เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
‘เซ็นทารา’ เสริมพอร์ต 4 ดาว ส่งแบรนด์ ‘เซ็นทาราไลฟ์’ ปักหมุดราชบุรี
Business ‘เซ็นทารา’ เสริมพอร์ต 4 ดาว ส่งแบรนด์ ‘เซ็นทาราไลฟ์’ ปักหมุดราชบุรี
‘โจ้-ธนา’ จัดเวทีโหวต Agree-Disagree Gen Z ทำไมคิดต่าง
SD ‘โจ้-ธนา’ จัดเวทีโหวต Agree-Disagree Gen Z ทำไมคิดต่าง
ผังเมืองใหม่-เมกะโปรเจ็กต์ บูม ‘ดอนเมือง’ ฮับอสังหาฯหรู
Real Estate ผังเมืองใหม่-เมกะโปรเจ็กต์ บูม ‘ดอนเมือง’ ฮับอสังหาฯหรู
มท.ชงแล้วใช้งบ 7.5 หมื่นล้าน “ติดโซลาร์รูฟท็อป” 1.5 ล้านครัวเรือน ยันไร้ฮั้วล็อกสเป็ก
Politics มท.ชงแล้วใช้งบ 7.5 หมื่นล้าน “ติดโซลาร์รูฟท็อป” 1.5 ล้านครัวเรือน ยันไร้ฮั้วล็อกสเป็ก
เอทิฮัด-จีน-เกาหลี แห่เสริมทัพไฮซีซันเชียงใหม่ ดันผู้โดยสารพุ่ง 9.97 ล้านคน
เศรษฐกิจภูมิภาค เอทิฮัด-จีน-เกาหลี แห่เสริมทัพไฮซีซันเชียงใหม่ ดันผู้โดยสารพุ่ง 9.97 ล้านคน
ททท.ปักหมุดสวนสามพรานจัดงาน Amazing Green Fest ต่อยอดกระแสกรีนทัวร์ริซึ่ม สร้างท่องเที่ยวยั่งยืน
Business ททท.ปักหมุดสวนสามพรานจัดงาน Amazing Green Fest ต่อยอดกระแสกรีนทัวร์ริซึ่ม สร้างท่องเที่ยวยั่งยืน
แอ๊ดคาราบาว บันทึกถึง “เจ้าสัวธนินท์” เพื่อน ครู มิตรภาพตลอดกาล
News แอ๊ดคาราบาว บันทึกถึง “เจ้าสัวธนินท์” เพื่อน ครู มิตรภาพตลอดกาล
อ.เชน ชี้ 5 ความหวังพลิกโฉมการศึกษาไทย – สร้างคน ความรู้ นวัตกรรม
Politics อ.เชน ชี้ 5 ความหวังพลิกโฉมการศึกษาไทย – สร้างคน ความรู้ นวัตกรรม
ชวน ชี้ ‘องค์กรอิสระ’ ถูกการเมืองแทรกแซง แนะอย่าลังเล-ซื่อสัตย์เพื่อชาติ
Politics ชวน ชี้ ‘องค์กรอิสระ’ ถูกการเมืองแทรกแซง แนะอย่าลังเล-ซื่อสัตย์เพื่อชาติ
‘ยุติธรรม’ เผยช่วยเหยื่อออนไลน์ตามเงินคืน 130 ล้าน ไกล่เกลี่ยหนี้ลดภาระกว่า 5,000 ล้าน
News ‘ยุติธรรม’ เผยช่วยเหยื่อออนไลน์ตามเงินคืน 130 ล้าน ไกล่เกลี่ยหนี้ลดภาระกว่า 5,000 ล้าน
ดูทั้งหมด

สตาร์ตอัพท่องเที่ยวบูม “เวียดนาม-สิงคโปร์” ร่วมวง

03 ต.ค. 2562 | 17:01น.

การล้มละลายของ “โทมัส คุก” บริษัทท่องเที่ยวเก่าแก่อายุ 178 ปี ของอังกฤษ ซึ่งมีสาเหตุมาจากปัญหาขาดสภาพคล่อง ขณะเดียวกันยังสะท้อนให้เห็นถึงพฤติกรรมของผู้บริโภคที่เปลี่ยนไป ทำให้บริษัทต้องเผชิญกับการแข่งขันที่รุนแรง จากแพลตฟอร์มท่องเที่ยวออนไลน์แบบครบวงจรในปัจจุบัน

พฤติกรรมของนักท่องเที่ยวทั่วโลกที่ปลี่ยนไป ส่วนใหญ่นิยมการวางแผนท่องเที่ยวด้วยตัวเอง โดยไม่ใช้บริการบริษัทนำเที่ยวอีกต่อไป และด้วยความสะดวกสบายจากเทคโนโลยีและนวัตกรรม ทำให้ “แพลตฟอร์มบุ๊กกิ้งออนไลน์” เข้ามามีบทบาทในชีวิตประจำวัน

