เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ในหลวง พระราชินี ทอดพระเนตรคอนเสิร์ต “โอเปรา โกส์ ทู ฮอลลีวูด”
ข่าวในพระราชสำนัก ในหลวง พระราชินี ทอดพระเนตรคอนเสิร์ต “โอเปรา โกส์ ทู ฮอลลีวูด”
บินตรง “คุนหมิง-อุดรฯ” ล่ม ทัวร์เร่งคืนเงินเต็มจำนวนหวั่นกระทบภาพลักษณ์
เศรษฐกิจภูมิภาค บินตรง “คุนหมิง-อุดรฯ” ล่ม ทัวร์เร่งคืนเงินเต็มจำนวนหวั่นกระทบภาพลักษณ์
“โอปอล สุชาตา” เตรียมอำลาตำแหน่ง Miss World 2026
Biz Movement “โอปอล สุชาตา” เตรียมอำลาตำแหน่ง Miss World 2026
“ชัชชาติ” สำรวจ ดาต้าเซ็นเตอร์ พระราม9 หลังชาวบ้าน-ร้านค้าร้องกลิ่นน้ำมันคลุ้ง
News “ชัชชาติ” สำรวจ ดาต้าเซ็นเตอร์ พระราม9 หลังชาวบ้าน-ร้านค้าร้องกลิ่นน้ำมันคลุ้ง
‘เอสซี-เสนา’ ฝ่าวิกฤตกู้ยาก ผนึก ‘แบงก์ใหญ่’ ช่วยคนซื้อบ้าน 
Real Estate ‘เอสซี-เสนา’ ฝ่าวิกฤตกู้ยาก ผนึก ‘แบงก์ใหญ่’ ช่วยคนซื้อบ้าน 
ยศชนัน-ศูนย์กันก่อนท่วม ชู Localize Technology ปั้นน้ำเป็นทุนเศรษฐกิจ
การศึกษา ยศชนัน-ศูนย์กันก่อนท่วม ชู Localize Technology ปั้นน้ำเป็นทุนเศรษฐกิจ
WOODY เจ้าตลาดคอนเทนต์สู่ Well-being Ecosystem
Biz Movement WOODY เจ้าตลาดคอนเทนต์สู่ Well-being Ecosystem
เปิดหลังบ้านความยั่งยืน NCC ‘Carbon Neutral Event’ เรื่องที่ไม่เคยถูกเล่ามาก่อน
SD เปิดหลังบ้านความยั่งยืน NCC ‘Carbon Neutral Event’ เรื่องที่ไม่เคยถูกเล่ามาก่อน
ไทยเบฟร่วม Bangkok Business Summit 2026 ชู SEP สร้างการเติบโตยั่งยืน
SD ไทยเบฟร่วม Bangkok Business Summit 2026 ชู SEP สร้างการเติบโตยั่งยืน
เชียงใหม่-ลำพูน ปลุกอีเวนต์โคมลอย “Moonlight Sky Lantern 2026” ดันห้องพักยี่เป็งเต็ม 100%
เศรษฐกิจภูมิภาค เชียงใหม่-ลำพูน ปลุกอีเวนต์โคมลอย “Moonlight Sky Lantern 2026” ดันห้องพักยี่เป็งเต็ม 100%
ดูทั้งหมด

สุดเอ็กซ์คลูซีฟ! ตะลอน “มิวเซียมสยาม” พาดูนิทรรศการ “ถอดรหัสไทย”

18 ก.ย. 2560 | 21:40น.

