“WHART” ประกาศวันจองซื้อหน่วยทรัสต์เพิ่มทุนครั้งที่ 4 ระหว่าง 12-25 พ.ย.นี้
WHART เพิ่มทุนครั้งที่ 4 เสนอขายหน่วยทรัสต์จำนวนทั้งสิ้นไม่เกิน 323.78 ล้านหน่วย ประกาศวันจองซื้อระหว่าง 12-25 พ.ย.นี้ ลุ้นโอนทรัพย์สินแล้วเสร็จปลายปี’62
นางสาวจรีพร จารุกรสกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มบมจ.ดับบลิวเอชเอ คอร์ปอเรชั่น (WHA) ในฐานะเจ้าของทรัพย์สิน (Sponsor) และผู้บริหารอสังหาริมทรัพย์ ภายใต้กลุ่มบริษัท ดับบลิวเอชเอ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์และสิทธิการเช่าดับบลิวเอชเอ พรีเมี่ยม โกรท (กองทรัสต์ WHART) เป็นกองทรัสต์ ที่เน้นลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ ที่ก่อให้เกิดรายได้อย่างต่อเนื่อง
ซึ่ง WHA Group ในฐานะผู้สนับสนุนและผู้บริหารอสังหาริมทรัพย์ ได้ขายทรัพย์สินเข้ากองทรัสต์ WHART อย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่การ IPO ในปี 2557 เป็นต้นมา โดยรูปแบบโครงการของ WHA Group ส่วนใหญ่จะเป็นโครงการ Built-to-Suit Warehouse & Factory ระดับพรีเมี่ยม ที่ครบทั้งระบบสาธารณูปโภค-พลังงาน และ Digital Infrastructure
นอกจากนี้ โครงการของ WHA Group ส่วนใหญ่ ตั้งอยู่ในพื้นที่ยุทธศาสตร์สำคัญทางด้านโลจิสติกส์ของประเทศรวมถึงพื้นที่ที่สอดรับกับแผนพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (EEC) ภายใต้การส่งเสริมและสนับสนุนของภาครัฐ ซึ่งจากปัจจัยดังกล่าว ส่งผลให้ความต้องการคลังสินค้า โรงงานและศูนย์กระจายสินค้า ในเขตพื้นที่ดังกล่าวรวมถึงพื้นที่ EEC มีดีมานด์ความต้องการเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องภายในระยะเพียงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ซึ่งถือว่าเป็นการสอดรับกับแผนพัฒนาพื้นที่ของกลุ่ม WHA Group ที่มุ่งมั่นส่งเสริมการพัฒนา 10 อุตสาหกรรมเป้าหมายของประเทศไทย
นางสาวนฤมล ตันตยาวิทย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ดับบลิวเอชเอ เรียล เอสเตท แมเนจเม้นท์ จำกัด ในฐานะผู้จัดการกองทรัสต์ WHART กล่าวเพิ่มเติมว่า สำหรับการเพิ่มทุนครั้งที่ 4 เพื่อลงทุนในทรัพย์สิน เพิ่มเติมครั้งที่ 5 ของกองทรัสต์ WHART นั้น จะเป็นการลงทุนในทรัพย์สิน มูลค่าทั้งสิ้นไม่เกิน 4,880.25 ล้านบาท รวมจำนวน 5 โครงการ แบ่งเป็นการลงทุนในกรรมสิทธิ์ 3 โครงการ และการลงทุนสิทธิการเช่า/สิทธิการเช่าช่วงจำนวน 2 โครงการ
ซึ่งจะมีพื้นที่เช่าอาคารรวมประมาณ 155,237 ตารางเมตร แบ่งเป็นพื้นที่อาคารคลังสินค้าในโซนบางนา-ตราด สัดส่วนประมาณ 90% และพื้นที่อาคารโรงงานในโซน EEC ประมาณ 10% พื้นที่เช่าหลังคารวมประมาณ 71,482 ตารางเมตร และพื้นที่เช่าลานจอดรถรวมประมาณ 2,983 ตารางเมตร บนที่ดินรวมประมาณ 172 ไร่ 2 งาน 26.75 ตารางวา ซึ่งประกอบด้วย
1.โครงการอาคารโรงงาน DTS ตั้งอยู่ที่นิคมอุตสาหกรรมดับบลิวเอชเอ ชลบุรี ตำบลบ่อวิน อำเภอศรีราชา จังหวัดชลบุรี
2.โครงการอาคารโรงงาน Roechling ตั้งอยู่ที่นิคมอุตสาหกรรมดับบลิวเอชเอ อีสเทิร์นซีบอร์ด 1 ตำบลเขาคันทรง อำเภอศรีราชา จังหวัดชลบุรี 3.โครงการ WHA Mega Logistics Center (ชลหารพิจิตร กม.
