เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ในหลวง พระราชินี ทอดพระเนตรคอนเสิร์ต “โอเปรา โกส์ ทู ฮอลลีวูด”
ข่าวในพระราชสำนัก ในหลวง พระราชินี ทอดพระเนตรคอนเสิร์ต “โอเปรา โกส์ ทู ฮอลลีวูด”
บินตรง “คุนหมิง-อุดรฯ” ล่ม ทัวร์เร่งคืนเงินเต็มจำนวนหวั่นกระทบภาพลักษณ์
เศรษฐกิจภูมิภาค บินตรง “คุนหมิง-อุดรฯ” ล่ม ทัวร์เร่งคืนเงินเต็มจำนวนหวั่นกระทบภาพลักษณ์
“โอปอล สุชาตา” เตรียมอำลาตำแหน่ง Miss World 2026
Biz Movement “โอปอล สุชาตา” เตรียมอำลาตำแหน่ง Miss World 2026
“ชัชชาติ” สำรวจ ดาต้าเซ็นเตอร์ พระราม9 หลังชาวบ้าน-ร้านค้าร้องกลิ่นน้ำมันคลุ้ง
News “ชัชชาติ” สำรวจ ดาต้าเซ็นเตอร์ พระราม9 หลังชาวบ้าน-ร้านค้าร้องกลิ่นน้ำมันคลุ้ง
‘เอสซี-เสนา’ ฝ่าวิกฤตกู้ยาก ผนึก ‘แบงก์ใหญ่’ ช่วยคนซื้อบ้าน 
Real Estate ‘เอสซี-เสนา’ ฝ่าวิกฤตกู้ยาก ผนึก ‘แบงก์ใหญ่’ ช่วยคนซื้อบ้าน 
ยศชนัน-ศูนย์กันก่อนท่วม ชู Localize Technology ปั้นน้ำเป็นทุนเศรษฐกิจ
การศึกษา ยศชนัน-ศูนย์กันก่อนท่วม ชู Localize Technology ปั้นน้ำเป็นทุนเศรษฐกิจ
WOODY เจ้าตลาดคอนเทนต์สู่ Well-being Ecosystem
Biz Movement WOODY เจ้าตลาดคอนเทนต์สู่ Well-being Ecosystem
เปิดหลังบ้านความยั่งยืน NCC ‘Carbon Neutral Event’ เรื่องที่ไม่เคยถูกเล่ามาก่อน
SD เปิดหลังบ้านความยั่งยืน NCC ‘Carbon Neutral Event’ เรื่องที่ไม่เคยถูกเล่ามาก่อน
ไทยเบฟร่วม Bangkok Business Summit 2026 ชู SEP สร้างการเติบโตยั่งยืน
SD ไทยเบฟร่วม Bangkok Business Summit 2026 ชู SEP สร้างการเติบโตยั่งยืน
เชียงใหม่-ลำพูน ปลุกอีเวนต์โคมลอย “Moonlight Sky Lantern 2026” ดันห้องพักยี่เป็งเต็ม 100%
เศรษฐกิจภูมิภาค เชียงใหม่-ลำพูน ปลุกอีเวนต์โคมลอย “Moonlight Sky Lantern 2026” ดันห้องพักยี่เป็งเต็ม 100%
ดูทั้งหมด

CEO for Change “ไลโอเนล ลี” ก้าวสู่ทศวรรษที่ 4 ไรมอนแลนด์

03 ธ.ค. 2562 | 09:25น.

ทุกอย่างในโลกมีครั้งแรกเสมอ RML-Raimon Land บริษัทอสังหาริมทรัพย์มหาชนในตลาดหลักทรัพย์เมืองไทย ผ่านร้อนผ่านหนาว 32 ปีแห่งการก่อตั้ง เปลี่ยนเจ้าของเปลี่ยนทีมบริหารจนถึงยุคปัจจุบัน ภายใต้บทบาทการนำของ CEO ชาวสิงคโปร์ “มิสเตอร์ลี-ไลโอเนล ลี”

