เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
‘เซ็นทารา’ เสริมพอร์ต 4 ดาว ส่งแบรนด์ ‘เซ็นทาราไลฟ์’ ปักหมุดราชบุรี
Business ‘เซ็นทารา’ เสริมพอร์ต 4 ดาว ส่งแบรนด์ ‘เซ็นทาราไลฟ์’ ปักหมุดราชบุรี
‘โจ้-ธนา’ จัดเวทีโหวต Agree-Disagree Gen Z ทำไมคิดต่าง
SD ‘โจ้-ธนา’ จัดเวทีโหวต Agree-Disagree Gen Z ทำไมคิดต่าง
ผังเมืองใหม่-เมกะโปรเจ็กต์ บูม ‘ดอนเมือง’ ฮับอสังหาฯหรู
Real Estate ผังเมืองใหม่-เมกะโปรเจ็กต์ บูม ‘ดอนเมือง’ ฮับอสังหาฯหรู
มท.ชงแล้วใช้งบ 7.5 หมื่นล้าน “ติดโซลาร์รูฟท็อป” 1.5 ล้านครัวเรือน ยันไร้ฮั้วล็อกสเป็ก
Politics มท.ชงแล้วใช้งบ 7.5 หมื่นล้าน “ติดโซลาร์รูฟท็อป” 1.5 ล้านครัวเรือน ยันไร้ฮั้วล็อกสเป็ก
เอทิฮัด-จีน-เกาหลี แห่เสริมทัพไฮซีซันเชียงใหม่ ดันผู้โดยสารพุ่ง 9.97 ล้านคน
เศรษฐกิจภูมิภาค เอทิฮัด-จีน-เกาหลี แห่เสริมทัพไฮซีซันเชียงใหม่ ดันผู้โดยสารพุ่ง 9.97 ล้านคน
ททท.ปักหมุดสวนสามพรานจัดงาน Amazing Green Fest ต่อยอดกระแสกรีนทัวร์ริซึ่ม สร้างท่องเที่ยวยั่งยืน
Business ททท.ปักหมุดสวนสามพรานจัดงาน Amazing Green Fest ต่อยอดกระแสกรีนทัวร์ริซึ่ม สร้างท่องเที่ยวยั่งยืน
แอ๊ดคาราบาว บันทึกถึง “เจ้าสัวธนินท์” เพื่อน ครู มิตรภาพตลอดกาล
News แอ๊ดคาราบาว บันทึกถึง “เจ้าสัวธนินท์” เพื่อน ครู มิตรภาพตลอดกาล
อ.เชน ชี้ 5 ความหวังพลิกโฉมการศึกษาไทย – สร้างคน ความรู้ นวัตกรรม
Politics อ.เชน ชี้ 5 ความหวังพลิกโฉมการศึกษาไทย – สร้างคน ความรู้ นวัตกรรม
ชวน ชี้ ‘องค์กรอิสระ’ ถูกการเมืองแทรกแซง แนะอย่าลังเล-ซื่อสัตย์เพื่อชาติ
Politics ชวน ชี้ ‘องค์กรอิสระ’ ถูกการเมืองแทรกแซง แนะอย่าลังเล-ซื่อสัตย์เพื่อชาติ
‘ยุติธรรม’ เผยช่วยเหยื่อออนไลน์ตามเงินคืน 130 ล้าน ไกล่เกลี่ยหนี้ลดภาระกว่า 5,000 ล้าน
News ‘ยุติธรรม’ เผยช่วยเหยื่อออนไลน์ตามเงินคืน 130 ล้าน ไกล่เกลี่ยหนี้ลดภาระกว่า 5,000 ล้าน
ดูทั้งหมด

เงินบาทแข็งโป๊กสุดรอบ 6 ปี จับตาผลประชุมเฟด(17-18 ก.ย.)

15 ก.ย. 2562 | 10:16น.
เงินบาทแตะระดับแข็งค่าสุดในรอบ 6 ปี ขณะที่ดัชนีหุ้นไทยปรับลดลงจากสัปดาห์ก่อน

ศูนย์วิจัยกสิกรไทย สรุปความเคลื่อนไหวของค่าเงินบาทว่า เงินบาทแข็งค่าสุดในรอบ 6 ปีที่ 30.36 บาทต่อดอลาร์ฯ สอดคล้องกับเงินหยวน และสกุลเงินอื่นๆ ในเอเชีย ท่ามกลางสัญญาณเชิงบวกของสงครามการค้าสหรัฐฯ-จีน หลังจากสหรัฐฯ เลื่อนเวลาการปรับขึ้นภาษีจากวงเงินสินค้านำเข้า 2.5 แสนล้านดอลลาร์ฯ ออกไปเป็นวันที่ 15 ต.ค. จากกำหนดเดิมวันที่ 1 ต.ค.นี้ ขณะที่จีนก็ได้เปิดเผยรายการสินค้านำเข้าจากสหรัฐฯ ที่ได้รับการยกเว้นภาษีเป็นเวลา 1 ปีจนถึง 16 ก.ย. 2563 นอกจากนี้ ตลาดสินทรัพย์เสี่ยงในภาพรวม ยังมีแรงหนุนจากท่าทีผ่อนคลายทางการเงินของธนาคารกลางยุโรป หรือ ECB ด้วยเช่นกัน อนึ่ง ECB ได้ปรับลดดอกเบี้ยเงินฝากของสถาบันการเงินที่ฝากไว้กับ ECB ลงมาที่ -0.50% และประกาศโครงการซื้อสินทรัพย์รอบใหม่ในการประชุมเมื่อวันที่ 12 ก.ย. ที่ผ่านมา