แพลตฟอร์มออนไลน์กำลังเป็นสมรภูมิใหม่ของธุรกิจท่องเที่ยวทั่วโลก รวมทั้งในอาเซียน ที่มีแพลตฟอร์มออนไลน์ท้องถิ่นแจ้งเกิดเพื่อท้าชนกับเจ้าตลาดอย่าง “แอร์บีเอ็นบี” (Airbnb) หรือ “บุ๊กกิ้งดอตคอม” (Booking.com) อย่างต่อเนื่อง

เซาท์ไชน่ามอร์นิ่งโพสต์รายงานว่า แพลตฟอร์มบุ๊กกิ้งที่พักออนไลน์ของเวียดนาม ที่ชื่อ “ลักซ์สเตย์” (Luxstay) ถือเป็นสตาร์ตอัพที่น่าจับตา โดย “สตีเว่น เหงียน” ผู้ก่อตั้งและซีอีโอ ลักซ์สเตย์ เปิดเผยว่า บริษัทก่อตั้งเมื่อปี 2017 และเริ่มเปิดให้บริการเมื่อปีที่ผ่านมา ปัจจุบันมีที่พักเป็นสมาชิกในแพลตฟอร์มราว 15,000 แห่ง มีให้เลือกตั้งแต่แฟลต วิลล่า โรงแรม ไปจนถึงบ้านทั้งหลัง ซึ่งตัวเลือกที่หลากหลายเป็นจุดแข่งที่บริษัทสามารถแข่งขันได้

สำหรับยอดจองห้องพักในช่วง 8 เดือนแรกปีนี้ เฉลี่ยอยู่ที่ 20,000 ยอดจอง/เดือน โดยนายเหงียนกล่าวว่า ในช่วง 2 ปีที่ผ่านมาเป็นช่วงแห่งการทำตลาดอย่างหนักภายในเวียดนาม โดยได้ทดลองกระตุ้นยอดจองในหลายรูปแบบ เช่น การให้ส่วนลดราคาที่พักลูกค้าสูงสุดถึง 65% และสถานที่พักบางแห่งยังรวมราคาที่พัก+อาหารเช้าฟรี รวมไปถึง การให้สิทธิพิเศษแก่ลูกค้าสำหรับสปาภายในโรงแรม เป็นต้น

ทั้งนี้ ในเดือน ต.ค.นี้เป็นต้นไป “ลักซ์สเตย์” ได้จัดแพ็กเกจท่องเที่ยวคู่ระหว่าง “ที่พัก+กิจกรรม” เพื่อต้อนรับสู่ช่วงไฮซีซั่นของเวียดนาม และจะสานต่อแคมเปญนี้เพื่อใช้เป็นกลยุทธ์บุกตลาดต่างประเทศในปี 2020

ซีอีโอของลักซ์สเตย์ระบุว่า คู่แข่งรายสำคัญของบริษัท คือ “แอร์บีเอ็นบี” ปัจจุบันเป็นผู้เล่นรายใหญ่ธุรกิจท่องเที่ยวออนไลน์ของโลก รวมถึง “บุ๊กกิ้งดอตคอม” ซึ่งได้รับความนิยมมากเช่นกัน

“อย่างไรก็ตาม จุดต่างของลักซ์สเตย์น่าจะเป็นเรื่องดีลราคาห้องพักกับกิจกรรมที่น่าสนใจ ที่เน้นการท่องเที่ยวแบบใกล้ชิดคนท้องถิ่น เรามีกิจกรรมที่หลากหลายและไม่สามารถหาได้ในแพลตฟอร์มอื่น เช่น การร่วมกิจกรรมวาดภาพสไตล์ฮอยอัน ซึ่งเป็นที่นิยมของกลุ่มแบ็กแพ็กเกอร์ชาวจีน ญี่ปุ่น และออสเตรเลีย กลุ่มลูกค้าของเราคือนักท่องเที่ยวที่มองหากิจกรรมแบบเฉพาะกลุ่ม ไม่ใช่การท่องเที่ยวแบบทั่วไป นี่จะเป็นจุดแข็งของเรา และเป็นรายแรก ๆ ในเวียดนาม” นายสตีเว่น เหงียน กล่าว