“ประชาชาติธุรกิจ” ถ่ายทอดบทสัมภาษณ์ในโอกาสร่วมทริปเปิดสำนักงานขายไรมอนแลนด์ครั้งแรกในประเทศสิงคโปร์ ณ Royal Sqaure@Novena ย่าน Medical Hub มีที่พักอาศัยระดับไฮเอนด์แพงที่สุด สิ่งที่น่าสนใจบนแผนธุรกิจ 5 ปีที่ยังแสวงหาโอกาสการลงทุนเพื่อการเติบโตอย่างไม่หยุดยั้งทั้งตลาดในประเทศไทยและตลาดโลก ทำให้ทศวรรษที่ 4 ขององค์กรเป็นทศวรรษที่ท้าทายเป็นอย่างยิ่ง

 

Q : อัพเดตแผนธุรกิจ

ไรมอนแลนด์ก่อตั้งและพัฒนาโครงการในประเทศไทยตั้งแต่ปี 2530 ปัจจุบันมีพื้นที่พัฒนาเกิน 1 ล้านตารางเมตร จุดโฟกัสเราไม่ได้จับตลาดห้องชุดยูนิตละ 3 ล้าน แต่เราจับตลาดไฮเอนด์จนถึงลักเซอรี่ ห้องชุดราคา 10 ล้านบาทขึ้นไป หรือเฉลี่ยตารางเมตรละ 2.5 แสนบาท

จุดแข็งบริษัทเน้นการทำธุรกิจยั่งยืนและเด่นด้านดีไซน์ มีการวิจัยจากลูกค้าเพื่อพัฒนาโปรดักต์ ดีไซน์ยืดหยุ่นสูง เช่น ดิเอสเทล ลูกค้าสามารถรวมห้องชุด 1 นอนเป็น 2 ห้องนอนได้ ฟังก์ชั่นห้องครัวก็ทุบห้องทำใหม่ได้ตามต้องการ บริษัทยังมุ่งเน้นและแคร์สิ่งแวดล้อมรอบด้าน ทุกอย่างที่เลือกเราเลือกอย่างพิถีพิถัน เช่น กระเบื้อง ไม้มาจากแหล่งใด มีความประณีตวัตถุดิบทุกชิ้นในโครงการ

ปัจจุบันห้องชุดราคา 10 ล้านบาทขึ้นไป เราพัฒนาแล้ว 5,238 ยูนิต จึงกล้าประกาศว่าเราเป็นเบอร์ 1 ห้องชุดระดับลักเซอรี่ในตลาดเมืองไทย

แผนธุรกิจปี 2563-2564 เราเบ่งพอร์ต 1 เท่าตัวเปรียบเทียบกับช่วง 30 ปีที่ผ่านมา วางแผนพัฒนาโครงการมูลค่ารวมกัน 65,000 ล้านบาท แบ่งเป็นเรสซิเดนเชียลกับคอมเมอร์เชียลและฮอสพิทาลิตี้อย่างละ 31,000 ล้านบาท

เบื้องต้นเรามองหาโอกาสจากประเทศมั่งคั่งในโลก ก็พบว่าสิงคโปร์ติดอันดับ 6 ประเทศมั่งคั่งสูงสุดในโลก อันดับการเก็บเงินออมก็สูงเช่นกัน การเข้าไปเปิดสำนักงานขายห้องชุดลักเซอรี่ “ดิเอสเทล พร้อมพงษ์” เพื่อต้องการยึดที่มั่นลูกค้าสิงคโปร์ ซึ่งมีสัดส่วนสูงถึง 22% ของฐานลูกค้าไรมอนแลนด์

ถัดจากสิงคโปร์ ประเทศที่เรามองโอกาสลงทุนคือ จีน ฮ่องกง ผมเจอคำถามบ่อยมากในช่วงหลายเดือนมานี้คือกรณีม็อบฮ่องกงเป็นความเสี่ยงหรือไม่ ผมกลับมองว่าเป็นโอกาสเพราะทุกคนถอยออกมา แต่ถ้าเราเข้าไปน่าจะเป็นโอกาสมากกว่าความเสี่ยง

