เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
‘โอบามา’ ชน ‘ทรัมป์’ ลุยช่วยหาเสียง ลั่นทั้งโกงกิน-ตปท.ล้มเหลว จวกรสนิยมตกแต่งทำเนียบ
World ‘โอบามา’ ชน ‘ทรัมป์’ ลุยช่วยหาเสียง ลั่นทั้งโกงกิน-ตปท.ล้มเหลว จวกรสนิยมตกแต่งทำเนียบ
‘อนุทิน’ สั่ง ‘สภาพัฒน์’ ประมาณการ ‘จีดีพี‘ ใหม่ ลั่นปีนี้ไม่ใช่ 2.1% แน่
Politics ‘อนุทิน’ สั่ง ‘สภาพัฒน์’ ประมาณการ ‘จีดีพี‘ ใหม่ ลั่นปีนี้ไม่ใช่ 2.1% แน่
รัฐบาล จ่อขยาย 1 ปี มาตรการ ‘บัตรโดยสารเหมาจ่ายรายวัน’ ถึง 31 ธ.ค. 70
Politics รัฐบาล จ่อขยาย 1 ปี มาตรการ ‘บัตรโดยสารเหมาจ่ายรายวัน’ ถึง 31 ธ.ค. 70
อนุทิน ลั่น ตปท.ลงทุน ต้องถ่ายทอดเทคโนโลยี ชี้ไทยเป็นฐานกระจายสินค้าอาเซียน 700 ล้านคน
Politics อนุทิน ลั่น ตปท.ลงทุน ต้องถ่ายทอดเทคโนโลยี ชี้ไทยเป็นฐานกระจายสินค้าอาเซียน 700 ล้านคน
ราคาทองวันนี้ (25 ต.ค. 69) คงที่ ทองรูปพรรณ 64,900 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (25 ต.ค. 69) คงที่ ทองรูปพรรณ 64,900 บาท
การเมืองฝรั่งเศสระอุ! 4 แสนคนลงถนนระลอกใหม่ ท้าทาย ‘มาครง’ โค้งสุดท้ายก่อนเลือกตั้ง
World การเมืองฝรั่งเศสระอุ! 4 แสนคนลงถนนระลอกใหม่ ท้าทาย ‘มาครง’ โค้งสุดท้ายก่อนเลือกตั้ง
‘คนที่พึ่งพาได้’ ในที่ทำงาน มีราคาที่ต้องจ่าย? แนะวิธีปลดตัวเองจากการโหมงานหนัก
HR ‘คนที่พึ่งพาได้’ ในที่ทำงาน มีราคาที่ต้องจ่าย? แนะวิธีปลดตัวเองจากการโหมงานหนัก
ราคาบิตคอยน์วันนี้ (25 ต.ค. 69) ปรับลง 0.36% อยู่ที่ 80,796 เหรียญสหรัฐ
Finance ราคาบิตคอยน์วันนี้ (25 ต.ค. 69) ปรับลง 0.36% อยู่ที่ 80,796 เหรียญสหรัฐ
ราคาน้ำมันวันนี้ (25 ต.ค. 69) เช็กราคาดีเซล-แก๊สโซฮอล์ล่าสุด
Economic ราคาน้ำมันวันนี้ (25 ต.ค. 69) เช็กราคาดีเซล-แก๊สโซฮอล์ล่าสุด
ในหลวง พระราชินี ทรงบำเพ็ญพระราชกุศลครบรอบ 1 ปี วันสวรรคต พระพันปีหลวง
ข่าวในพระราชสำนัก ในหลวง พระราชินี ทรงบำเพ็ญพระราชกุศลครบรอบ 1 ปี วันสวรรคต พระพันปีหลวง
ดูทั้งหมด

“สงครามการค้า” ครอบงำ ถก “ไอเอ็มเอฟ-เวิลด์แบงก์”

26 ต.ค. 2562 | 10:52น.

