เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ค่าเงินบาทวันนี้ (7 ก.ย. 69) เปิดตลาด 32.92 บาท บทวิเคราะห์ล่าสุด
Finance ค่าเงินบาทวันนี้ (7 ก.ย. 69) เปิดตลาด 32.92 บาท บทวิเคราะห์ล่าสุด
ทำไมการมี ‘เครือข่ายที่หลากหลาย’ คือทางรอด-สร้างโอกาสใหม่ในโลกธุรกิจยุคใหม่
Business ทำไมการมี ‘เครือข่ายที่หลากหลาย’ คือทางรอด-สร้างโอกาสใหม่ในโลกธุรกิจยุคใหม่
เริ่มจ่ายเยียวยา 9 พัน รอบแรก “น้ำท่วมน่าน” 8 ก.ย.นี้ รวม 1.5 หมื่นครัวเรือน วงเงิน 136 ล้าน
Politics เริ่มจ่ายเยียวยา 9 พัน รอบแรก “น้ำท่วมน่าน” 8 ก.ย.นี้ รวม 1.5 หมื่นครัวเรือน วงเงิน 136 ล้าน
พยากรณ์อากาศวันนี้ (7 ก.ย. 69) ยังมีฝนตกหนักบางแห่ง กทม. ฝนตก 60% ของพื้นที่
News พยากรณ์อากาศวันนี้ (7 ก.ย. 69) ยังมีฝนตกหนักบางแห่ง กทม. ฝนตก 60% ของพื้นที่
ราคาบิตคอยน์วันนี้ (7 ก.ย. 69) ขยับขึ้น 0.55% อยู่ที่ 80,276 เหรียญสหรัฐ
Finance ราคาบิตคอยน์วันนี้ (7 ก.ย. 69) ขยับขึ้น 0.55% อยู่ที่ 80,276 เหรียญสหรัฐ
ราคาน้ำมันวันนี้ (7 ก.ย. 69) เช็กราคาดีเซล-แก๊สโซฮอล์ล่าสุด
Economic ราคาน้ำมันวันนี้ (7 ก.ย. 69) เช็กราคาดีเซล-แก๊สโซฮอล์ล่าสุด
ดวงรายสัปดาห์ 6-12 กันยายน 2569
ดวง ดวงรายสัปดาห์ 6-12 กันยายน 2569
ก.พ. แจงแผนชะลอกำหนดตำแหน่ง ขรก. ไม่ใช่เบรกเลื่อนระดับสูงขึ้น
Politics ก.พ. แจงแผนชะลอกำหนดตำแหน่ง ขรก. ไม่ใช่เบรกเลื่อนระดับสูงขึ้น
นายกฯ ฮึ่มต่างชาติทำผิดพร้อมขับพ้นประเทศ หลังเซ็นเนรเทศชาวอิสราเอล
Politics นายกฯ ฮึ่มต่างชาติทำผิดพร้อมขับพ้นประเทศ หลังเซ็นเนรเทศชาวอิสราเอล
“สเตคอน”ผนึกพันธมิตร พลิกที่ดินบางนา-ตราด ลงทุนโปรเจ็กต์ดาต้าเซ็นเตอร์
Real Estate “สเตคอน”ผนึกพันธมิตร พลิกที่ดินบางนา-ตราด ลงทุนโปรเจ็กต์ดาต้าเซ็นเตอร์
ดูทั้งหมด

“ม็อบ”บี้เลื่อนแบนพาราควอต สบช่อง2ปีล้างสต๊อกเกลี้ยง

27 พ.ย. 2562 | 19:13น.
3 สมาคมผู้ค้าสารเคมีกำจัดวัชพืชขนม็อบเกษตรกร 4,000 คน บุก 2 กระทรวง กดดันคณะกรรมการวัตถุอันตราย “ชะลอ” แบน “พาราควอต-คลอร์ไพริฟอส-ไกลโฟเซต” ขอเวลา 2 ปี จับตาท่าที “สุริยะ” ยังไม่ประกาศวัตถุอันตรายชนิดที่ 4