ส่วนประเทศจีน ดีเวลอปเปอร์ไทยและทั่วโลกไปแข่งกันในเซี่ยงไฮ้ เรามองว่าเป็นเรดโอเชียน ถ้าจะไปจีนเราคงมองเมืองเสิ่นเจิ้นเป็นหลักเพราะเป็นเมืองหลวงด้านไอทีของจีน ผมสำรวจตลาดแล้วมีลูกค้าลักเซอรี่จำนวนมาก ประเมินคร่าว ๆ จากยอดขายรถเฟอร์รารี่ขายดีที่สุดในจีนก็อยู่ที่เมืองนี้

Q : มีโอกาสทำตลาดแมสหรือเปล่า

DNA ของไรมอนแลนด์คือคอนโดมิเนียมลักเซอรี่ ในเมืองไทยเรายังโฟกัสเซ็กเมนต์นี้อยู่ แต่ก็ไม่ทิ้งโอกาสเจาะตลาดแมสแต่คงหันไปทำในต่างประเทศมากกว่า อาจจะในประเทศเพื่อนบ้านอย่างกัมพูชา ลาว มาเลเซีย

พอร์ตการลงทุนวางสัดส่วน 70/30 ลงทุนในไทย 70% ต่างประเทศอีก 30% โดยเราประเมินปัจจัยบวกปัจจัยลบอย่างเทรดวอร์ระหว่างสหรัฐ-จีน การประท้วงในชิลี ฮ่องกง ซึ่งมีเยอะมาก แน่นอนสำหรับนักลงทุนย่อมมีความเสี่ยง แต่ในเวลาเดียวกันก็มองเป็นโอกาสลงทุนได้เช่นกัน เพราะในช่วงตลาดดี เศรษฐกิจรุ่งเรือง ก็จะเป็นการยากที่จะเข้าไปแข่งขัน

เพราะฉะนั้น บรรยากาศที่เกิดขึ้นรอบโลก มองเป็นโอกาสมากกว่า พื้นที่ที่เราสนใจมองตลาดเอเชียกับธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ในกรุงลอนดอน ผมมองว่าเทรดวอร์กับม็อบฮ่องกงสองแฟกเตอร์นี้อาจมีผลกระทบต่อดีมานด์และซัพพลาย แต่กำลังซื้อยังดี เพราะฮ่องกง จีน ยุโรปยังคงสนใจลงทุน

โดยภาพรวม เฉลี่ยการลงทุนเราต้องการเม็ดเงินปีละ 7,000 ล้านบาท ในขณะที่เฉลี่ยหลังจากนี้วางแผนเปิดปีละ 2 โครงการ มูลค่ารวมปีละ 10,000 ล้านบาท ขึ้นกับจังหวะและโอกาส ซึ่งเรามีดีล JV-joint venture มากขึ้น

ในส่วนของดีล JV เราไม่ได้สนใจเรื่องการเติบโตมากไปกว่าส่วนแบ่งกำไรสุทธิ คำนวณจากมาตรฐานปกติ โครงการที่อยู่อาศัยคืนทุนใน 3 ปี คอมเมอร์เชียลคืนทุนใน 7 ปี

Q : ประเมินเศรษฐกิจไทยยังไง

เศรษฐกิจประเทศไทยอาจชะลอตัวไปบ้าง 2-3 ปีนี้อาจยังทรงตัวอยู่ ในลองเทอมตลาดเมืองไทยมี attraction หลายอย่างที่นักลงทุนต่างชาติให้ความสนใจ มีเสถียรภาพระดับหนึ่ง

โดยเฉพาะโอกาสที่มองไว้คือย่าน EEC-เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก ในอนาคตถ้ารถไฟฟ้าความเร็วสูงสร้างเสร็จ ชาวต่างชาติที่ทำงานใน EEC ไม่จำเป็นต้องพักที่พัทยาแต่เดินทาง 3 ชั่วโมงกลับมานอนที่กรุงเทพฯได้ จะทำให้ตลาดเรสซิเดนเชียลในกรุงเทพฯ เชนจ์อีกครั้ง