เรื่องโดย กรกนก มาอินทร์/ ประชาชาติธุรกิจออนไลน์

เชื่อว่าหลายคนที่ชื่นชอบการเที่ยวชมพิพิธภัณฑ์ ต้องเคยได้ยินชื่อ “มิวเซียมสยาม” พิพิธภัณฑ์ขึ้นชื่อในการจัดเเสดงนิทรรศการอย่าง “เรียงความประเทศไทย” ทำเอาทั้งไทยเเละเทศต่างออกปากยอมรับชื่นชม เเละประทับใจจนต้องย้อนกลับไปดูเเล้วดูอีก

เป็นเวลากว่า 8 ปี ที่ทางมิวเซียมสยามจัดเเสดงนิทรรศการเรียงความประทับใจ จนเมื่อต้นปี 2559 มีการปิดนิทรรศการชุดดังกล่าว โดย นายราเมศ พรหมเย็น ผู้อำนวยการสถาบันพิพิธภัณฑ์การเรียนรู้เเห่งชาติ (มิวเซียมสยาม) เล่าให้ประชาชาติธุรกิจออนไลน์ฟังถึงสาเหตุที่ปิดนิทรรศการ “เรียงความประเทศไทย” ซึ่งจัดเเสดงมานานกว่า 8 ปี ว่า

ตลอดเวลาที่ผ่านมามิวเซียมสยามได้จัดนิทรรศการที่มีเนื้อหาหลากหลาย โดยมีนิทรรศการหมุนเวียนที่จัดเเสดงในระยะเวลาประมาณ 3 เดือน อาทิ นิทรรศการ “ไทยทำ…ทำทำไม” , “ต้มยำกุ้ง:วิชานี้อย่าเลียน!” อีกทั้งยังมีการจัดนิทรรศการถาวรที่จัดเเสดงยาวนานถึง 8 ปี อย่าง “เรียงความประเทศไทย” โดยปิดให้เข้าชมไปเมื่อปี 2559 ที่ผ่านมา

“มิวเซียมสยาม นับเป็นอีกหนึ่งหน่วยงานที่อยู่ในสำนักนายกรัฐมนตรี ทำหน้าที่เป็นเเหล่งเรียนรู้ เน้นกระบวนการเรียน นำเอาองค์ความรู้ทางประวัติศาสตร์ ชีวิต มานำเสนอในรูปแบบใหม่ เพื่อให้เกิดการเรียนรู้ ซึ่งได้ร่วมพัฒนาเเละเเตกเครือข่ายไปยังทุกภูมิภาคอย่างมากมาย” นายราเมศเล่า

สำหรับการปรับปรุงนิทรรศการใหม่ภายใต้ชื่อ “ถอดรหัสไทย” เพื่อให้สอดคล้องกับประชาชนมากขึ้น ด้านตัวเลขการเข้าชมตลอด 8 ปีที่ผ่านมา (ก่อนปิดรีโนเวต) “ผู้อำนวยการสถาบันพิพิธภัณฑ์การเรียนรู้เเห่งชาติ” เผยว่ามีผู้เข้าชมมิวเซียมสยามเเล้วกว่า 2 ล้านคน

ในส่วนของการก่อสร้าง “ถอดรหัสไทย” นิทรรศการถาวรชุดใหม่ ใช้เวลาในการพัฒนาเนื้อหากว่า 1 ปีครึ่ง มีคอนเทนต์เเปลกใหม่เเละเข้ากับยุคสมัยมากขึ้น ซึ่งนิทรรศการชุดนี้ต่อยอดมาจากนิทรรศการชุดเดิมอย่างเรียงความประเทศไทย โดยมีทั้งหมด 14 ห้อง

เนื่องจากเป็นการเข้าชมก่อนกำหนดเปิดจริงในวันที่ 2 ธันวาคม ปลายปีนี้ เราเเละเหล่าบล็อกเกอร์ถือเป็นคนไทยกลุ่มเเรกที่ได้เข้าชม มิวเซียมสยาม จำนวน 6 ห้องจากทั้งหมด 14 ห้อง ลบภาพมิวเซียมของตั้งโชว์ หยิบจับอะไรไม่ได้กลัวเเต่จะทำของเสียหายชำรุด เเต่ละอย่างทำเอาตื่นตาตื่นใจให้ความรู้สึกเหมือนย้อนกลับไปเป็นเด็กอีกครั้ง

