เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
‘คนที่พึ่งพาได้’ ในที่ทำงาน มีราคาที่ต้องจ่าย? แนะวิธีปลดตัวเองจากการโหมงานหนัก
HR ‘คนที่พึ่งพาได้’ ในที่ทำงาน มีราคาที่ต้องจ่าย? แนะวิธีปลดตัวเองจากการโหมงานหนัก
ราคาบิตคอยน์วันนี้ (25 ต.ค. 69) ปรับลง 0.36% อยู่ที่ 80,796 เหรียญสหรัฐ
Finance ราคาบิตคอยน์วันนี้ (25 ต.ค. 69) ปรับลง 0.36% อยู่ที่ 80,796 เหรียญสหรัฐ
ราคาน้ำมันวันนี้ (25 ต.ค. 69) เช็กราคาดีเซล-แก๊สโซฮอล์ล่าสุด
Economic ราคาน้ำมันวันนี้ (25 ต.ค. 69) เช็กราคาดีเซล-แก๊สโซฮอล์ล่าสุด
ในหลวง พระราชินี ทรงบำเพ็ญพระราชกุศลครบรอบ 1 ปี วันสวรรคต พระพันปีหลวง
ข่าวในพระราชสำนัก ในหลวง พระราชินี ทรงบำเพ็ญพระราชกุศลครบรอบ 1 ปี วันสวรรคต พระพันปีหลวง
ท่องเที่ยวหนุน WTCE 2026 เชื่อมธุรกิจไทย-จีน-นานาชาติ ดันท่องเที่ยว เทคโนโลยี กีฬา บันเทิงสู่โอกาสใหม่
Business ท่องเที่ยวหนุน WTCE 2026 เชื่อมธุรกิจไทย-จีน-นานาชาติ ดันท่องเที่ยว เทคโนโลยี กีฬา บันเทิงสู่โอกาสใหม่
แฟนหนังสือต่อคิวล้นรอพิธาแจกลายเซ็นต์ แนะ 3 ข้อแก้ปัญหาเศรษฐกิจ
Biz Movement แฟนหนังสือต่อคิวล้นรอพิธาแจกลายเซ็นต์ แนะ 3 ข้อแก้ปัญหาเศรษฐกิจ
“CX สู่ AX” BBIK ใช้ AI พลิกเกมแอปการเงิน ย้ำประสบการณ์ลูกค้าต้องเป็นวาระ CEO
Tech “CX สู่ AX” BBIK ใช้ AI พลิกเกมแอปการเงิน ย้ำประสบการณ์ลูกค้าต้องเป็นวาระ CEO
‘มังคุดนอกฤดู’ ภาคใต้เนื้อหอม พ่อค้ารุมจองเหมาสวนลุ้นราคาแตะร้อย
Economic ‘มังคุดนอกฤดู’ ภาคใต้เนื้อหอม พ่อค้ารุมจองเหมาสวนลุ้นราคาแตะร้อย
จะ Update โครงสร้างเงินเดือนวิธีไหนดี
SD Talk จะ Update โครงสร้างเงินเดือนวิธีไหนดี
คพ. แจงผลตรวจคุณภาพน้ำกรณีปลาตาย จ.ปราจีนบุรี เร่งตรวจสอบสาเหตุเพิ่มเติม
Economic คพ. แจงผลตรวจคุณภาพน้ำกรณีปลาตาย จ.ปราจีนบุรี เร่งตรวจสอบสาเหตุเพิ่มเติม
ดูทั้งหมด

ข้อตกลงการค้าจีน-สหรัฐ สัญญาณคลี่คลายความขัดแย้ง ?

19 ธ.ค. 2562 | 16:21น.

