เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ค่าเงินบาทวันนี้ (13 ก.ค. 69) เปิดตลาดอ่อนค่า 33.35 บาท บทวิเคราะห์ล่าสุด
Finance ค่าเงินบาทวันนี้ (13 ก.ค. 69) เปิดตลาดอ่อนค่า 33.35 บาท บทวิเคราะห์ล่าสุด
PIPATCHARA Musical ครั้งแรกและครั้งเดียวในประวัติศาสตร์
Biz Movement PIPATCHARA Musical ครั้งแรกและครั้งเดียวในประวัติศาสตร์
พยากรณ์อากาศวันนี้ (13 ก.ค. 69) ฝนตกหนักบางแห่ง กทม. ฝนตก 60% ของพื้นที่
News พยากรณ์อากาศวันนี้ (13 ก.ค. 69) ฝนตกหนักบางแห่ง กทม. ฝนตก 60% ของพื้นที่
นายกฯ สั่งสอบเหตุเพลิงไหม้โรงเบียร์ลาดพร้าว เร่งช่วยผู้รอดชีวิต
Politics นายกฯ สั่งสอบเหตุเพลิงไหม้โรงเบียร์ลาดพร้าว เร่งช่วยผู้รอดชีวิต
“ชัชชาติ“ ลงพื้นที่ไฟไหม้โรงเบียร์ลาดพร้าว พบเสียชีวิต 27 ราย สั่งตั้งศูนย์ช่วยเหลือ-เร่งตรวจใบอนุญาต
Economic “ชัชชาติ“ ลงพื้นที่ไฟไหม้โรงเบียร์ลาดพร้าว พบเสียชีวิต 27 ราย สั่งตั้งศูนย์ช่วยเหลือ-เร่งตรวจใบอนุญาต
โจทย์ใหญ่ไฟฟ้าพันเมก EEC ดึงดูดดาต้าเซ็นเตอร์ 6 แสนล้าน
Economic โจทย์ใหญ่ไฟฟ้าพันเมก EEC ดึงดูดดาต้าเซ็นเตอร์ 6 แสนล้าน
ราคาน้ำมันวันนี้ (13 ก.ค. 69) เช็กราคาดีเซล-แก๊สโซฮอล์ล่าสุด
Economic ราคาน้ำมันวันนี้ (13 ก.ค. 69) เช็กราคาดีเซล-แก๊สโซฮอล์ล่าสุด
ราคาบิตคอยน์วันนี้ (13 ก.ค. 69) ปรับลง 0.18% อยู่ที่ 63,778 เหรียญสหรัฐ
Finance ราคาบิตคอยน์วันนี้ (13 ก.ค. 69) ปรับลง 0.18% อยู่ที่ 63,778 เหรียญสหรัฐ
SMES ร้อง ‘กขค.’ คดีแพลตฟอร์ม โดน ‘GP-สารพัดค่าฟี’ แถมบังคับทำโปร
Business SMES ร้อง ‘กขค.’ คดีแพลตฟอร์ม โดน ‘GP-สารพัดค่าฟี’ แถมบังคับทำโปร
ดวงรายสัปดาห์ 12-18 กรกฎาคม 2569
ดวง ดวงรายสัปดาห์ 12-18 กรกฎาคม 2569
ดูทั้งหมด

เคล็ดลับการลงทุนอสังหาริมทรัพย์ ให้ประสบความสำเร็จ (1)-

15 ก.ย. 2560 | 07:00น.

คอลัมน์ พินิจ พิเคราะห์

โดย กิติชัย เตชะงามเลิศ [email protected]

 

ปัจจุบันคนไทย สนใจหาความรู้เกี่ยวกับเรื่องการลงทุนมากขึ้น จะเห็นได้จากหนังสือที่เกี่ยวกับเรื่องการลงทุนมีมากมาย บนชั้นหนังสือตามร้านหนังสือทั่วไป