ในวันศุกร์ (13 ก.ย.) เงินบาทอยู่ที่ 30.42 บาทต่อดอลลาร์ฯ เทียบกับระดับ 30.67 บาทต่อดอลลาร์ฯ ในวันศุกร์ก่อนหน้า (6 ก.ย.)

สำหรับสัปดาห์ถัดไป (16-20 ก.ย.) ธนาคารกสิกรไทยประเมินกรอบการเคลื่อนไหวของเงินบาทที่ 30.20-30.60 บาทต่อดอลลาร์ฯ โดยจุดสนใจสำคัญที่ตลาดรอติดตาม น่าจะอยู่ที่ผลการประชุมเฟดวันที่ 17-18 ก.ย. และ Dot Plot ชุดใหม่ ตลอดจนผลการประชุมนโยบายการเงินของธนาคารกลางญี่ปุ่น ประเด็นสงครามการค้าสหรัฐฯ-จีน สถานการณ์ BREXIT และข้อมูลเศรษฐกิจจีนเดือนส.ค. ส่วนข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่จะประกาศระหว่างสัปดาห์ ประกอบด้วย ผลสำรวจกิจกรรมภาคการผลิตของเฟดสาขานิวยอร์ก ผลสำรวจแนวโน้มธุรกิจของเฟดสาขาฟิลาเดลเฟีย ดัชนีตลาดที่อยู่อาศัยเดือนก.ย. ผลผลิตภาคอุตสาหกรรม ยอดขายบ้านมือสอง ตัวเลขการเริ่มสร้างบ้าน เดือนส.ค. ข้อมูลเงินทุนไหลเข้าสุทธิสู่ตลาดการเงินสหรัฐฯ เดือนก.ค.

ส่วนความเคลื่อนไหวของตลาดหุ้นไทย ดัชนีตลาดหุ้นไทยร่วงลงจากสัปดาห์ก่อน โดยดัชนี SET ปิดที่ระดับ 1,661.96 จุด ลดลง 0.49% จากสัปดาห์ก่อน ขณะที่มูลค่าการซื้อขายเฉลี่ยต่อวันอยู่ที่ 59,854.78 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 4.68% จากสัปดาห์ก่อน ส่วนตลาดหลักทรัพย์ mai เพิ่มขึ้น 0.08% จากสัปดาห์ก่อน มาปิดที่ 354.40 จุด

ดัชนีตลาดหุ้นไทยผันผวนตามปัจจัยต่างประเทศ แต่เผชิญแรงเทขายทำกำไรจากนักลงทุนต่างชาติในช่วงระหว่างสัปดาห์ ก่อนการประชุมนโยบายการเงินของธนาคารกลางยุโรป (ECB) แต่อย่างไรก็ดี ดัชนีฯ ลดช่วงติดลบบางส่วนได้ช่วงปลายสัปดาห์ โดยมีแรงหนุนจากความคาดหวังเชิงบวกต่อประเด็นการเจรจาการค้าสหรัฐฯ-จีน หลังทั้งสองฝ่ายมีท่าทีที่ประนีประนอมมากขึ้น ประกอบกับผลการประชุมของ ECB ไม่ได้แตกต่างจากที่ตลาดคาดการณ์ไว้มากนัก

สำหรับสัปดาห์ถัดไป (16-20 ก.ย.) บริษัทหลักทรัพย์กสิกรไทย จำกัด มองว่า ดัชนีหุ้นไทยมีแนวรับที่ 1,650 และ 1,640 จุด ขณะที่แนวต้านอยู่ที่ 1,675 และ 1,690 จุด ตามลำดับ โดยปัจจัยสำคัญที่ต้องติดตาม คงได้แก่ การประชุมนโยบายการเงินของเฟด (17-18 ก.ย.) ความคืบหน้าการเจรจาการค้าสหรัฐฯ-จีน และสถานการณ์ BREXIT ส่วนข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่สำคัญ ได้แก่ ผลผลิตภาคอุตสาหกรรม ข้อมูลการเริ่มสร้างบ้าน และยอดขายบ้านมือสองเดือนส.ค. รวมถึงผลสำรวจแนวโน้มธุรกิจของเฟดฟิลาเดลเฟียเดือนก.ย. ขณะที่ ปัจจัยต่างประเทศที่สำคัญอื่นๆ ได้แก่ การประชุมนโยบายการเงินของธนาคารกลางญี่ปุ่น รวมถึงข้อมูลการลงทุนในสินทรัพย์ถาวร ผลผลิตภาคอุตสาหกรรมและยอดค้าปลีกเดือนส.ค. ของจีน