คอลัมน์ ชีพจรเศรษฐกิจโลก

โดย ไพรัตน์ พงศ์พานิชย์

 

ความตื่นเต้นต่อ “ความตกลงการค้าระยะที่หนึ่ง” ระหว่างจีนกับสหรัฐอเมริกา จืดจางหายไปอย่างรวดเร็ว ไม่นานหลังการประกาศความตกลงดังกล่าวนี้ของทั้ง 2 ประเทศเมื่อวันที่ 13 ธันวาคมที่ผ่านมา

หลังจากที่ตรวจสอบเนื้อหาสาระของ “ความตกลง” ที่ว่านั้นแล้ว และพบข้อบกพร่อง สารัตถะที่ขาดหายไปมากมาย จนผู้สันทัดกรณีด้านการค้าระหว่างประเทศบางคนถึงกับออกปากว่า เอาเข้าจริงแล้ว สิ่งที่ประกาศกันออกมาไม่ควรเรียกว่า ความตกลงการค้าด้วยซ้ำไป ไม่ว่าจะเป็นระยะที่หนึ่ง หรือเป็นความตกลงเบื้องต้นก็ตามที

ตัวอย่างสำคัญประการแรก ที่ผู้เชี่ยวชาญบางรายตั้งข้อสังเกตก็คือ ความตกลงการค้าดังกล่าวนี้ต่างฝ่ายต่างทำขึ้น หลังจากตกลงกันในการเจรจา สหรัฐอเมริกาจัดทำเป็นภาษาอังกฤษ จีนก็ทำเป็นภาษาจีน ไม่มีฉบับของจีนที่เป็นภาษาอังกฤษปรากฏให้เห็น แล้วก็ไม่มีฉบับภาษาจีนของสหรัฐอเมริกาปรากฏเผยแพร่ออกมาเช่นเดียวกัน

กรณีนี้มีนัยสำคัญตรงที่ “ความตกลง” นี้จะก่อให้เกิดปัญหา “ความเข้าใจร่วม” หรือ “ความเข้าใจที่ตรงกัน” ในความหมายของเนื้อความสำคัญ ๆ ในความตกลงขึ้นได้

นี่คือเหตุผลสำคัญที่ความตกลงระหว่างประเทศใด ๆ นอกเหนือจากจัดทำเป็นภาษาของคู่ความตกลงแล้ว ยังต้องจัดทำเป็นภาษากลางสำหรับยึดถือในสาระสำคัญให้ตรงกัน

ไม่ใช่ต่างคนต่างเข้าใจไปคนละอย่าง คนละทาง ซึ่งจะลงเอยเหมือนกับการกล่าวหาซึ่งกันและกันที่ผ่านมาระหว่างจีนกับสหรัฐอเมริกาว่า อีกฝ่ายไม่รักษาคำมั่นสัญญาที่ให้ไว้บนโต๊ะเจรจานั่นเอง

ข้อสังเกตอีกประการที่น่าสนใจเกี่ยวกับ “เงื่อนไข” ซึ่งนำมาสู่การทำความตกลงซึ่งกันและกันในครั้งนี้

ในรายละเอียดที่เผยแพร่โดยสำนักงานผู้แทนการค้าสหรัฐอเมริกานั้น มีผู้ตั้งข้อสังเกตว่า เต็มไปด้วยรายละเอียดจำเพาะเจาะจงลงไปในเรื่องการลดการตั้งกำแพงภาษีของสหรัฐอเมริกา แต่กลับไม่มีรายละเอียดจำเพาะเจาะจงในส่วนของจีนปรากฏให้เห็น

ทำนองเดียวกัน ในส่วนที่ระบุเอาไว้เป็นเงื่อนไขว่า จีนกำหนดจะซื้อสินค้าเกษตรและสินค้าโภคภัณฑ์จากสหรัฐอเมริกา เพิ่มขึ้นในช่วงระยะเวลา 2 ปี เพื่อแลกเปลี่ยนกับการระงับและการลดพิกัดอัตราภาษีศุลกากรสำหรับสินค้านำเข้าจากจีนสู่สหรัฐอเมริกา ก็ไม่มีรายละเอียดกำกับไว้แบบเจาะจงว่า จีนต้องซื้อสินค้าอะไร และต้องเริ่มซื้อเมื่อใด เท่าใดกันแน่ ?