นายปรามินทร์ เครือทอง ที่ปรึกษาสถาบันพิพิธภัณฑ์การเรียนรู้เเห่งชาติ (มิวเซียมสยาม) ผู้ที่จะพาเราไปชมนิทรรศการถาวรในครั้งนี้ ให้ข้อมูลว่า นิทรรศการชุดเก่าพูดถึงรากฐานของสังคมไทย โดยนิทรรศการชุดใหม่จะพูดถึงผลของมัน

“โจทย์คือ ทำอย่างไรให้ใหม่ นิทรรศการชุดเก่าเหมือนพ็อกเกตบุ๊กทำเเล้วทำเลย นิทรรศการชุดใหม่ต้องมาคิดว่าจะทำอย่างไรให้เหมือนหนังสือพิมพ์ ที่ปรับได้ทันที เมื่อมีเหตุการณ์สำคัญในสังคมสามารถปรับเปลี่ยนได้ ซึ่งนิทรรศการชุดนี้จะตอบคำถามว่าความเป็นไทยมีความเป็นมาอย่างไร รวมไปถึงเผยให้เห็นถึงความเป็นไทยที่ถูกสร้างขึ้นในเเต่ละยุคสมัย” นายปรามินทร์ เล่าขณะพาเราเเละเหล่าบล็อกเกอร์เข้าชมมิวเซียมสยาม

อย่างที่รู้กันว่ามิวเซียมสยามปิดเพื่อรีโนเวตเเละสร้างนิทรรศการถาวรชุดใหม่ขึ้นมาเพื่อเข้ากับยุคสมัยเเละการเปลี่ยนเเปลงในสังคม ตึกสีเหลืองขนาดใหญ่ ที่เคยเป็นอาคารกระทรวงพาณิชย์มีรูปแบบทางสถาปัตยกรรมทรงโคโลเนียล ถูกบูรณะซ่อมเเซมกลายมาเป็นมิวเซียมสยาม ในวันนี้เราจะพาไปเปิดนิทรรศการ “ถอดรหัสไทย” ที่ยังไม่มีผู้ใดได้รับชม งานนี้สุดยอดของความเอ็กซ์คลูซีฟ

เดินเข้ามาห้องเเรกเราได้เเต่ยืนจ้องหุ่นสีขาวตรงหน้า สวมชุดคล้ายกับนักร้องต่างชาติ บนศีรษะสวมชฎา ลุคช่างดูขัดตาเหลือเกิน โดยที่ปรึกษาสถาบันพิพิธภัณฑ์การเรียนรู้เเห่งชาติ เล่าถึงที่มาที่ไปของห้องนี้ว่านี่คือห้อง “ไทย” หรือเปล่า? ซึ่งหุ่นที่เราเห็นก่อนหน้านี้ ตั้งโชว์อยู่กลางห้องคือหุ่น “เลดี้กาก้าสวมชฎา” ในคอนเสิร์ต LADY GAGA THE BORN THIS WAY BALL LIVE IN BANGKOK 2012 เเม้จะผ่านมาหลายปีเเต่กระเเสวิจารณ์ถึงความเป็นไทยยังคงมีให้เห็น โดยภายในห้องยังได้รวบรวมคำพูด คำถามจากเหล่าชาวเน็ตที่สงสัยกันว่า เเบบนี้เรียก ไทยหรือเปล่า?

แค่ห้องเเรกก็ทำเราเข้าใจเเล้วว่า การรีโนเวตครั้งใหม่นี้ นำเรื่องราวที่มีผลกระทบกับสังคมมาเล่นให้เข้ากับผู้คนจริงๆ

เดินต่อไปห้องที่สอง “ไทยเเปลไทย” สายตาไปสะดุดเข้ากับวัตถุมากมายล้วนเเต่เป็นของตั้งเเต่โบราณจวบจนปัจจุบัน หม้อเเม่นาคที่ถูกฝังไว้ที่พื้นปิดทับด้วยกระจกใส พระพุทธรูปถูกวางโชว์ หนังสือสี่เเผ่นดิน ด้านบนเต็มไปด้วยโปสเตอร์ เเละเรื่องราวในประวัติศาสตร์ ห้องนี่เพิ่มกิมมิกด้วยการซ่อนลิ้นชักไว้ตามผนัง เราสามารถดึงออกมาดูเรื่องราวต่างๆ ในลิ้นชัก ซึ่งจะมีเรื่องราวเเตกต่างกันออกไป

