เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ราคาน้ำมันวันนี้ (6 ก.ย. 69) เช็กราคาดีเซล-แก๊สโซฮอล์ล่าสุด
Economic ราคาน้ำมันวันนี้ (6 ก.ย. 69) เช็กราคาดีเซล-แก๊สโซฮอล์ล่าสุด
ราคาบิตคอยน์วันนี้ (6 ก.ย. 69) ขยับขึ้น 0.31% อยู่ที่ 79,908 เหรียญสหรัฐ
Uncategorized ราคาบิตคอยน์วันนี้ (6 ก.ย. 69) ขยับขึ้น 0.31% อยู่ที่ 79,908 เหรียญสหรัฐ
สาวงามจาก “โดมินิกัน” คว้า Miss World 2026 ‘น้ำผึ้ง กานต์ธีรา’ ทำดีที่สุดแล้วไม่ผ่านเข้ารอบ
Biz Movement สาวงามจาก “โดมินิกัน” คว้า Miss World 2026 ‘น้ำผึ้ง กานต์ธีรา’ ทำดีที่สุดแล้วไม่ผ่านเข้ารอบ
งามเป็นแก้วเป็นแสง “โอปอล สุชาตา” อำลา Miss World 2025 ในชุดผ้าไหมไทยจากแบรนด์ SIRIVANNAVARI
Biz Movement งามเป็นแก้วเป็นแสง “โอปอล สุชาตา” อำลา Miss World 2025 ในชุดผ้าไหมไทยจากแบรนด์ SIRIVANNAVARI
ในหลวง พระราชินี ทอดพระเนตรคอนเสิร์ต “โอเปรา โกส์ ทู ฮอลลีวูด”
ข่าวในพระราชสำนัก ในหลวง พระราชินี ทอดพระเนตรคอนเสิร์ต “โอเปรา โกส์ ทู ฮอลลีวูด”
บินตรง “คุนหมิง-อุดรฯ” ล่ม ทัวร์เร่งคืนเงินเต็มจำนวนหวั่นกระทบภาพลักษณ์
เศรษฐกิจภูมิภาค บินตรง “คุนหมิง-อุดรฯ” ล่ม ทัวร์เร่งคืนเงินเต็มจำนวนหวั่นกระทบภาพลักษณ์
“โอปอล สุชาตา” เตรียมอำลาตำแหน่ง Miss World 2026
Biz Movement “โอปอล สุชาตา” เตรียมอำลาตำแหน่ง Miss World 2026
“ชัชชาติ” สำรวจ ดาต้าเซ็นเตอร์ พระราม9 หลังชาวบ้าน-ร้านค้าร้องกลิ่นน้ำมันคลุ้ง
News “ชัชชาติ” สำรวจ ดาต้าเซ็นเตอร์ พระราม9 หลังชาวบ้าน-ร้านค้าร้องกลิ่นน้ำมันคลุ้ง
‘เอสซี-เสนา’ ฝ่าวิกฤตกู้ยาก ผนึก ‘แบงก์ใหญ่’ ช่วยคนซื้อบ้าน 
Real Estate ‘เอสซี-เสนา’ ฝ่าวิกฤตกู้ยาก ผนึก ‘แบงก์ใหญ่’ ช่วยคนซื้อบ้าน 
ยศชนัน-ศูนย์กันก่อนท่วม ชู Localize Technology ปั้นน้ำเป็นทุนเศรษฐกิจ
การศึกษา ยศชนัน-ศูนย์กันก่อนท่วม ชู Localize Technology ปั้นน้ำเป็นทุนเศรษฐกิจ
ดูทั้งหมด

โบรกจัดพอร์ตลงทุนปี’63 เพิ่มน้ำหนักหุ้น ตปท.รีเทิร์นสูง

02 ม.ค. 2563 | 13:45น.