 

เป็นอีกครั้งหนึ่งที่คณะกรรมการวัตถุอันตราย ถูก “กดดัน” อย่างหนัก ในการประชุมวันที่ 27 พฤศจิกายน เพื่อที่จะตัดสินใจในเรื่องสำคัญ จะเดินหน้า “แบน” 3 สารกำจัดวัชพืชอันตรายร้ายแรง “พาราควอต-คลอร์ไพริฟอส-ไกลโฟเซต” ซึ่งจะมีผลบังคับใช้ในวันที่ 1 ธันวาคม 2562 (ตามมติวันที่ 22 ตุลาคม) ต่อไป หรือจะ “ชะลอ” การบังคับใช้ออกไปอีกระยะเวลาหนึ่ง ท่ามกลางมวลชนหนุนหลัง 2 ฝ่าย ไม่ว่าจะเป็น เครือข่ายสนับสนุนการแบนสารพิษร้ายแรง686 องค์กร กับ 3 สมาคมการค้านวัตกรรมเพื่อการเกษตรไทย, สมาคมคนไทยธุรกิจเกษตร, สมาคมอารักขาพืชไทย, กลุ่มเกษตรกรที่ต้องการใช้สารกำจัดวัชพืชต่อไป และเครือข่ายอุตสาหกรรมอาหารและอาหารสัตว์ที่ต้องนำเข้าวัตถุดิบที่มีการใช้สารเคมีกำจัดวัชพืชจากต่างประเทศ

ขอลุงตู่ยกเลิกแบน

ผู้สื่อข่าว “ประชาชาติธุรกิจ” รายงาน 3 สมาคมที่เป็นตัวแทนของผู้ค้าสารเคมีการเกษตรกำจัดวัชพืชและศัตรูพืช รวมกับกลุ่มเกษตรกรประมาณ 4,000 คนได้รวมตัวกันที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์-กระทรวงอุตสาหกรรม เพื่อที่จะเข้ายื่นหนังสือร้องเรียนต่อ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เพื่อขอ “ทวงสิทธิ” เกษตรกรที่ต้องการใช้สารเคมีกำจัดวัชพืช พาราควอต-คลอร์ไฟริฟอส-ไกลโฟเซต ต่อไป พร้อมกับคัดค้านการแบนสารเคมีทั้ง 3 ชนิด ด้วยเหตุผล 1) การลงมติ “แบน” สารเคมีทั้ง 3 ชนิดของคณะกรรมการวัตถุอันตราย ในวันที่ 22 ตุลาคม 2562 มิได้มีการพิจารณาข้อมูลหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ใหม่ และมิได้มีการพิจาณาถึงผลกระทบต่อเกษตรกร

2) ผลการรับฟังความเห็นจากประชาชนต่อร่างประกาศกระทรวงอุตสาหกรรม เรื่องบัญชีรายชื่อวัตถุอันตรายประเภทที่ 4 ซึ่งสิ้นสุดการรับฟังเมื่อวันที่ 8 พฤศจิกายน 2562 ปรากฏมีผู้ไม่เห็นด้วยต่อการยกเลิกการใช้สารทั้ง 3 ชนิด ถึงมากกว่า 70% 3) ยังมิได้มีมาตรการรองรับผลกระทบจากการยกเลิก ต่อเกษตรกร-อุตสาหกรรมเกษตรและอาหาร

4) การยกเลิกการใช้สารทั้ง 3 ชนิดอย่างเร่งรีบ และไม่มีมาตรการรองรับขัดต่อรัฐธรรมนูญ ปี พ.ศ. 2560 มาตรา 73

5) การยกเลิกการใช้สารทั้ง 3 ชนิดอย่างเร่งรีบ และไม่มีมาตรการรองรับยังส่งผลกระทบต่อเนื่องถึงอุตสาหกรรมอาหารและอาหารสัตว์

