หุ้นไทยวันนี้ ปิดตลาดเช้า -12.12 จุด ดัชนี SET อยู่ที่ระดับ 1,583 จุด
การซื้อขายหลักทรัพย์ในตลาดหุ้นไทยวันนี้ (6 ม.ค.2563) ดัชนี SET Index ปิดตลาดภาคเช้า อยู่ที่ระดับ 1,582.85 จุด ปรับลง -12.12 จุด หรือคิดเป็น -0.76% มีมูลค่าซื้อขายรวมทั้งสิ้น 35,544 ล้านบาท โดยเคลื่อนไหวในกรอบ 1,579.78-1,585.56 ตลอดช่วงเช้าที่ผ่านมา
หลักทรัพย์ที่มีมูลค่าการซื้อขายมากที่สุด 10 อันดับแรก ได้แก่
1. PTT มูลค่าซื้อขาย 2,525.87 ล้านบาท ราคาหุ้น +0.25 (+0.54%)
2. PTTEP มูลค่าซื้อขาย 2,032.53 ล้านบาท ราคาหุ้น +4.00 (+3.08%)
3. KBANK มูลค่าซื้อขาย 1,712.32 ล้านบาท ราคาหุ้น -7.00 (-4.59%)
4. AOT มูลค่าซื้อขาย 1,680.62 ล้านบาท ราคาหุ้น -1.75 (-2.36%)
5. IRPC มูลค่าซื้อขาย 1,303.08 ล้านบาท ราคาไม่เปลี่ยนแปลง
6. GPSC มูลค่าซื้อขาย 1,272.75 ล้านบาท ราคาหุ้น +2.50 (+2.92%)
7. BBL มูลค่าซื้อขาย 1,180.33 ล้านบาท ราคาหุ้น -3.00 (-1.87%)
8. IVL มูลค่าซื้อขาย 1,090.27 ล้านบาท ราคาหุ้น -2.00 (-5.48%)
9. PTTGC มูลค่าซื้อขาย 1,066.31 ล้านบาท ราคาหุ้น +0.50 (+0.84%)
10. BAM มูลค่าซื้อขาย 944.83 ล้านบาท ราคาหุ้น +0.10 (+0.51%)
ขณะที่ดัชนี SET50 ปรับลง -7.4 จุด หรือ -0.69% อยู่ที่ 1,072.10 จุด ส่วนตลาด mai ปรับลง -4.69 จุด หรือ -1.51% อยู่ที่ระดับ 306.89 จุด
นายมงคล พ่วงเภตรา ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ ฝ่ายกลยุทธ์การลงทุนหลักทรัพย์ บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) เคทีบี (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยแนวโน้มตลาดหุ้นไทยวันที่ 6 ม.ค.63 ว่า วันนี้ตลาดมีโอกาสอ่อนตัวลง เนื่องจากสถานการณ์ความตึงเครียดในการเผชิญหน้าระหว่างสหรัฐกับอิหร่าน ค่อนข้างมีผลในเชิงลบต่อตลาดหุ้นทั่วโลก เพราะนักลงทุนกังวลว่าหากเกิดความไม่สงบเกิดขึ้นจะกระทบต่อภาวะเศรษฐกิจโลก 2 ทางคือ 1.ทำให้เศรษฐกิจโลกชะลอตัวลง 2.กระทบผ่านราคาน้ำมัน เพราะเมื่อราคาน้ำมันขึ้น เงินเฟ้อขึ้น เศรษฐกิจลง กลายเป็นว่าตลาดหุ้นหลายแห่งตอบรับในเชิงลบกับเรื่องนี้ แม้ว่าหุ้นน้ำมันจะได้ประโยชน์ก็ตาม จึงอาจจะทำให้ตลาดหุ้นไทยอ่อนตัวลง โดยมองกรอบการเคลื่อนไหวบริเวณแนวรับที่ 1,585 จุด และอาจจะผ่านแนวต้านสำคัญที่ 1,600 จุด ได้ยากในช่วงวันนี้
ส่วนปัจจัยอื่นๆ ค่อนข้างเป็นบวกทั้งทิศทางการเมืองในประเทศ ซึ่งคาดว่าการผ่านร่างงบประมาณในช่วงปลายสัปดาห์นี้น่าจะผ่านไปได้ด้วยดี ส่วนการตกลงการเจรจาการค้าระหว่างสหรัฐกับจีนที่จะเกิดขึ้นในสัปดาห์หน้าถือเป็นปัจจัยสนับสนุนตลาดอยู่แล้ว แต่อย่างไรก็ตามต้องติดตามว่า สถานการณ์อิหร่านเปิดทางนิวเคลียร์เดินหน้าล้างแค้นรับศึกสหรัฐ จะทำให้กำหนดวันในการลงนามข้อตกลงการค้าเปลี่ยนแปลงไปหรือไม่
นอกจากนี้ปัจจัยค่าเงินบาทแข็งก็ยังกระทบกับภาคการส่งออกอยู่ ส่วนทิศทางของฟันโฟลว์ที่ยังไหลเข้ามาในตลาดหุ้นไทย ตอนนี้บอนด์ยิลด์ต่ำลงมาค่อนข้างมาก นั่นหมายความว่าการนำเงินมาลงทุนในพันธบัตรตลาดไทยเริ่มให้ผลตอบแทนที่น้อยลง จึงอาจจะทำให้มีเม็ดเงินส่วนหนึ่งเริ่มไหลเข้าสู่ตลาดหุ้นไทยมากขึ้น
สำหรับกลยุทธ์การลงทุนให้รอติดตามสถานการณ์สหรัฐกับอิหร่านเป็นหลัก อย่าเพิ่งตัดสินลงทุน