ยิ่งไปกว่านั้นมูลค่า 50,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐที่นำมาอ้างอิงกันอยู่นั้น เป็นมูลค่ารวมของการซื้อสินค้าเกษตรจากสหรัฐอเมริกาของจีน ที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ “คิดเอาว่า” จะเป็นเช่นนั้นเท่านั้นเอง

หากทั้ง 2 ฝ่ายเห็นตรงกันจริง และต้องการทำให้เรื่องนี้เป็นจริง ต้องมีกำหนดจำเพาะเจาะจงลงไปได้ เพราะกำหนดง่าย ตรวจสอบได้ง่าย เป็นรูปธรรมอย่างยิ่ง แต่ทำไมไม่กำหนดไว้ ปล่อยให้คลุมเครืออย่างมากเช่นนี้ ก็กลายเป็นเครื่องหมายคำถามมหึมาอยู่เหมือนกัน

แต่ส่วนที่ขาดหายไปอย่างสำคัญในความตกลงทางการค้าครั้งนี้ก็คือ ส่วนที่เกี่ยวเนื่องกับ “การปฏิรูปเชิงโครงสร้าง” และการเปลี่ยนแปลงรูปแบบทางการค้าของจีน “ในด้านสิทธิทรัพย์สินทางปัญญา, การถ่ายทอดเทคโนโลยี, การบริการทางการเงินและกระบวนการปริวรรตเงินตรา” ซึ่งสหรัฐอเมริกาเคยถือเป็น “หัวใจสำคัญ” อย่างยิ่งในการทำสงครามการค้ากับจีนในครั้งนี้

ถ้าหากมีความคืบหน้าในการทำความตกลงกันที่เกี่ยวเนื่องกับเรื่องเหล่านี้ ทำไมต้องปกปิด คลุมเครือเอาไว้ เพราะนี่คือความสำเร็จที่สำคัญที่สุดและยิ่งใหญ่ที่สุดสำหรับฝ่ายสหรัฐอเมริกา ?

ถ้าหากไม่มีความคืบหน้าใด ๆ ในเรื่องสำคัญในระดับนี้ ทำไมถึงต้องทำเป็นเสมือนหนึ่งว่ามีความคืบหน้า จนสามารถทำเป็น “ความตกลงทางการค้า” ระยะแรกกันขึ้นมาได้ ? หลายคนยังคงงงงวยอยู่จนถึงขณะนี้

หรือจำเป็นต้องทำเช่นนั้นเพียงเพื่อให้ได้มีข้ออ้างในการทำความตกลง ซึ่งจะยังคงให้ทั้ง 2 ฝ่าย “หย่าศึกการค้า” กันได้ชั่วคราวเท่านั้น

ข้อดีในทางบวกเพียงประการเดียวที่ผู้สันทัดกรณีทางการค้าหลาย ๆ คนพบเห็นได้จากความตกลงการค้าระยะแรกที่โดนัลด์ ทรัมป์ ภาคภูมิใจนักหนานี้ก็คือ ข้อเท็จจริงที่ว่า การประกาศความตกลงทางการค้าระหว่างกันขึ้นทั้ง ๆ ที่ไม่มีความหมายสำคัญใด ๆ ในเชิงการค้าครั้งนี้ หมายถึงว่า ทั้งสหรัฐอเมริกาและจีน ไม่ต้องการให้สงครามการค้าระหว่างกันครั้งนี้ ลุกลามต่อไปจนครอบคลุมการค้าระหว่างกันทั้งหมด แต่ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจโลกอย่างลึกซึ้ง กว้างขวาง เท่านั้นเอง

แต่ในเวลาเดียวกัน สิ่งที่สะท้อนออกมาจากความตกลงครั้งนี้ก็คือ ความขัดแย้งทางการค้าและการแย่งชิงอิทธิพลการเป็นใหญ่ในโลกเทคโนโลยีระหว่างประเทศทั้งสอง ไม่ได้ขยับเข้าใกล้กันแม้แต่นิดเดียว

ที่เคยขัดแย้งกันหนักหนาสาหัส ยังคงอยู่อย่างครบถ้วน

ดังนั้นใครที่คิดว่า ความตกลงการค้าครั้งนี้เป็นสัญญาณแสดงถึงการคลี่คลายของความขัดแย้งระหว่างจีนกับสหรัฐอเมริกา ก็อาจผิดหวังครั้งใหญ่ต่อไปได้อีกนาน