32 ส.ส.ฝ่ายรัฐจัดคิวสู้คดี

คดีที่ 4 ในกรณีที่ 32 ส.ส.ฝ่ายรัฐบาลถือหุ้นสื่อ ที่ ส.ส.พรรคอนาคตใหม่ยื่นร้องให้ตรวจสอบคุณสมบัติการเป็น ส.ส. เนื่องจากถือหุ้นอยู่ในบริษัทสื่อ โดยครบกำหนดส่งคำชี้แจง 16 ส.ค.ที่ผ่านมา

“ทศพล เพ็งส้ม” ส.ส.นนทบุรี พรรคพลังประชารัฐ ในฐานะหัวหน้าทีมสู้คดี 21 ส.ส.พลังประชารัฐถือหุ้นสื่อเผยความคืบหน้าว่า ได้ยื่นคำชี้แจงไปที่ศาลรัฐธรรมนูญแล้ว และศาลได้ส่งคำชี้แจงดังกล่าวมาที่นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร ในฐานะผู้ร้องว่าจะมีการแก้ไขใด ๆ หรือไม่ หากไม่มีก็สามารถส่งเรื่องกลับไปยังศาลรัฐธรรมนูญได้ ซึ่งอยู่ที่นายชวนจะเห็นอย่างไร ทั้งนี้ ยังได้ช่วยดูแนวทางการชี้แจงให้กับนายเทวัญ ลิปตพัลลภ รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี หัวหน้าพรรคชาติพัฒนา และนายสมเกียรติ ศรลัมพ์ หัวหน้าพรรคประชาภิวัฒน์ ด้วย

ขณะที่ “ราเมศ รัตนะเชวง” โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะหัวหน้าทีมสู้คดีให้ 7 ส.ส.ประชาธิปัตย์ ระบุว่า ได้ยื่นคำชี้แจงไปยังศาลรัฐธรรมนูญแล้ว ในช่วงต้นเดือน ก.ย.นี้จะประชุมทีมกฎหมายเพื่อกำหนดพยานตัวบุคคลและพยานเอกสารในการสู้คดีต่อไป

ลุ้นศาลรับ ส.ส.ฝ่ายค้านถือหุ้นสื่อ

คดีที่ 5 ดูเหมือนจะเงียบหายไป คือ กรณีที่ ส.ส.พรรคพลังประชารัฐยื่นต่อชวน หลีกภัย ประธานสภา เพื่อส่งเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญตรวจสอบ 33 ส.ส.ฝ่ายค้าน ถือหุ้นในบริษัทที่เข้าข่ายประกอบกิจการสื่อนั้น “ทศพล เพ็งส้ม” หัวหน้าทีมพลังประชารัฐที่ยื่นเรื่อง บอกว่านายชวนได้ส่งเรื่องไปยังศาลแล้ว ขึ้นอยู่กับศาลรับคำร้องหรือไม่

คดีที่ 6 เป็นอีกคดีที่เงียบหายไปเช่นกัน กรณีที่นายณฐพร โตประยูร ยื่นคำร้องเพื่อขอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 49 ว่า การกระทำของนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ นายปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการพรรคอนาคตใหม่ และกรรมการบริหารพรรค เป็นการใช้สิทธิหรือเสรีภาพเพื่อล้มล้างการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ซึ่งครบกำหนดที่ผู้ถูกร้องต้องชี้แจงภายใน 15 วัน ครบกำหนดตั้งแต่วันที่ 8 ส.ค.

ศาลรัฐธรรมนูญรอผลัดใบ

อย่างไรก็ตาม แม้ว่ามีคดีร้อนรอพิจารณา 6 คดี แต่ศาลรัฐธรรมนูญกำลังเข้าสู่การ “ผลัดใบ” ต้องปรับเปลี่ยนองค์คณะ 5 จาก 9 คน เมื่อคณะกรรมการสรรหาตุลาการศาลรัฐธรรมนูญที่มี “นายชีพ จุลมนต์” ประธานศาลฎีกาเป็นประธาน ได้ประชุมครั้งแรกเมื่อ 14 มิ.ย. พิจารณาวินิจฉัยว่าประธานศาลรัฐธรรมนูญและตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ซึ่งต้องปฏิบัติหน้าที่อยู่ในวันก่อนที่ พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยวิธีพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2561 ใช้บังคับตามมาตรา 79 วรรค 2นั้น จะต้องมีคุณสมบัติตรงกับคุณสมบัติในรัฐธรรมนูญใหม่หรือไม่