การลงทุนที่เรามองไว้คือศึกษาตลาดซีเนียร์ลิฟวิ่ง เราวิจัยมา 3 ปีแล้ว แต่ตลาดผู้สูงวัยเมืองไทยยังไม่พร้อม แต่ถ้าจังหวะมาถึงเมื่อไหร่ไรมอนแลนด์สามารถลงทุนได้ทันที มีแผนธุรกิจในมือหมดแล้ว ถ้าทำก็คงร่วมกับพันธมิตรจากญี่ปุ่นเพราะโมเดลต้นแบบเราศึกษาจากตลาดญี่ปุ่น

คร่าว ๆ ลูกค้าหลักคนไทยกับต่างชาติ 50/50 มีค่าใช้จ่ายเดือนละ 50,000 บาท เป็นโครงการเวลเนส ซึ่งเราไม่ห่วงด้านบุคลากรทางการแพทย์ เพราะเมืองไทยมีอยู่จำนวนมาก ผมมั่นใจว่าไม่มีปัญหาในการ set up ธุรกิจเวลเนส ทำเลที่ทำได้ทั้งในกรุงเทพฯ ชลบุรี เชียงใหม่ แต่อาจต้องรอเวลาอีกสัก 3-4 ปี

Q : อยากให้รัฐบาลไทยแก้ปัญหาอะไร

เป็นคำถามที่เจออยู่เหมือนกัน ในฐานะนักลงทุนเราต้องการเสถียรภาพในการทำธุรกิจ แต่ถ้าถามว่า 3 อย่างแรกที่อยากขอให้รัฐบาลไทยสนับสนุน ผมเริ่มจากเรื่องแรก ควรแก้ไขกฎหมายล้าสมัย ผมเดินทางเยอะมากก็พบว่าการทำธุรกิจอสังหาฯ ในเมืองไทยยังมีอุปสรรคกฎหมายล้าสมัย เช่น กฎหมายก่อสร้าง ระยะย่นตัวอาคาร กฎหมายผังเมืองที่ควบคุมตึกสูง ผมคิดว่าประเทศไทยนี้ดการปรับปรุงกฎหมายให้เป็นมาตรฐานสากล

เรื่องที่ 2 อยากให้แก้สัดส่วนโควตาลูกค้าต่างชาติ ปัจจุบันซื้อห้องชุดได้ 49% ในขณะที่โลกสมัยใหม่เป็นการค้าเสรี ทุกวันนี้ลูกค้าต่างชาติมีความต้องการซื้อแต่ทำไมรัฐบาลไทยไปจำกัดโควตา เทียบกับต่างประเทศสามารถซื้อได้ไม่จำกัด เพราะฉะนั้นถ้าเป็นไปได้ อยากให้ปรับสัดส่วนเพิ่มมากขึ้น ไม่ต้องซื้อได้ 100% แต่อาจเพิ่มเป็น 80% อย่างน้อยให้ซื้อได้ในสัดส่วนที่มากกว่าเดิม

เรื่องที่ 3 มาตรการ LTV-loan to value ของธนาคารแห่งประเทศไทย เพราะมีผลกระทบกับลูกค้าคนไทย ทำให้การซื้อหลังที่ 2-3 มีข้อจำกัด

Q : คีย์ซักเซสในการทำธุรกิจ

คิดว่าเป็นเรื่องสตรองโปรดักต์ เราดีไซน์จากความต้องการลูกค้าเป็นที่หนึ่ง customer first เราพิถีพิถันในการพัฒนาดีไซน์และรูปแบบ เหมือนกับซื้อเบนซ์ที่มีให้เลือกทั้งซีคลาส อีคลาส เอสคลาส ซึ่งมีความคาดหวังกับแต่ละซีรีส์ไม่เหมือนกัน แต่ก็เป็นตลาดลักเซอรี่เปรียบเทียบคอนโดฯ กับเบนซ์ C class เทียบเท่าแบรนด์ The Lofts เบนซ์ E class เทียบเท่าแบรนด์ TAIT และตัวท็อปเบนซ์ S class เทียบเท่าแบรนด์ The Estelle

ไม่ว่าลูกค้าเลือกซีรีส์ไหน คอนโดฯ ไรมอนแลนด์ก็การันตีเป็นห้องชุดลักเซอรี่เพราะเป็น DNA ของเรา

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ไรมอนแลนด์