โบรกฯชูกลยุทธ์จัดพอร์ตลงทุนปี”63 “บล.เอเซีย พลัส” แนะลงทุนหุ้นไทย 35% เน้นหุ้นผลตอบแทนสูง “PTT-LH-DIF” หุ้นต่างประเทศ 10% พร้อมแบ่งเงินลงทุนตราสารหนี้ช่วยพยุงพอร์ต ฟาก “บล.บัวหลวง” ชี้ปีนี้ยังให้น้ำหนักลงทุนหุ้น เหตุให้ผลตอบแทนมากสุดแต่ต้องกระจายลงทุนหุ้นต่างประเทศที่ให้ผลตอบแทนสูง

นายเทิดศักดิ์ ทวีธีระธรรม ผู้ช่วยกรรมการผู้อำนวยการสายงานวิจัย บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) เอเซีย พลัส เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า กลยุทธ์การลงทุนในปี 2563 บล.เอเซีย พลัส แนะนำลงทุนหุ้นไทยสัดส่วน 35% เนื่องจากโอกาสที่ตลาดหุ้นไทยในปีนี้ราคาหุ้นจะปรับเพิ่มขึ้น (upside) เริ่มจำกัด ขณะที่หุ้นต่างประเทศแนะนำลงทุน 10% โดยเลือกลงทุนรายตัว (selective buy) เนื่องจากปีที่ผ่านมาตลาดหุ้นต่างประเทศปรับขึ้นมาพอสมควรแล้ว รวมถึงยังมีความเสี่ยงเรื่องของสงครามการค้าและการเลือกตั้งสหรัฐในปีนี้

ส่วนตราสารหนี้แนะนำลงทุนสัดส่วน 30% เพื่อเป็นสำรองและสร้างผลตอบแทนที่มั่นคง (fixed income) ช่วยพยุงพอร์ตในภาวะดอกเบี้ยที่ทรงตัและมีความเสี่ยงจะปรับลดลงได้อีกเล็กน้อยในปีนี้ ส่วนตลาดเงินแนะนำลงทุน 10% เพื่อแบ่งลงทุนในสินทรัพย์อื่น ๆ ระหว่างปี และอีก 15% ที่เหลือแนะนำลงทุนตราสารอนุพันธ์ที่มีหลักทรัพย์อ้างอิง เช่น ELN และ FCN เป็นต้น เนื่องจากให้อัตราผลตอบแทน (ยีลด์) สูงถึง 7% ต่อปี ทั้งนี้ จากการวางแผนจัดสรรการลงทุนของบริษัทที่ผ่านมาให้ผลตอบแทนค่อนข้างน่าพอใจที่ 8-10%

“ปีนี้ เรามองว่าการเทรดดิ้ง (ซื้อขาย) น่าจะทำได้ยากมากขึ้น ดังนั้น จึงพยายามหาหุ้นที่พื้นฐานดีเก็บเข้าพอร์ต ไม่ว่าจะเป็นตราสารหนี้หรือตราสารทุนก็จะให้ความสำคัญกับการวิเคราะห์ทางพื้นฐานเป็นหลัก ในส่วนของกลุ่มหุ้นจะเน้นกลุ่มผลตอบแทนสูง (high yield) ที่มียีลด์ 5% ขึ้นไป ซึ่งกระจายอยู่ในทุกกลุ่ม เช่น หุ้นขนาดใหญ่ ได้แก่ บมจ.ปตท. (PTT) บมจ.แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ (LH) และกองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐาน (Infrastructure Fund) ได้แก่ กองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐานโทรคมนาคมดิจิทัล (DIF) เป็นต้น” นายเทิดศักดิ์กล่าว