ปรากฏว่า ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ 5 คนที่ต้องพ้นไปประกอบด้วย 1.นายนุรักษ์ มาประณีต ประธานศาลรัฐธรรมนูญจะต้องได้รับการคัดเลือกจากที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกา

2.นายชัช ชลวร ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ จะต้องได้รับการคัดเลือกจากที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกา

3.นายบุญส่ง กุลบุปผา ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ จะต้องได้รับการคัดเลือกจากที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกา

4.นายอุดมศักดิ์ นิติมนตรี ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ จะต้องได้รับการคัดเลือกจากที่ประชุมใหญ่ตุลาการในศาลปกครองสูงสุด

และ 5.นายจรัญ ภักดีธนากุล ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ต้องได้รับการสรรหาจากผู้ทรงคุณวุฒิที่เคยรับราชการไม่ต่ำกว่าอธิบดี หัวหน้าส่วนราชการที่เทียบเท่า หรือไม่ต่ำกว่ารองอัยการสูงสุดไม่น้อยกว่า 5 ปี

อีกทั้ง 5 คนข้างต้นอยู่ในวาระมาถึง 11 ปี ซึ่งไม่ได้รับความคุ้มครองจากบทเฉพาะกาลของ พ.ร.ป.ว่าด้วยวิธีพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2561 มาตรา 79 ที่คุ้มครองให้ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ อยู่จนกว่าจะครบวาระตามรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2550 คือ 9 ปี

แต่ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญที่ยังเหลือ 4 คน ประกอบด้วย นายวรวิทย์ กังศศิเทียม นายทวีเกียรติ มีนะกนิษฐ นายปัญญา อุดชาชน และนายนครินทร์ เมฆไตรรัตน์ เพราะอยู่ในวาระไม่ถึง 9 ปี แม้บางรายคุณสมบัติไม่ตรงปก

สำหรับสัดส่วนของตุลาการศาลรัฐธรรมนูญทั้งหมด 9 คน ตาม พ.ร.ป.ว่าด้วยวิธีพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2561 มาตรา 8 กำหนดให้มีที่มาจากผู้พิพากษาในศาลฎีกา 3 คน, ตุลาการในศาลปกครองสูงสุด 2 คน, ผู้ทรงคุณวุฒิสาขานิติศาสตร์ 1 คน, ผู้ทรงคุณวุฒิสาขารัฐศาสตร์ 1 คน และผู้ทรงคุณวุฒิอื่น ระดับอธิบดี, หัวหน้าส่วนราชการ, รองอัยการสูงสุด 2 คน

ดังนั้น ที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกาจึงมีมติเลือกผู้พิพากษา 3 คนไปเป็นตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ คือ นายวิรุฬห์ แสงเทียน ผู้พิพากษาอาวุโสในศาลฎีกา นายจิรนิติ หะวานนท์ ผู้พิพากษาอาวุโสในศาลฎีกา และ นายอุดม สิทธิวิรัชธรรม ประธานแผนกคดีคำสั่งคำร้องและขออนุญาตฎีกาในศาลฎีกา

ส่วนที่ประชุมตุลาการศาลปกครองให้มานั่งเก้าอี้ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ได้เลือก นายชั่งทอง โอภาสศิริวิทย์ ตุลาการศาลปกครองสูงสุด

อีก 1 คนเป็นสัดส่วนผู้ทรงคุณวุฒิ โดยคณะกรรมการสรรหาตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ได้มีมติเลือก นายนภดล เทพพิทักษ์ อดีตเอกอัครราชทูตหลายประเทศให้มาเป็นตุลาการศาลรัฐธรรมนูญคนที่ 5

แต่ทั้งหมดจะต้องได้รับการเห็นชอบจากที่ประชุมวุฒิสภาก่อน ขั้นตอนหลังจากนี้วุฒิสภาจะตั้งคณะกรรมาธิการตรวจสอบประวัติและคุณสมบัติ ซึ่งใช้เวลาตามข้อบังคับการประชุม 60 วัน สามารถขยายเวลาได้อีก 30 วัน จากนั้นอีกประมาณ 7 วันประธานวุฒิสภาจะนำเข้าบรรจุวาระการพิจารณาให้ความเห็นชอบ เมื่อที่ประชุมวุฒิสภาเห็นชอบจะนำรายชื่อขึ้นทูลเกล้าฯต่อไป ซึ่งอาจใช้เวลาถึงต้นปี”63

9 ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญที่ตัดสิน 6 คดี อาจจะยังเป็นชุดเดิมที่ตัดสินคดีร้อนการเมืองทั้งหลายในช่วงทศวรรษ