คอลัมน์ ชีพจรเศรษฐกิจโลก

โดย ไพรัตน์ พงศ์พานิชย์

 

กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (ไอเอ็มเอฟ) และธนาคารโลก (เวิลด์แบงก์) จัดประชุมประจำปีกันขึ้นตอนปลายปีทุกปี เหมือนเช่นที่มีการประชุมกันเมื่อวันที่ 18 และ 19 ตุลาคมที่ผ่านมา ที่กรุงวอชิงตัน สหรัฐอเมริกา

ในภาวการณ์ปกติ ไอเอ็มเอฟและเวิลด์แบงก์ นัดหมายผู้รับผิดชอบด้านการเงินและการคลังของชาติสมาชิก 189 ประเทศ (รัฐมนตรีคลังและผู้ว่าการ หรือประธานธนาคารกลาง) มารวมกันเพื่อหารือร่วมกัน เป้าหมายเพื่อวางแนวทาง สร้างวิสัยทัศน์สำหรับอนาคตทางการเงินการคลัง ซึ่งคาดหวังว่าจะช่วยลด “ความยากจนถึงขีดสุด” และอำนวยให้เกิดการเจริญเติบโตของเศรษฐกิจของสมาชิกทั่วโลกเอาไว้

แต่ภายใต้สถานการณ์ผิดปกติอย่างเช่นในเวลานี้ ไม่ผิดไปจากที่ทุกคนคาดหมายกันไว้ ที่ประชุมร่วมไอเอ็มเอฟ-เวิลด์แบงก์ ถกกันแต่ปมสงครามการค้าจนไม่เหลือเวลาสำหรับเรื่องอื่นใด

ในสถานการณ์ที่ความขัดแย้งทางการค้าระหว่าสหรัฐอเมริกากับจีน ส่งผลให้เศรษฐกิจของประเทศต่าง ๆ มากถึง 90% ของทั้งโลก พร้อมอกพร้อมใจกันชะลอตัวเหมือน ๆ กันทั้งหมด ไม่หาหนทางออกเรื่องนี้ให้ได้ก่อนก็ยากที่จะทำให้การดำเนินการเรื่องอื่น ๆ รุดหน้า หรือประสบความสำเร็จได้

ในการให้สัมภาษณ์ก่อนหน้าการประชุม คริสตาลินา จอร์จีวา กรรมการผู้จัดการไอเอ็มเอฟ กับ เดวิด มัลพาสส์
ประธานเวิลด์แบงก์ บอกคล้ายคลึงกันว่า การหย่าศึกกันชั่วคราวที่คาดว่าจะมีขึ้นระหว่างสหรัฐกับจีนนั้น อาจช่วย “บรรเทา” ความเสียหายที่เกิดขึ้นแล้วลงได้นิดหน่อย จากที่เศรษฐกิจโลกจะชะลอลง 0.8% ทำให้ลดลงเพียงแค่ 0.6% ซึ่งแน่นอนว่าไม่พอ ตราบใดที่สงครามการค้ายังไม่เลิกรากันเบ็ดเสร็จเด็ดขาด “ความไม่แน่นอน” ที่คุกคามต่อการเติบโตของเศรษฐกิจโลกก็ไม่มีวันหมดไป

เดวิด มัลพาสส์ ตรงไปตรงมามากกว่านั้น เขาบอกกับผู้สื่อข่าวว่า สิ่งที่คาดหวังจากที่ประชุมครั้งนี้ก็คือ ทุกฝ่ายทุกประเทศต้องช่วยกันดำเนิน ความพยายาม “ทุกอย่างเท่าที่ทำได้” เพื่อให้แน่ใจได้ว่า การ “รีสตาร์ต” การเติบโตทางเศรษฐกิจของโลก “เป็นไปได้” ขึ้นมา

ย้ำไว้ด้วยว่า นี่เป็น “เรื่องเร่งด่วน” เพราะทั่วโลก “การขยายตัวกำลังชะลอลง, การลงทุนกะพร่องกะแพร่ง, การผลิตเบาบาง และการค้าอ่อนแอลงเรื่อย ๆ”

