เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ส่งออกครึ่งปีหลังเหนื่อย รับมือ ‘ม.301-สงครามรอบใหม่’
Economic ส่งออกครึ่งปีหลังเหนื่อย รับมือ ‘ม.301-สงครามรอบใหม่’
ทุ่มเวนคืน 8.8 พันล้าน เร่ง ‘วงแหวนรอบ 3’ ฝั่งตะวันออก  
Real Estate ทุ่มเวนคืน 8.8 พันล้าน เร่ง ‘วงแหวนรอบ 3’ ฝั่งตะวันออก  
‘ไลฟ์ สุขุมวิท-พระราม 4’ คอนโดฯ วิวโค้งน้ำบางกะเจ้า
Real Estate ‘ไลฟ์ สุขุมวิท-พระราม 4’ คอนโดฯ วิวโค้งน้ำบางกะเจ้า
ตลาดงูบอลไพธอนโตไม่หยุดแพงสุดหลักล้าน ส่งขายอินเดีย เวียดนาม
Biz Movement ตลาดงูบอลไพธอนโตไม่หยุดแพงสุดหลักล้าน ส่งขายอินเดีย เวียดนาม
ธอส.อุ้มภาคอสังหาฯมองตลาดพ้นจุดต่ำสุด ‘ลดค่าโอน-จดจำนอง’ หนุน
Finance ธอส.อุ้มภาคอสังหาฯมองตลาดพ้นจุดต่ำสุด ‘ลดค่าโอน-จดจำนอง’ หนุน
TG x Bath & Bloom ชวนสูด ‘กลิ่นไทย’ บนเครื่องบิน
Business TG x Bath & Bloom ชวนสูด ‘กลิ่นไทย’ บนเครื่องบิน
ไพรเวตเจ็ต ตั้งเข็ม มุ่ง ‘เวียดนาม’ รับดีมานด์พุ่ง
Business ไพรเวตเจ็ต ตั้งเข็ม มุ่ง ‘เวียดนาม’ รับดีมานด์พุ่ง
ขับเคลื่อนท่องเที่ยวคุณภาพ ต้องไม่ใช่แค่นโยบาย…รัฐต้องลงทุน “อินฟราสตรักเจอร์” หนุน
Columns ขับเคลื่อนท่องเที่ยวคุณภาพ ต้องไม่ใช่แค่นโยบาย…รัฐต้องลงทุน “อินฟราสตรักเจอร์” หนุน
50 ปี ‘วงษ์สยามก่อสร้าง’ มือหนึ่งประมูลงานราชการ
50th Impact 50 ปี ‘วงษ์สยามก่อสร้าง’ มือหนึ่งประมูลงานราชการ
เอกนิติ มองย้อน 30 ปีเศรษฐกิจไทย จับตาเงินเฟ้อ-ดุลบัญชีเดินสะพัด เร่งเครื่องยนต์ลงทุน
Finance เอกนิติ มองย้อน 30 ปีเศรษฐกิจไทย จับตาเงินเฟ้อ-ดุลบัญชีเดินสะพัด เร่งเครื่องยนต์ลงทุน
ดูทั้งหมด

การพัฒนารถไฟทางคู่-ไฮสปีด เชื่อมระบบขนส่งเสริมความสะดวกจราจร

21 ธ.ค. 2562 | 10:31น.