“ในระหว่างนี้ให้นำมาตรการจำกัดการใช้มาใช้ตามประกาศกระทรวงเกษตรฯ เพื่อส่งเสริมการใช้สารเคมีเกษตรอย่างถูกต้องและปลอดภัย และหากยืนยันที่จะยกเลิกการใช้สารเคมีทั้ง 3 รัฐบาลต้องมีคำตอบเรื่องสารทดแทนที่ดีกว่าหรือเทียบเท่า ทั้งในด้านความปลอดภัย ประสิทธิภาพ รวมถึงความคุ้มค่าในเรื่องต้นทุนเกษตรกร”

กลับลำไม่ส่งออก

มีรายงานข่าวจากกลุ่มผู้นำเข้าผลิตและจำหน่ายสารเคมีกำจัดวัชพืชทั้ง 3 ชนิดเข้ามาว่า ได้มีการประเมินสถานการณ์ทางที่เป็นไปได้มากที่สุดก็คือ “ชะลอ” บังคับใช้การประกาศแบนสารเคมีทั้ง 3 ชนิดออกไปอีกระยะเวลาหนึ่ง หรือเท่ากับกลุ่มผู้ค้ายังมีโอกาสที่จะจำหน่ายสารเคมีที่เหลือตกค้างอยู่ในสต๊อก ซึ่งการชะลอการแบนออกไป จะส่งผลดีกับผู้ค้า 2 ประการ คือ 1) ไม่จำเป็นจะต้องทำการส่งออกสารเคมีเหล่านี้ออกไปนอกประเทศ กับ 2) พ้นไปจากความรับผิดชอบที่จะตกเป็นผู้เสียค่าใช้จ่ายในการทำลายสารเคมีทั้ง 3 หากบริษัทยังเหลือครอบครองอยู่

นายสกล มงคลธรรมากุล ประธานที่ปรึกษาสมาคมคนไทยธุรกิจเกษตร และสมาคมอารักขาพืชไทย กล่าวถึงการส่งออกสารเคมีกลับคืนประเทศต้นทาง หรือส่งไปประเทศที่ 3 นั้น ในทางปฏิบัติ “เป็นไปไม่ได้ และเป็นไปได้ยาก” เนื่องจากการนำเข้าสารเคมีกำจัดวัชพืชในแต่ละประเทศมีกฎระเบียบแตกต่างกัน สารเคมีที่ไทยนำเข้ามีการปรับสูตรให้เหมาะสมกับศัตรูพืชในประเทศ แต่ที่สำคัญก็คือ การที่คณะกรรมการวัตถุอันตราย ประกาศให้ทั้ง 3 สารเคมี จากวัตถุอันตรายชนิดที่ 3 เป็นวัตถุอันตรายชนิดที่ 4 ห้ามนำเข้า-ห้ามผลิต-ห้ามใช้-ห้ามส่งออก และห้ามครอบครองนั้น “จะไม่มีประเทศใดอนุญาตให้นำเข้าประเทศได้” ดังนั้น รัฐบาลต้องพิจารณาข้อกฎหมายด้วย

ขณะที่ น.ส.มนัญญา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวยืนยันว่า มีบริษัทได้แจ้งความจำนงจะขอ “อนุมัติ” ส่งออกสารเคมีกำจัดวัชพืชทั้ง 3 ประเภท ซึ่งทางที่ดีที่สุดก็คือเร่งส่งออกลอตแรกให้ได้ 700 ตัน ก็จะลดปริมาณสต๊อกตกค้างหลังวันที่ 1 ธันวาคม ลงไปได้ระดับหนึ่ง