นายชัยพร น้อมพิทักษ์เจริญ รองกรรมการผู้จัดการ สายงานค้าหลักทรัพย์ บล.บัวหลวง กล่าวว่า กลยุทธ์การลงทุนในปี 2563 บล.บัวหลวงยังคงแนะนำการลงทุนแบบ asset allocation ต่อเนื่องเป็นปีที่ 8 โดยปี 2562 ล่าสุดคาดว่าจะสามารถสร้างผลตอบแทนได้ราว 5-6% สูงกว่าผลตอบแทนที่ได้จากการลงทุนในตลาดหุ้นไทยที่มีผลตอบแทนย้อนหลัง 1 ปีที่ 3%, ย้อนหลัง 3 ปีที่ 4.7% และย้อนหลัง 5 ปีที่ 0.3% โดยให้น้ำหนักการลงทุนในสินทรัพย์ต่าง ๆ ตามลำดับ เริ่มจาก 1.หุ้น เนื่องจากมองว่ายังให้ผลตอบแทนมากที่สุด แต่จะต้องกระจายออกไปลงทุนในตลาดหุ้นต่างประเทศมากขึ้น โดยที่ผ่านมาดัชนีหุ้นทั่วโลกให้ผลตอบแทนเฉลี่ย 20% เมื่อหักลบกับการขาดทุนจากค่าเงินบาทนักลงทุนยังได้รับผลตอบแทนกว่า 14% ขณะที่ตลาดหุ้นสหรัฐที่ผ่านมาให้ผลตอบแทนในรูปเงินบาทถึง 13.8%

“กลุ่มหุ้นที่แนะนำลงทุนในปี 2563 ได้แก่ อาหาร ปิโตรเคมี สินค้าอุปโภคบริโภค ไฟแนนซ์ ท่องเที่ยว และโรงพยาบาล กลุ่มที่ให้น้ำหนักเท่ากับตลาด ได้แก่ ไอซีที โรงไฟฟ้า และธนาคาร ส่วนกลุ่มที่แนะนำให้หลีกเลี่ยง ได้แก่ อสังหาริมทรัพย์ และเกษตร”

2.ทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ (REIT) กองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์ (Property Fund) และกองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐาน โดยเฉพาะอสังหาริมทรัพย์กลุ่มอาคารสำนักงานให้เช่า (office Building) และอสังหาริมทรัพย์เพื่อการพาณิชย์ (retail and commercial building) ซึ่งปัจจุบันเป็นโอกาสเข้าซื้อหลังถูกขายทำกำไรในเดือน ธ.ค.ที่ผ่านมา เนื่องจากมีผลตอบแทนสูงราว 5% ต่อปี จึงเป็นแหล่งพักเงินที่ดีในภาวะที่เศรษฐกิจมีความเสี่ยงและอัตราดอกเบี้ยอยู่ในระดับต่ำ

3.กองทุนทองคำ สามารถลงทุนไว้เพื่อเป็นกันชน (buffer) ป้องกันความเสี่ยง โดยแนะนำกองที่มีนโยบายป้องกันความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน (hedging) 4.ตราสารหนี้เอกชน (หุ้นกู้) แนะนำลงทุนในหุ้นกู้ที่มีการจัดอันดับ (rating) A ขึ้นไป และ 5.กองทุนน้ำมัน แนะนำถือน้อยสุดในปี 2563

นายชัยพรกล่าวว่า ภาพรวมตลาดหุ้นไทยปี 2563 คาดว่าอัตราส่วนกำไรต่อหุ้น (EPS growth) จะเติบโต 10.6% คิดเป็นกำไรต่อหุ้น (EPS) 102.00 บาท ขณะที่ตลาดมองว่า EPS จะอยู่ที่ 103.10 บาท และมองเป้าดัชนีปี 2563 ที่ 1,686 จุด บนราคาต่อกำไรต่อหุ้น (P/E) ที่ 16.5 เท่า อย่างไรก็ตาม ในกรณีที่แย่ที่สุด (worst case) มองเป้าดัชนีมีความเสี่ยงอยู่ที่ 1,488 จุด บนค่า P/E 14.5 เท่า แม้ว่าจะมีหุ้นใหญ่เข้ามาซื้อขายในตลาดเพิ่มขึ้น อาจส่งผลให้กำไรรวมเติบโตขึ้น แต่ไม่ส่งผลให้กำไรต่อหุ้นเติบโตขึ้นตาม