ถ้าสถานการณ์เช่นนี้ยืดยาวออกไปเรื่อย ๆ คนยากจน 700 ล้านคน หรือ 1 คนในทุก ๆ 12 คนของประชากรทั้งโลก จะเดือดร้อนมากที่สุด

หลังการประชุม จอร์จีวา บรรดาชาติสมาชิกพากันแสดงความคิดเห็นและแลกเปลี่ยนเรื่องนี้กันอย่างกว้างขวาง และเห็นพ้องต้องกันว่า ถ้าลดความตึงเครียดจากความขัดแย้งทางการค้าลงได้ ก็สามารถตัดทอนความไม่แน่นอนและความเสี่ยงที่เป็นอันตรายต่อเศรษฐกิจโลกไปในตัว

ทุกคนเห็นตรงกันทั้งหมดว่า ความตึงเครียดทางการค้าส่งผลกระทบให้เกิดความไม่แน่นอนสูงขึ้น ซึ่งลุกลามต่อไปทำให้การลงทุนลดลง เศรษฐกิจชะลอลง ผู้คนตกงานมากขึ้น สุดท้ายก็วนกลับไปก่อให้เกิดความตึงเครียดทางการค้าขึ้นเป็นวัฏจักร

น่าเสียดายที่ที่ประชุมครั้งนี้กลับไม่สามารถเห็นพ้องกันถึงวิธีการที่เป็นรูปธรรมที่ชัดเจน เป็นไปได้ในทางปฏิบัติ เพื่อบรรลุถึงเป้าหมายที่ว่านั้นแต่อย่างใด

สิ่งที่ปรากฏออกมาจากที่ประชุม เป็นแนวทางที่ถึงแม้จะเป็นไปในทิศทางที่ถูกต้อง แต่คลุมเครือและยากมากที่จะถือปฏิบัติ อย่างแรกที่ไอเอ็มเอฟเรียกร้องให้ชาติสมาชิกทำก็คือ ทุกชาติต้องกดดันให้แต่ละชาติต้องดำเนินการค้าไปตามกฎเกณฑ์กติกาที่ตกลงกันไว้ อย่างที่สองก็คือ ทุกชาติต้องตกลงด้วยความเต็มใจที่จะ “ขยาย” และ “ปรับปรุง” กฎเกณฑ์กติกาในด้านการค้าระหว่างประเทศให้ดีขึ้น

เป้าหมายนั้นดีแน่ และสามารถช่วยได้มากหากทุกชาติช่วยกันกดดันให้ชาติใดชาติหนึ่ง “เล่นตามกฎ” แต่คำถามก็คือในทางปฏิบัติจะทำกันอย่างไร ? หากไม่มีกรอบ มีข้อกำหนดแน่ชัด มีหรือชาติเล็ก ๆชาติหนึ่งจะอาจหาญไปกดดัน 2 มหาอำนาจที่ทำสงครามการค้าระหว่างกันได้ ?

แม้แต่ในแถลงการณ์ร่วมที่แถลงออกมาหลังการประชุม ยังจำเป็นต้องตัดข้อความที่ว่า “จะยึดมั่นในระบบการค้าพหุภาคีอย่างแรงกล้า” ออกไปจากที่เคยปรากฏอยู่ในร่างแถลงการณ์ครั้งแรก คือ ตัวอย่างที่ดีสำหรับกรณีนี้

เช่นเดียวกันกับการปรับปรุงแก้ไขเพิ่มเติมกฎกติกาในด้านการค้าระหว่างประเทศ ซึ่งหมายถึงการปฏิรูปองค์การการค้าโลก (ดับเบิลยูทีโอ) นั้น ตอนพูดนั้นง่าย แต่จะลงมือทำให้ได้ผลลัพธ์ที่ดี มีประสิทธิภาพ ยากเย็นและเปลืองเวลาเหลือหลาย

ไม่ใช่วันนี้ พรุ่งนี้ หรือเดือนหน้า ปีหน้า อย่างที่คาดหวังกัน แต่นานนับเป็นปี ๆ ได้เลยทีเดียว