ยิ่งสมัยนี้อัตราดอกเบี้ยเงินฝากของสถาบันการเงิน อยู่ในระดับที่ต่ำมาก ทำให้คนที่พอจะมีเงินออมต้องขวนขวายช่องทางในการทำให้เงินงอกเงยมากขึ้น เพราะจะมาหวังดอกเบี้ยจากเงินฝากสถาบันการเงิน ก็คงไม่เพียงพอ อสังหาริมทรัพย์ก็สามารถตอบโจทย์มีได้อย่างดีทีเดียว

เพราะว่าโดยปกติ ราคาอสังหาริมทรัพย์ จากทวีมูลค่าขึ้นไปเรื่อย ๆ เมื่อเวลาผ่านไป โอกาสที่ราคาอสังหาริมทรัพย์จะตกลงก็ต่อเมื่อ เกิดวิกฤตเศรษฐกิจครั้งใหญ่ ๆ อย่างเช่นวิกฤตต้มยํากุ้ง เมื่อปี 2540 ที่เริ่มเกิดขึ้นในประเทศไทย แล้วได้สร้างความเสียหายอย่างใหญ่หลวงต่อคนไทยและเศรษฐกิจไทย ทั้งยังส่งผลกระทบไปถึงประเทศเพื่อนบ้านไม่ว่าจะเป็นมาเลเซีย ลาว เวียดนามเกาหลีใต้ ฯลฯ

ปี 2560 นี้ก็เป็นการครบรอบ 20 ปีของวิกฤตดังกล่าว ผมเชื่อว่าในชีวิตคนเราโอกาสที่จะเห็นวิกฤตเศรษฐกิจครั้งใหญ่ ๆ เช่นนี้ อย่างมากก็ 2-3 ครั้งเท่านั้น

แต่ที่พูดแบบนี้ ไม่ได้หมายความว่า วิกฤตเศรษฐกิจกำลังจะเกิดขึ้นในเร็ว ๆ นี้ นะครับ

ผมยังจำได้ว่าตอนช่วงนั้นคนตกงานกันมากมาย แถมยังมีหนี้สินรกรุงรังเต็มไปหมด มีคนฆ่าตัวตายหลายคน เนื่องมาจากวิกฤตครั้งนั้น ผมเองก็เอาตัวแทบไม่รอดเหมือนกัน เพราะในช่วงนั้นผมก็มีหนี้กับสถาบันการเงินค่อนข้างมาก แต่โชคดีที่ยอมตัดขาดทุนหุ้นที่ลงทุน เพื่อนำเงินไปชำระหนี้กับสถาบันการเงินจนหมดหนี้ และยังเหลือเงินไว้ส่วนหนึ่งสำหรับไว้ใช้จ่ายในช่วงเศรษฐกิจย่ำแย่ในขณะนั้น ด้วยคำนวณว่าในช่วง 5 ปีข้างหน้า ผมจะต้องมีค่าใช้จ่ายประมาณเท่าใด เพราะในช่วงเวลานั้น เหมือนกับอยู่ในอุโมงค์ที่มืดมิด ซึ่งไม่เห็นแสงสว่างที่ปลายทางเลย นับว่าผมเป็นคนหนึ่งที่โชคดีที่สามารถเอาตัวรอดได้ในช่วงนั้น

ทำให้ผมลดความ AGGRESSIVE ในการลงทุนลงมาก จากการลงทุนที่มีสัดส่วนหนี้ต่อส่วนทุนของผม เกินหนึ่งเท่ามาตลอด จนกลายเป็นไม่มีหนี้ แม้อาจจะทำให้ทรัพย์สินผมลดลงก็ตาม คงเป็นเพราะความคิดเข็ดขยาด แล้วไม่อยากให้ตัวเองต้องอยู่ในภาวะเช่นนั้นอีก แต่เมื่อเวลาผ่านไป ผมก็เริ่มกลับมากลายเป็นคนมีหนี้อีก