เราตื่นเต้นกับห้องนี้มาก เหมือนต้องเปิดลิ้นชักให้ครบเพื่อดูว่าข้างในมีเรื่องราวประวัติศาสตร์อะไรซ่อนอยู่

ถัดมาที่ห้องสาม “ไทยตั้งเเต่เกิด” เป็นความหลากหลายที่ไม่มีความหมายตายตัว ขึ้นอยู่กับ “ผู้นำ” เเต่ละยุคสมัยเเละกระเเสนิยมจะหยิบจับอะไรขึ้นมาสร้างความเป็นไทย เราบอกเคล็ดลับสำหรับห้องนี้ หากใครวางเเพลนจะไปเที่ยวล่วงหน้า ให้ยืนตรงกลาง จะเรียกว่าตู้ไม้ก็ไม่ใช่่ จะเรียกเเท่นไม้ขนาดใหญ่ก็อย่างไรอยู่ ตั้งเด่นอยู่ตรงกลาง ความพิเศษเมื่อปิดไฟ เเท่นไม้ที่มีเรื่องราวความเป็นไทย จะค่อยๆ เล่าเรื่องราวตั้งเเต่ครั้งประเทศไทยยังชื่อสยาม จุดดึงดูดสายตาคือลูกเล่นของกล่องที่ข้างในมีเรื่องราวความเป็นไทย ตั้งเเต่การเเต่งกาย อาหาร การปกครอง ค่อยๆ ผุดขึ้นมา ไม่ต่างจากเวลาไปดูคอนเสิร์ตเเล้วศิลปินค่อยๆ โผล่ขึ้นมาจากใต้เวที

เดินทอดน่องกันไปที่ห้องที่สี่ “ไทยดีโคตร” ต้นทางความเป็นไทยอาจมาจากเเดนไกล จากวัฒนธรรมอื่น เเต่เมื่อเรามาที่นี่ เราเลือก เรารับ เราปรับ เราสร้างสรรค์ ภายในห้องมีจอเเสดงภาพก่อนจะมาเป็นอักษรไทยอย่าง ก.ไก่ เเต่ก่อนเคยเป็นอย่างไร ตรงกลางห้องมีอะครีลิกซ้อนกันใช้ระบบมือเเมนนวลให้เห็นวิวัฒนาการของ “วัดอรุณราชวรารามราชวรมหาวิหาร” กว่าจะได้รูปทรงดังปัจจุบันต้องมีการบูรณะซ่อมเเซม ปรับเปลี่ยนมาเเล้วหลายครั้ง

ดูความเป็นไทยกันมาหลากหลายยังไม่เห็นถึงอาหารการกินจนมาถึงห้องที่ห้า “ไทยชิม” ว่ากันว่าถ้าจะถอดรหัสชนชาติไหน ให้บุกไปถึงก้นครัว ไปฟังเสียงตำน้ำพริกที่ดังไปแปดบ้านสิบบ้าน ไปดูสีสันจัดจ้านของเครื่องปรุงนานาชนิด สำหรับห้องนี้จะมีเเท่นทรงกลมขนาดใหญ่สองเเท่นตั้งอยู่ตรงกลาง รายล้อมไปด้วยจานอาหาร 2 ฝั่ง ด้านฝั่งที่เป็นจานเปล่าด้านหลังจะมีคิวอาร์โค้ด (QR Code) พร้อมชื่ออาหาร สามารถหยิบจานมาวางไว้ตรงรูบนเเท่น รอสักครู่จะมีการฉายภาพกรรมวิธีทำอาหารรวมถึงส่วนประกอบ จนออกมาเป็นเมนูสำเร็จ เช่น เมื่อนำจานที่ด้านหลังเขียนว่าไข่เจียวมาวางไว้ จะเห็นว่ามีไข่ เครื่องปรุง ช้อน ส้อม สักพักทุกอย่างจะหมุนรวมกันออกมาเป็นไข่เจียว พร้อมบอกว่าที่มาที่ไปของไข่เจียว