คอลัมน์ เปิดมุมมอง

โดย ไกรวุฒิ สิมธาราแก้ว, พลฉัตร ยงญาติ ทีมกรุ๊ป

จากแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 11 (พ.ศ. 2555-2559) ในยุทธศาสตร์การปรับโครงสร้างเศรษฐกิจสู่การเติบโตอย่างมีคุณภาพและยั่งยืน กล่าวถึงการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและระบบโลจิสติกส์ โดยเฉพาะการพัฒนาระบบขนส่งทางรถไฟ โดยปรับปรุงทางรถไฟและจุดตัดระหว่างโครงข่ายรถไฟและโครงข่ายถนน เพื่อเพิ่มความปลอดภัยในการให้บริการ ก่อสร้างทางคู่ในเส้นทางรถไฟสายหลัก และจัดหารถจักรและล้อเลื่อน รวมทั้งปรับปรุงระบบอาณัติสัญญาณให้มีความทันสมัย เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการให้บริการขนส่งผู้โดยสารและสินค้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ พัฒนาเส้นทางรถไฟความเร็วสูงเชื่อมโยงสู่เมืองต่าง ๆในภูมิภาคและกลุ่มประเทศอาเซียน ตลอดจนให้ความสำคัญกับการปรับโครงสร้างการบริหารจัดการของการรถไฟแห่งประเทศไทย เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการให้บริการและดำเนินงานในอนาคต ซึ่งจากยุทธศาสตร์นี้จึงนำมาสู่แผนการพัฒนารถไฟทางคู่ในปัจจุบัน

โดยแบ่งแผนการพัฒนาต่าง ๆ เป็น 4 ส่วนหลัก ได้แก่

1.การก่อสร้างเป็นรถไฟทางคู่ (double track)

2.การก่อสร้างแนวเส้นทางรถไฟ

สายใหม่ (new route)

3.การก่อสร้างรถไฟความเร็วสูง (high speed rail)

4.การจัดหาหัวรถจักรและล้อเลื่อนเพิ่มเติม

1.การก่อสร้างทางรถไฟระบบทางคู่ (double track) จะเป็นการเพิ่มประสิทธิภาพในการให้บริการ ลดระยะเวลารอสับหลีก เพิ่มความเร็วในการให้บริการ โดยที่ถ้าก่อสร้างรถไฟทางคู่แล้วเสร็จ จะทำให้สามารถเพิ่มความเร็วเฉลี่ยของรถไฟขนส่งผู้โดยสารเป็น 100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง และรถไฟขนส่งสินค้าเป็น 60 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ซึ่งจะทำให้การเดินทางโดยระบบรถไฟสามารถแข่งขันกับระบบถนนได้ โดยการก่อสร้างรถไฟทางคู่มีระยะทางรวมประมาณ 2,476 กิโลเมตร แบ่งเป็น 2 ระยะ ประกอบด้วย

1.1 ทางคู่ระยะเร่งด่วน จำนวน 7 เส้นทาง ระยะทาง 993 กิโลเมตร (อยู่ระหว่างก่อสร้าง)

1.ช่วงชุมทางฉะเชิงเทรา-ชุมทางคลองสิบเก้า-ชุมทางแก่งคอย

2.ช่วงชุมทางถนนจิระ-ขอนแก่น

3.ช่วงมาบกะเบา-ชุมทางถนนจิระ

4.ช่วงลพบุรี-ปากน้ำโพ

5.ช่วงนครปฐม-หัวหิน

6.ช่วงหัวหิน-ประจวบคีรีขันธ์

7.ช่วงประจวบคีรีขันธ์-ชุมพร

1.2 ทางคู่ระยะที่ 2 จำนวน 7 เส้นทาง ระยะทาง 1,483 กิโลเมตร (อยู่ระหว่างนำเสนอ ครม.)

1.ช่วงปากน้ำโพ-เด่นชัย

2.ช่วงเด่นชัย-เชียงใหม่

3.ช่วงขอนแก่น-หนองคาย

4.ช่วงชุมทางถนนจิระ-อุบลราชธานี

5.ช่วงชุมพร-สุราษฎร์ธานี

6.ช่วงสุราษฎร์ธานี-ชุมทางหาดใหญ่-สงขลา

7.ช่วงชุมทางหาดใหญ่-ปาดังเบซาร์

2.การก่อสร้างทางรถไฟทางสายใหม่

(new route) จะเป็นการเพิ่มเส้นทางการให้บริการโดยระบบรถไฟ โดยปัจจุบันมีให้บริการครอบคลุม 47 จังหวัด และถ้ามีการขยายเส้นทางต่าง ๆ จะเพิ่มการให้บริการครอบคลุมเพิ่มขึ้นเป็น 62 จังหวัด ซึ่งมีระยะทางรวมประมาณ 681 กิโลเมตร ที่ ครม.อนุมัติโครงการแล้ว และจะมีอีก 12 เส้นทางที่อยู่ระหว่างการศึกษาและออกแบบ ทางรถไฟสายใหม่ที่ ครม.อนุมัติโครงการแล้ว ประกอบด้วย

