เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ส่องธุรกิจผับ-บาร์ไทย รายได้โต ท่ามกลางโจทย์ท่องเที่ยวและกำลังซื้อ
Business ส่องธุรกิจผับ-บาร์ไทย รายได้โต ท่ามกลางโจทย์ท่องเที่ยวและกำลังซื้อ
ยลโฉมแชมป์ ประเทศไทย 10 เซียนประจัญบาน
Automotive ยลโฉมแชมป์ ประเทศไทย 10 เซียนประจัญบาน
ION Energy รับเทรนด์โซลาร์ไฮบริดโตแรง ผนึก Sigenergy ลุย 5,000 ครัวเรือน
Economic ION Energy รับเทรนด์โซลาร์ไฮบริดโตแรง ผนึก Sigenergy ลุย 5,000 ครัวเรือน
“Yaomic”หนุนครีเอเตอร์ไทยสู่เวทีโลก ร่วมเป็นสปอนเซอร์“Y Book Fair 11”
Biz Movement “Yaomic”หนุนครีเอเตอร์ไทยสู่เวทีโลก ร่วมเป็นสปอนเซอร์“Y Book Fair 11”
ทุเรียนใต้ราคาร่วงเหลือ 8 บ. ชาวสวนขาดทุนยับ วอนรัฐช่วยลดต้นทุนการผลิต
เศรษฐกิจภูมิภาค ทุเรียนใต้ราคาร่วงเหลือ 8 บ. ชาวสวนขาดทุนยับ วอนรัฐช่วยลดต้นทุนการผลิต
SACIT ดัน ‘ชุดไทยพระราชนิยม’ สู่เวทีโลก ปั้นทุนวัฒนธรรมขับเคลื่อนเศรษฐกิจหัตถกรรม
Economic SACIT ดัน ‘ชุดไทยพระราชนิยม’ สู่เวทีโลก ปั้นทุนวัฒนธรรมขับเคลื่อนเศรษฐกิจหัตถกรรม
ศุภจี พร้อมออกมาตรการดึงกองถ่ายระดับโลก การลงทุนคอนเทนต์
Politics ศุภจี พร้อมออกมาตรการดึงกองถ่ายระดับโลก การลงทุนคอนเทนต์
ผู้ว่าฯ แบงก์ชาติ ติดตามสถานการณ์ตะวันออกกลางใกล้ชิด ชี้เร็วเกินไปสรุปผลกระทบเศรษฐกิจ
Finance ผู้ว่าฯ แบงก์ชาติ ติดตามสถานการณ์ตะวันออกกลางใกล้ชิด ชี้เร็วเกินไปสรุปผลกระทบเศรษฐกิจ
ศุภจี สั่งเตรียมรับมือค่าครองชีพผันผวน หลังวิกฤตตะวันออกกลางส่อปะทุ
Politics ศุภจี สั่งเตรียมรับมือค่าครองชีพผันผวน หลังวิกฤตตะวันออกกลางส่อปะทุ
โรงเรียนเล็กในทุ่งกว้าง จัด “พาลูกลงนา” ดึงครอบครัวคืนสู่วิถีธรรมชาติ รุ่นนำร่อง 18 ก.ค.นี้
SD โรงเรียนเล็กในทุ่งกว้าง จัด “พาลูกลงนา” ดึงครอบครัวคืนสู่วิถีธรรมชาติ รุ่นนำร่อง 18 ก.ค.นี้
ดูทั้งหมด

“วีรศักดิ์” ชี้ส่งออกอัญมณีและเครื่องประดับ ยังแรง มูลค่า 13,974 ล้านเหรียญสหรัฐ ได้แรงหนุนจากการส่งออกทองคำ

03 ธ.ค. 2562 | 18:01น.
นายวีรศักดิ์ หวังศุภกิจโกศล รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า การส่งออกอัญมณีและเครื่องประดับของไทยในช่วง 10 เดือนของปี 2562 (ม.ค.-ต.ค.) มีมูลค่า 13,974.58 ล้านเหรียญสหรัฐ เพิ่มขึ้น 37.59% คิดเป็นเงินบาทมีมูลค่า 434,752.85 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 34.01% หากหักทองคำ ซึ่งเป็นสินค้าที่มีความผันผวนออก การส่งออกมีมูลค่า 6,900.81 ล้านเหรียญสหรัฐ เพิ่มขึ้น 6.24% คิดเป็นเงินบาทมูลค่า 214,778.72 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 3.43%