ขณะเดียวกัน ในสิงคโปร์ก็มีสตาร์ตอัพด้านท่องเที่ยวออนไลน์ที่น่าสนใจ อย่าง “เรดดอร์ซ” (RedDoorz) ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มเทคโนโลยีบริหารจัดการและจองโรงแรมแบบครบวงจร โดยก่อตั้งมาแล้ว 4 ปี ปัจจุบันให้บริการใน 4 ประเทศอาเซียน ได้แก่ สิงคโปร์ เวียดนาม อินโดนีเซีย และฟิลิปปินส์ และตั้งเป้าจะขยายธุรกิจเข้ามาในไทย และมาเลเซีย ในปี 2020-2021

“อามิท ซาเบอร์วัล” ผู้ก่อตั้งและผู้บริหารระดับสูงของเรดดอร์ซ กล่าวว่า บริษัทมีบริการสนับสนุนการทำตลาดออนไลน์ให้กับโรงแรมในเครือข่าย เพื่อส่งเสริมการขายผ่านแพลตฟอร์มเรดดอร์ซ รวมถึงการฝึกอบรมพนักงานเพื่อปรับปรุงคุณภาพของโรงแรม โดยปัจจุบันบริษัทมีโรงแรมในเครือข่ายประมาณ 1,400 แห่ง/ประเทศ และตั้งเป้าให้ได้ถึง 2,000 แห่ง/ประเทศ ภายในปลายปีนี้ และเพิ่มขึ้นเป็น 15,000 แห่ง/ประเทศ ในปี 2022

“คอนเซ็ปต์ของเรดดอร์ซให้บริการโรงแรมที่เป็นสมาชิกแบบครบวงจร ซึ่งเน้นการท่องเที่ยวแบบประหยัดแต่คุ้มค่า โดยกลุ่มลูกค้าช่วง 4 ปีที่ผ่านมา เป็นนักท่องเที่ยวเดินทางระยะสั้น 2-3 วัน/ทริป โดยลูกค้ากว่า 55% ของคนที่จองห้องพักเป็นพนักงานบริษัทที่เพิ่งเริ่มทำงาน ไปจนถึงคู่รัก และกลุ่มเพื่อน 2-4 คน”

นอกจากนี้ ผู้ก่อตั้งเรดดอร์ซ กล่าวอีกว่า ราคาห้องพักบนแพลตฟอร์มเรดดอร์ซเฉลี่ยอยู่ที่ 20 ดอลลาร์สหรัฐ/คืน ซึ่งเป็นราคามาตรฐานที่ใช้ในทุกประเทศที่ดำเนินธุรกิจในปัจจุบัน ทั้งนี้ราคาดังกล่าวได้รวมถึงฟังก์ชั่นพื้นฐานต่างๆ เช่น เครื่องปรับอากาศ เครื่องทำน้ำอุ่น และฟรีไวไฟ และที่สำคัญ คือ โลเกชั่นโรงแรมที่ดี”

ที่น่าสนใจ คือ บริษัทได้มีการนำระบบปัญญาประดิษฐ์ (AI) มาช่วยในการคาดหมายความต้องการจองห้องพักในแต่ละเมืองใน 4 ประเทศที่ดำเนินการด้วย นอกจากนี้ บริษัทกำลังศึกษาและหารือกับโรงแรมในเครือข่ายสำหรับแผนการจะเพิ่มบริการอื่น ๆ เข้าไปในห้องพัก เช่น บริการสตรีมมิ่งภาพยนตร์ และประตูแบบเช็กอินด้วยตนเองในอนาคต

อามิทเปิดเผยด้วยว่า ยอดจองโดยรวมในเดือน ส.ค.ที่ผ่านมา สูงถึง 500,000 ห้องพัก เป็นการจองแบบกลุ่มองค์กร/บริษัท จำนวน 150,000 ห้อง ซึ่งคาดว่าน่าจะเป็นอานิสงส์จากการจัดการประชุมในหลาย ๆ เมืองใน 4 ประเทศ และวาดฝันว่าภายในปีนี้ ยอดจองห้องพักบนแพลตฟอร์มเรดดอร์ซ อาจจะแตะที่ 1 ล้านบุ๊กกิ้ง เนื่องจากเป็นช่วงฤดูกาลแห่งการท่องเที่ยวในประเทศอาเซียน

“ประเทศอาเซียน” ถือเป็นหนึ่งในจุดหมายปลายทางของนักท่องเที่ยวทั่วโลก โดยผลสำรวจของ “กูเกิลและเทมาเส็ก” ชี้ว่า ตลาดท่องเที่ยวออนไลน์ในอาเซียนเติบโตอย่างรวดเร็ว และมีศักยภาพเพียงพอที่จะโตเฉลี่ย 2,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ภายในปี 2025 สอดรับกับเทรนด์การท่องเที่ยวด้วยตัวเอง (FIT) ที่กำลังขยายตัวมากขึ้น

แท็กที่เกี่ยวข้อง

สิงคโปร์ เวียดนาม