1.ช่วงเด่นชัย-เชียงราย-เชียงของ

2.ช่วงบ้านไผ่-มุกดาหาร-นครพนม

3.โครงการพัฒนารถไฟความเร็วสูง

(high speed rail) จะเป็นการเพิ่มประสิทธิภาพและทางเลือกในการเดินทางให้ประชาชน โดยมีความเร็วสูงสุดประมาณ 250 กิโลเมตรต่อชั่วโมง เป็นทางขนาดกว้าง 1.435 เมตร จุดจอดรถไฟเฉพาะสถานีหลัก ๆ ของภูมิภาค และจะเชื่อมต่อออกไปยังประเทศเพื่อนบ้าน ซึ่งมีระยะทางรวมที่จะพัฒนาประมาณ 2,466 กิโลเมตร ประกอบด้วย

3.1 แผนระยะเร่งด่วน จำนวน 4 เส้นทาง ระยะทาง 1,208 กิโลเมตร

1.ช่วงกรุงเทพฯ-นครราชสีมา (อยู่ระหว่างการก่อสร้าง)

2.ช่วงดอนเมือง-สุวรรณภูมิ-อู่ตะเภา(ได้รับการคัดเลือกเอกชนมาร่วมลงทุนแล้ว อยู่ระหว่างการเตรียมเริ่มงานก่อสร้าง)

3.ช่วงกรุงเทพฯ-พิษณุโลก

4.ช่วงนครราชสีมา-หนองคาย

3.2 แผนระยะกลาง จำนวน 2 เส้นทาง ระยะทาง 499 กิโลเมตร

1.ช่วงกรุงเทพฯ-หัวหิน

2.ช่วงพิษณุโลก-เชียงใหม่

3.3 แผนระยะยาว จำนวน 1 เส้นทาง ระยะทาง 759 กิโลเมตร

1.ช่วงหัวหิน-ปาดังเบซาร์

4.การจัดหาหัวรถจักรและล้อเลื่อนเพิ่มเติม ประกอบด้วย รถจักรดีเซลไฟฟ้าจำนวน 50 คัน รถดีเซลรางปรับอากาศสำหรับบริการเชิงพาณิชย์ จำนวน 186 คัน และรถโบกี้บรรทุกตู้สินค้า Class E จำนวน 308 คัน ซึ่งขบวนรถไฟเหล่านี้จะนำไปเพิ่มความถี่ในการให้บริการและทดแทนบางเส้นทางที่ให้บริการเดิม

นอกจากนี้ การพัฒนาเส้นทางรถไฟทางคู่และรถไฟความเร็วสูงย่อมส่งผลกระทบต่อการพัฒนาเมืองตามแนวโครงข่ายรถไฟ จึงต้องมีการบูรณาการใช้แนวคิดการพัฒนาเมืองร่วมกับระบบโครงสร้างพื้นฐานด้านการคมนาคมขนส่งอย่างเป็นระบบ หรือที่รู้จักกันในระดับสากลว่า transit oriented development : TOD ควบคู่ด้วย เพื่อให้เกิดการส่งเสริมซึ่งกันและกัน โดย TOD คือแนวคิดที่เน้นการพัฒนาพื้นที่โดยรอบศูนย์ขนส่งมวลชนให้เชื่อมต่อกับพื้นที่กิจกรรมที่หลากหลาย มากกว่าการพัฒนาสถานีจุดจอดรับส่งผู้โดยสารเพียงอย่างเดียว เกิดการผสมผสานการใช้พื้นที่รอบสถานีระหว่างพื้นที่พาณิชยกรรม ที่พักอาศัย ที่ทำงาน เป็นต้น

โดยแนวคิด TOD จะเป็นการสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจของพื้นที่ เชื่อมโยงระบบขนส่งเสริมความสะดวกสบายในการจราจร ลดการเกิดมลพิษจากระบบขนส่ง ลดการใช้พลังงาน และเกิดความคุ้มค่าในการลงทุนระบบขนส่งมวลชน