ปัจจัยที่ทำให้การส่งออกในช่วง 10 เดือนของปี 2562 เพิ่มขึ้น ยังคงมาจากการส่งออกทองคำที่เพิ่มขึ้นถึง 93.23% แม้ว่าเฉพาะเดือนต.ค.2562 การส่งออกทองคำจะชะลอตัวลง จากราคาทองคำในตลาดโลกที่ปรับตัวลดลง และนักลงทุนมีการเทขายทองคำออก และหันไปลงทุนสินทรัพย์เสี่ยงแทน หลังจากที่ตลาดคลายความกังวลจากปัญหาสงครามการค้าสหรัฐฯ กับจีน ที่มีแนวโน้มบรรลุข้อตกลงทางการค้า และยังคลายความกังวลการถอนตัวออกจากสหภาพยุโรปของอังกฤษ (เบร็กซิต) ที่เลื่อนออกไปเป็น 31 ม.ค.2563

ทั้งนี้ หากดูเป็นรายสินค้า พลอยสียังคงเป็นสินค้าดาวรุ่ง การส่งออกเพิ่มขึ้น ทั้งพลอยก้อน พลอยเนื้อแข็งเจียระไน และพลอยเนื้ออ่อนเจียระไน โดยเพิ่มขึ้น 309.03% , 7.54% และ 14.36% ตามลำดับ ขณะที่เศษหรือของที่ใช้ ไม่ได้ทำด้วยโลหะมีค่า เพิ่มขึ้น 410.64% เครื่องประดับเทียม เพิ่ม 0.14% แต่เครื่องประดับแท้ ลด 8.66% เครื่องประดับเงิน ลด 21.71% เครื่องประดับทอง ลด 1.65% เครื่องประดับแพลทินัม ลด 3.72% เพชร ลด 7.90% เพชรก้อน ลด 21.66% เพชรเจียระไนลด 6.86%

สำหรับตลาดส่งออก อาเซียน เพิ่มขึ้นสูงสุด 198.03% จากการส่งออกไปสิงคโปร์และกัมพูชา เพิ่ม 306% และ 146% รองลงมา คือ อินเดีย เพิ่ม 98.25% จากการส่งออกเพชรเจียระไน และพลอยได้เพิ่มขึ้น และกลุ่มประเทศตะวันออกกลาง เพิ่ม 0.95% จากการส่งออกไปยังสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์เพิ่ม ส่วนฮ่องกง ตลาดอันดับ 1 ลด 3.82% เพราะได้รับผลกระทบจากสงครามการค้าและการประท้วง นักท่องเที่ยวลด ทำให้ร้านค้าปลีกหลายรายปิดตัวลง สหภาพยุโรป ลด 3.54% สหรัฐฯ ลด 7.61% จากภาวะเศรษฐกิจชะลอตัว ญี่ปุ่น ลด 6.54% จากการส่งออกลดลง จีนลด 13.31% เพราะได้รับผลกระทบจากสงครามการค้า ชาวจีนลดซื้อสินค้าฟุ่มเฟือย ประเทศหมู่เกาะแปซิฟิก ลด 23.33% รัสเซียและกลุ่มประเทศเครือรัฐเอกราช ลด 65.74%

นายวีรศักดิ์กล่าวว่า สำหรับการส่งออกในช่วงที่เหลือของปี 2562 ผู้ประกอบการไทยยังต้องเผชิญกับปัจจัยเสี่ยงที่จะกดดันการส่งออกอัญมณีและเครื่องประดับไทยอยู่หลายประเด็น โดยเฉพาะผลกระทบจากความไม่แน่นอนของสงครามการค้า และเบร็กซิต เหตุการณ์ประท้วงในฮ่องกง ความขัดแย้งระหว่างญี่ปุ่นและเกาหลีใต้ที่นำไปสู่การตอบโต้ทางเศรษฐกิจ รวมถึงค่าเงินบาทที่จะยังอยู่ในทิศทางแข็งค่า ซึ่งกระทบต่อความสามารถในการแข่งขันของสินค้าส่งออกของไทย

“ผู้ประกอบการไทยต้องปรับกลยุทธ์การดำเนินธุรกิจให้ทันกับการเปลี่ยนแปลงที่อาจเกิดขึ้นได้ เร่งรุกบุกตลาดที่ยังเติบโตได้ดีอย่างอินเดีย อาเซียน กลุ่มประเทศตะวันออกกลาง โดยการใช้สิทธิประโยชน์จากเอฟทีเอในการขยายตลาดทั้งอาเซียนและอินเดยี และให้ความสำคัญกับการใช้ช่องทางการค้าผ่านออนไลน์ เพื่อขยายการค้าสู่ตลาดต่างๆ รวมถึงการสร้างความแตกต่างและเพิ่มมูลค่าของสินค้าด้วยนวัตกรรมใหม่ๆ อีกทั้งไม่ควรมองข้ามการบริหารความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนด้วยการซื้อขายเงินตราต่างประเทศล่วงหน้า เพราะจะช่วยพยุงธุรกิจและรักษาส่วนแบ่งตลาดของไทยไว้ได้”นายวีรศักดิ์กล่าว