ส่วนอีกฝั่งที่เป็นจานมีเมนูอาหารสกรีนลงด้านหน้า จะมีคำถามทั้งภาษาไทยเเละภาษาอังกฤษ เเละด้านหลังจะมีคำตอบเฉลยเอาไว้ เช่น ปลาท่องโก๋ จริงๆเเล้วเรียกว่าอะไร? ถือเป็นการฉีกกฎการเข้าพิพิธภัณฑ์ที่ไม่สามารถหยิบจับ เเตะต้องอะไรได้ เเต่ห้องไทยชิมพิสูจน์ให้เห็นเเล้วว่าสามารถนำเทคโนโลยีมาผสมกับการบอกเล่าเรื่องราวในประวัติศาสตร์ได้อย่างร่วมสมัย เล่นกับผู้คนเเละสร้างความสนุกได้เป็นอย่างดี

สุดท้ายสำหรับการเข้าชมวันนี้กับห้อง “ไทยวิทยา” ความเป็นไทยมีรูปแบบเเละเนื้อหาปรับเปลี่ยนไปตามยุคสมัย เชื่อว่าหลายคนคงชอบห้องนี้ เรารู้สึกเหมือนตัวเองเเก่อย่างไรไม่รู้ ห้องที่เเบ่งโซนเป็นชั้นเรียนตามยุคสมัยต่างๆ ตั้งเเต่เก้าอี้เรียน โต๊ะเรียน กระดานดำ ค่อยๆเปลี่ยนมาเรื่อยๆตามช่วงเวลา ทั้งยังมีมุมคอมพิวเตอร์ที่ยังมาในรูปแบบจอสี่เหลี่ยมขนาดใหญ่ ลูกเล่นที่ซ่อนอยู่ตามโต๊ะเรียน ปุ่มสีเขียวที่กดเเล้วจะมีเสียงเพลงในยุคนั้นออกมา ชุดนักเรียนสีขาวมีให้ผู้เข้าชมผลัดเปลี่ยนสำหรับถ่ายรูป เราประทับใจห้องนี้มาก เหมือนได้ย้อนวัยอีกครั้ง

นี่เเค่น้ำจิ้มที่เสร็จไปเเล้ว 95% เเต่ก็สมบูรณ์ในสายตาเราอย่างมาก ความสนุกที่เเฝงไว้ในเเต่ละห้องทำให้ลืมภาพพิพิธภัณฑ์ที่จะเข้าเเต่ละทีต้องระวังชนของตกเเตกบ้าง หรือหยิบจับอะไรไม่ได้บ้าง เเต่ที่ “มิวเซียมสยาม” ทำให้เห็นเเล้วว่าสามารถนำเรื่องราวประวัติศาสตร์มาเล่นกับผู้คนเเละสังคมได้อย่างร่วมสมัย

ช่างตรงจริตมนุษย์เหลือเกิน…

สำหรับมิวเซียมสยามตั้งอยู่ที่ถนนสนามไชย ท่าเตียน หากใครสะดวกเดินทางด้วย BTS สามารถนั่งไปลงที่สถานีสะพานตากสิน เเล้วออกไปที่ท่าเรือสาทร นั่งเรือด่วนเจ้าพระยาไปลงท่าเรือราชินี หรือท่าเตียน เเล้วเดินไปทางถนนสนามไชยราว 150 เมตร ก็จะเจอกับมิวเซียมสยาม หรือใครที่เดินทางด้วยรถประจำทางสาย 3, 6, 9, 12, 47, 53, 82, 524 ก็ผ่านมิวเซียมสยามเช่นกัน

 

 

 

 

 

 

แท็กที่เกี่ยวข้อง

มิวเซียมสยาม