3 เฟส 1) ตั้งอยู่ที่ตำบลบางปลา อำเภอบางพลี จังหวัดสมุทรปราการ
4.โครงการ WHA Mega Logistics Center (ชลหารพิจิตร กม.3 เฟส 2) ตั้งอยู่ที่ ตำบลบางปลา อำเภอบางพลี จังหวัดสมุทรปราการ
5.โครงการ WHA KPN Mega Logistics Center (ถนนบางนา-ตราด กม.23 เฟส 2) ตั้งอยู่ที่ ตำบลบางเสาธง อำเภอบางเสาธง จังหวัดสมุทรปราการ
โดยทรัพย์สินที่ทางกองทรัสต์ WHART เข้าไปลงทุนนั้น มีความโดดเด่น ในด้านทำเลที่ตั้งซึ่งเป็นจุดยุทธศาสตร์ด้านโลจิสติกส์ รวมถึงโครงการซึ่งตั้งอยู่ในพื้นที่ EEC ซึ่งจะเป็นการสร้างมูลค่าเสริมเพิ่มให้กับกองทรัสต์ได้ในระยะยาว อีกทั้ง มีความโดดเด่นของผู้เช่าที่เป็นกลุ่มธุรกิจ E-Commerce ซึ่งถือว่าเป็นธุรกิจเมกะเทรนด์ ที่มีการเติบโตสูง รวมถึงผู้เช่าที่เป็นผู้ผลิตชิ้นส่วนยานยนต์และเทคโนโลยียานยนต์สมัยใหม่ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม (Plug-in Hybrid Car) ซี่งจะช่วยให้กลุ่มลูกค้าผู้เช่าของกองทรัสต์มีความหลากหลายมากขึ้น
ทั้งนี้ เชื่อว่าภายหลังจากการเข้าลงทุนครั้งนี้ จะส่งผลให้มูลค่าทรัพย์สินรวมของกองทรัสต์ WHART เพิ่มขึ้นแตะระดับกว่า 38,000 ล้านบาท จากเดิมที่มีมูลค่าทรัพย์สินรวม 33,214 ล้านบาท ซึ่งถือได้ว่า WHART ติดอันดับ 1 ใน 3 ของการเป็นหนึ่งในผู้นำในอุตสาหกรรมกองทรัสต์ ประเภทคลังสินค้า โรงงานและศูนย์กระจายสินค้า
อีกทั้งยังมองว่า การเพิ่มทุนครั้งนี้ จะสร้างผลตอบแทนที่ดีให้กับผู้ถือหน่วยทรัสต์ อย่างมีเสถียรภาพ และยังสามารถรักษาสัดส่วนทรัพย์สินประเภท Freehold ต่อ Leasehold ในระดับใกล้เคียงเดิมประมาณ 67% ต่อ 33% เพื่อช่วยลดความเสี่ยงจากการลดมูลค่าของทรัพย์สินของกองทรัสต์ในอนาคต และสามารถรักษาระดับ Occupancy rate ได้ประมาณ 90% อย่างต่อเนื่อง ด้วย profile ของผู้เช่าพื้นที่ของกองทรัสต์ ซึ่งส่วนมากเป็นผู้เช่ารายใหญ่และมีความมั่นคง
“หลังจากที่กองทรัสต์ WHART เข้าซื้อทรัพย์สินแล้วเสร็จ คาดว่าจะทำให้กองทรัสต์สามารถจ่ายผลตอบแทนได้เพิ่มขึ้น โดยได้มีการประเมินอัตราผลตอบแทนต่อหน่วยไว้ที่ระดับ 0.79 บาทต่อหน่วยทรัสต์ ซึ่งเป็นตัวเลขที่สอบทานโดยผู้สอบบัญชี หรือคิดเป็นอัตราผลตอบแทนจากเงินปันผลและลดทุน ประมาณ 4.67% คำนวณจากราคาเสนอขายสูงสุดไม่เกิน 16.90 บาทต่อหน่วยทรัสต์” นางสาวนฤมล กล่าว
นางสาวรวีรัตน์ สัจจวโรดม ผู้บริหารงานวาณิชธนกิจ ธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) ในฐานะที่ปรึกษาทางการเงินและผู้จัดการการจัดจำหน่ายหน่วยทรัสต์ กล่าวว่า จะมีการเปิดให้ผู้ถือหน่วยทรัสต์เดิมจองซื้อหน่วยทรัสต์ WHART จากการเพิ่มทุนครั้งที่ 4 จำนวนทั้งสิ้นไม่เกิน 323.78 ล้านหน่วย โดยราคาสูงสุด ที่จะเสนอขายหน่วยทรัสต์ ไม่เกิน 16.90 บาทต่อหน่วยทรัสต์ ซึ่งจะเปิดให้ผู้ถือหน่วยเดิมจองซื้อ ระหว่างวันที่ 12–15 และ 18 พฤศจิกายน 2562 และ สำหรับประชาชนทั่วไป ได้แก่บุคคลตามดุลพินิจของผู้จัดการการจัดจำหน่ายและผู้จัดจำหน่ายหน่วยทรัสต์ จะเปิดให้จองซื้อ ระหว่างวันที่ 19 – 22 และ 25 พฤศจิกายน 2562 และคาดว่าโอนกรรมสิทธิ์และสิทธิการเช