ทั้งนี้ มีข้อน่าสังเกตถึงปริมาณสต๊อกสารเคมีทั้ง 3 ประเภท ที่กรมวิชาการเกษตรรายงานเข้ามา กลับเต็มไปด้วยความสับสนจนไม่มีใครแน่ใจว่า แท้จริงแล้วมีสารเคมีเหลือตกค้างอยู่เท่าใดกันแน่ ยกตัวอย่าง เดือนมิถุนายน 2562 มีบันทึกสต๊อกสารเคมี 3 ชนิด คงเหลือ 36,243 ตัน จาก 103 บริษัท, วันที่ 5 กรกฎาคม มีรายงานสต๊อกคงเหลือ 34,688 ตัน, วันที่ 30 กันยายน รายงานสต๊อกคงเหลือ 29,669 ตัน, วันที่ 31 ตุลาคม สต๊อกเหลือ 23,263 ตัน แต่ล่าสุดวันที่ 12 พฤศจิกายน รายงานสต๊อกคงเหลือเพิ่มขึ้นมาเป็น 38,855 ตัน หรือสต๊อกคงเหลือเพิ่มขึ้นจากเดือนมิถุนายนอีก 2,612 ตัน โดยมีการประเมินกันว่า สต๊อกคงเหลือระดับ 38,000 ตัน เกษตรกรจะใช้กำจัดวัชพืชได้อย่างต่ำไม่น้อยกว่า 2 ปีทีเดียว

หึ่งเลื่อนบังคับใช้

ล่าสุดมีรายงานจากกระทรวงอุตสาหกรรมเข้ามาว่า ในการประชุมคณะกรรมการวัตถุอันตราย วันที่ 27 พฤศจิกายน ซึ่งมี นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม เป็นประธานนั้น “มีความเป็นไปได้สูงที่จะเลื่อนการแบน 3 สารเคมีอันตรายออกไปอีก ด้วยเหตุผลที่ว่า 1) ร่างประกาศกระทรวงอุตสาหกรรมว่าด้วยบัญชีรายชื่อวัตถุอันตราย ที่ดำเนินการยกร่างโดยกรมวิชาการเกษตร ยังไม่แล้วเสร็จ ไม่สามารถลงในราชกิจจานุเบกษาได้ทัน 2) ยังไม่มีความชัดเจนทั้งในเรื่องของการเยียวยาเกษตรกร-การจัดเก็บทำลายสารเคมี-ผลกระทบที่จะเกิดขึ้นทั้งจากตัวเกษตรกรและผู้ประกอบการค้าสารกำจัดวัชพืช และ 3) คณะทำงานพิจารณาแนวทางช่วยเหลือเกษตรกรผู้ได้รับผลกระทบจากการยกเลิกใช้สารเคมี 3 ชนิด ที่มี นายอนันต์ สุวรรณรัตน์ ปลัดกระทรวงเกษตรฯ เป็นประธาน แสดงท่าทีขอให้เลื่อนการบังคับใช้ในวันที่ 1 ธันวาคมออกไปก่อน

“ท่าทีของคณะทำงานของกระทรวงเกษตรฯสอดคล้องกับข้อเสนอของผู้ค้าสารกำจัดวัชพืชที่กลับลำไม่ยอมส่งออกไปประเทศที่ 3 แต่ต้องการให้มีเวลาจำหน่ายสารเคมีในสต๊อกตกค้างกว่า 38,000 ตัน ให้กับเกษตรกรในประเทศทั้งหมดแทน ซึ่งเบื้องต้นจะต้องใช้เวลาไม่ต่ำกว่า 2 ปี และระหว่างนี้ให้นำมาตรการจำกัดการใช้มาบังคับใช้ต่อไป โดยผู้เสนอให้ชะลอการบังคับใช้จะต้องเป็นกรมวิชาการเกษตร ไม่ใช่กระทรวงอุตสาหกรรม” แหล่งข่าวกล่าว

อ่านข่าวเพิ่มเติม… เลื่อนแบน “พาราควอต-คลอร์ไพริฟอส” 6 เดือน 1 มิ.ย.63 ต้องหมด “ไกลโฟเซต” รอด

แท็กที่เกี่ยวข้อง

แบน3สารเคมี