อย่างไรก็ตาม หนี้เหล่านี้ เกิดขึ้นมาจากความต้องการที่จะลงทุน ในทรัพย์สินที่ผมเชื่อว่าจะทวีมูลค่าในอนาคต เพียงแต่ผมเพิ่มความระมัดระวังมากขึ้นกว่าแต่ก่อน โดยผมเพิ่มพอร์ตการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ให้มากขึ้น และลดพอร์ตการลงทุนในหุ้นลง เพื่อลดความเสี่ยงจากการลงทุน แต่ก็คงสภาพคล่องให้กับพอร์ตการลงทุนไว้ด้วย เนื่องจากอสังหาริมทรัพย์เป็นสินทรัพย์ที่ถึงแม้จะทวีมูลค่าขึ้นไปเรื่อย ๆ แต่มีข้อเสียคือสภาพคล่องต่ำ ไม่ใช่คิดว่าอยากจะขาย ก็จะขายได้ทันที

ในขณะที่ “หุ้น” เป็นสินทรัพย์ที่มีสภาพคล่องสูง อยากจะขายเมื่อไหร่ ก็มีคนรอซื้ออยู่ แต่มีข้อเสียคือมีความผันผวนของราคาสูงมาก ซึ่งอาจจะสร้างความเสียหายให้กับพอร์ตการลงทุนได้เป็นอย่างมาก ผมยังจำได้เลยว่า ในช่วงวิกฤตครั้งร้ายแรง ราคาหุ้นของบริษัทต่าง ๆ ลดลงไปอย่างน่าใจหาย ตั้งบริษัทราคาลงไปถึง 90 กว่าเปอร์เซ็นต์เลยทีเดียว จากเงินลงทุน 1 ล้านบาทเหลือไม่ถึง 100,000 บาท คุณทำใจได้ไหมครับ และยังมีสถาบันการเงินที่ต้องปิดไปหลาย ๆ บริษัท ทั้ง ๆ ที่ก่อนหน้านี้ ดูเป็นสถาบันการเงินที่แข็งแกร่ง มีการเติบโตของยอดรายได้และกำไรสูง ในหุ้นของสถาบันการเงินที่ปิดไปเหล่านี้ มีนักลงทุนหลายท่านนำมันมาใช้เป็นวอลเปเปอร์ติดที่ข้างฝาบ้าน ไม่รู้ว่าเพื่อประชด หรือว่าเอาไว้เตือนสติตัวเองในการลงทุนครั้งต่อไป

บทความนี้จะขอเน้นเรื่องการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ ถ้าคุณสนใจที่จะลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ ก่อนอื่นคุณต้องตัดสินใจก่อนว่า การลงทุนอสังหาริมทรัพย์ของคุณครั้งนี้เป็นการลงทุนเพื่ออะไร เพราะว่าในการลงทุนของคุณแต่ละครั้ง อาจจะมีจุดประสงค์ไม่เหมือนกัน บางครั้งคุณอาจจะต้องการซื้อเพื่อเก็งกำไร แต่บางครั้งอาจจะต้องการซื้อเพื่อลงทุน ดังนั้นวิธีการที่จะซื้ออสังหาฯจากจุดประสงค์ที่แตกต่างกัน ย่อมต้องมีวิธีการที่แตกต่างกันด้วยเช่นกัน ที่นี้เรามาดูจุดประสงค์ของการซื้ออสังหาฯโดยทั่ว ๆ ไปจะแบ่งได้เป็น 2 ประเภทคือ

1.เก็งกำไร โดยหวังที่จะขายใบจองได้ก่อนที่โครงการจะสร้างเสร็จ หรือที่หลาย ๆ คนมักเรียกว่า “จับเสือมือเปล่า”

2.ลงทุน นั่นหมายความว่าคุณพร้อมที่จะโอนยูนิตที่คุณซื้อไว้ เมื่อโครงการสร้างเสร็จ ซึ่งยังอาจแบ่งได้เป็น 2 จุดประสงค์คือ

2.1 ตั้งใจที่จะขายยูนิตที่คุณซื้อไว้ หลังจากที่ตึกสร้างเสร็จ

2.2 ตั้งใจที่จะถือยูนิตที่ซื้อไว้ เพื่อหวังปล่อยเช่า

ติดตามอ่านบทความหน้า ซึ่งผมจะแนะนำวิธีการซื้ออสังหาฯ ไม่ว่าจุดประสงค์ของการซื้อครั้งนั้น จะเป็นการลงทุนหรือเก็งกำไรก็ตาม